ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
September 30, 2026
ออกไปคุยกันข้างนอก หรือจะให้พี่โทรไปหาป้ารินทร์ว่าพี่มาเจอน้ำกับน้องนนท์ที่นี่” อนวินท์ขู่เพราะรู้ดีว่า ทางบ้านของหญิงสาวต้องไม่รู้เรื่องมิฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่แม่ของเธอและแม่ของเขาจะอยู่นิ่ง
ต้นน้ำหน้างอ เม้มปาก ก่อนจะเดินออกจากห้องหน้าเชิดขึ้น อนวินท์ส่ายหน้าแล้วเดินตามหญิงสาวออกไป
“พี่หิวข้าว พาไปร้านอร่อยๆ ที่ไม่ไกลจากที่นี่ได้ไหม” อนวินท์ ก้าวมาเดินเคียงข้าง หันไปชวนคุย
ต้นน้ำเดินหน้าตรงออกจากตึก แล้วพาลัดเลาะซอยข้างๆ โรงพยาบาล จนมาถึงร้านอาหารข้างทางที่ดูจากข้างนอก เป็นเพียงร้านเล็กๆ มีโต๊ะไม่ถึงสิบโต๊ะ แต่จัดดูแบบบ้านนอกๆ ง่ายๆ แต่ก็ดูแล้วสะอาดตา
“นั่งสิ” อนวินท์เอ่ยชวน เมื่อเห็นหญิงสาวยังยืนกอดอก ใบหน้ายังงอง้ำ
“ถ้าไม่นั่ง คนที่โต๊ะโน้นจะสงสัยว่า น้ำเป็นริดสีดวงหรือเปล่า พี่นั่งตั้งนานแล้ว เธอยังไม่นั่งอีก” อนวินท์พูดแล้วหัวเราะก่อนจะหันไปสั่งอาหารอย่างเป็นกันเอง แถมยังสั่งมาให้เธออีกด้วย
ต้นน้ำกระแทกตัวลงนั่งเก้าอี้ ทำเพื่อประชดชายหนุ่ม แต่รู้สึกว่าจะแอคติ้งแรงไปหน่อย รู้สึกปวดระบมที่บั้นท้ายตัวเอง
“คุณมีอะไรก็ว่ามา ฉันมีเวลาน้อย ยังมีคนไข้อีกตั้งเยอะภาคบ่าย” ต้นน้ำพูดเสียงเย็น
“เวลาหิวแล้วไม่มีอารมณ์จะพูด” อนวินท์กล่าวขณะตักอาหารเข้าปาก อย่างบอกได้เลยว่าหิวจริงๆ
ต้นน้ำตักอาหารใส่ปาก ตอนแรกทำอย่างเสียมิได้แต่ด้วยความหิว แล้วความอร่อยบวกกับความหิวก็ทำให้ ทั้งเขาและเธอทานข้าวหมดในเวลาไล่เลี่ยกัน
“คุยได้หรือยัง ฉันมีเวลาแค่อีกสิบนาทีต้องรีบไปเปลี่ยนเวรเพื่อน” ต้นน้ำพูดน้ำเสียงร้อนรน
“น้องนนท์เป็นลูกชายพี่ ทำไมน้ำไม่บอกพี่ แล้วพี่อยากรู้ว่าพี่ทำผิดอะไรทำให้น้ำต้องหนีออกจากบ้านเหลือเพียงจดหมายงี่เง่าแค่ฉบับเดียว” อนวินท์พูดน้ำเสียงเข้มด้วยอารมณ์โกรธที่เก็บอัดไว้ในใจ
“บอกแล้วไงว่าน้องนนท์เป็นลูกของน้ำคนเดียวเท่านั้น” ต้นน้ำหันไปสู่สายตาชายหนุ่ม ที่ทั้งแข็งกร้าวแต่ก็มีวี่แววตัดพ้อ
“พี่อยากรู้เหตุผล ว่าเพราะอะไรพี่นึกว่าเรารักกันมากเสียอีก”
“ถ้าคิดไม่ได้ว่าเพราะอะไรก็ป่วยการจะพูด เรื่องมันเลยจุดๆ นั้นมาแล้ว น้ำอยากขอเราต่างคนต่างอยู่ได้ไหมไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกัน ทำมาได้ตั้งสี่ปีก็ควรจะทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ดีแล้วทั้งสองฝ่าย”
“ไม่มีทาง ยิ่งมารู้เรื่องน้องนนท์ ก็ยิ่งต้องกลับมาอยู่ด้วยกัน” น้ำเสียงอนวินท์เคร่งขรึมแต่จริงจัง
“ไม่มีวัน” ต้นน้ำสวนทันควัน
“ทำไมจะไม่ได้” อนวินท์พูดสวนกลับเสียงดัง
“เพราะ เพราะ น้ำมีคนที่น้ำรักและเราก็อยู่ด้วยกันแล้ว” ต้นน้ำพูดน้ำเสียงสั่น ด้วยความคิดเร็วแล่นเข้ามาในสมอง
“ใคร มันเป็นใคร” อนวินท์กระชากแขนทำเสียงข่มขู่ ในใจปวดแสบราวกับถูกทิงเจอร์ราดแผล
“พูดไปคุณก็ไม่รู้จัก หมดเวลาของคุณแล้วฉันต้องรีบไปทำงาน” ต้นน้ำรีบเดินออกจากร้านอย่างรวดเร็วมือของหญิงสาวหยิบมือถือมือสั่น อนวินท์มองตามอย่างงุนงงปฏิกิริยาของหญิงสาว
เมื่อแยกตัวจากอนวินท์มาได้ ต้นน้ำรีบคิดวางแผนในอนาคตแล้วเดินมุ่งหน้าไปที่รถพร้อมกดโทรศัพท์
“เชอรี่เหรอ พี่จะมาช้าหน่อยช่วยบอกชบามาแทนพี่ก่อนสักชั่วโมงนะ มีธุระด่วนมากจ้ะ” ต้นน้ำพูดขณะขับรถมุ่งตรงไปคอนโดเพื่อนรักมือสั่น
คอนโดมีเนียม ถนนนิมมานเหมินท์
เสียงกดกริ่งหน้าห้อง ทำให้เรย์ รัตนชาติ บ่นหงุบหงิบกับเสียงกริ่งที่ดังสนั่นลั่นห้อง
“โอ๊ย มาแล้ว ทำไมกดซะดังลั่น” เรย์ เปิดประตูก็ต้องตกใจ ที่เพื่อนรักในชุดฟอร์มพยาบาล ยืนใบหน้าเคร่งขรึม
“อะไรน้ำ แกจะรีบไปที่ไหน กดกริ่งทำให้รูขุมขนฉันเต้นไปหมด”
“ก็มีธุระด่วนนะสิ”