ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 ห้ามใจก็ไม่ได้ เดินต่อไปก็ไม่ไหว
September 30, 2026
“รีบๆ กินเถอะ ผมอยากกลับบ้านแล้ว มีคนสำคัญรอผมอยู่” อดิสรรีบปัดความรู้สึกอ่อนหวานออกไปแล้วชิงหลับตา เมื่อภาพต่างๆ ระหว่างเขาและเธอยังติดตรึงตาตรึงใจ ในขณะที่เอลี่จินตนาการถึงภรรยาสาวของอดีตคนรักก็คงเป็น “คนสำคัญ” สำหรับเขาสินะ คิดแค่นี้ในใจก็ปวดแปลบ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าอะไรนะที่เขาจะพูดแล้วเปลี่ยนใจไม่พูด เอลี่อยากถามออกไปแต่กลัวว่ายิ่งพูดมาก จะยิ่งเข้าเนื้อตัวเอง ดังนั้นก็รีบดื่มเครื่องดื่ม แล้วทานเค้กที่ถูกเสิร์ฟมาคู่กัน อดิสรจ้องมองหญิงสาวสวยตรงหน้า หน้าผากมีส่วนคล้าย คิ้วที่ถูกดัดไว้อย่างสวยงาม ริมฝีปากสวยสีแดงอ่อน เส้นผมยาวหยิกเป็นลอนสวย แต่ถูกมัดรวบตึง
“คุณไปเห็นที่ไซด์งาน มีไอเดียอะไรไหม” อดิสรเปลี่ยนไปคุยเรื่องงาน แต่ก็มองใบหน้าหญิงสาวตรงหน้าอย่างรู้สึกสงสัยแต่ยิ่งมองใบหน้าหญิงสาวตรงหน้าก็มองไม่เห็นว่าจะมีความเป็นไปได้ แต่อีกใจกลับคุ้นเคยกับแววตา น้ำเสียง ท่าทางและหลายสิ่งในตัวหญิงสาว อดิสรมองเพลินจนไม่ได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูด
“ก็คงต้องไปคิดอีกรอบค่ะ ดิฉันขอเวลาปรึกษากับช่างไม้ ช่างสีด้วยนะคะ คุณพอจะนัดให้ได้หรือเปล่า”
อดิสรมองหญิงสาวเพลิน ชายหนุ่มจ้องแววตาหญิงสาวนิ่งนาน จนไม่ได้ยินหญิงสาวเรียกชื่อตนเองอีกครั้ง
“คุณสรคะ ดิฉันถามว่าจะนัดช่างให้ได้ไหมคะ” น้ำเสียงเอลี่ ลากยาว
“ได้สิ คุณจะใช้เวลาร่างแบบกี่วัน” อดิสรสะบัดหน้าพร้อมตอบน้ำเสียงเคร่งขรึม
“ดิฉันขอเวลาสิบวันนะคะ” เอลี่ถามเบาๆ
“ไม่ได้ แค่สามวันเท่านั้น ผมต้องการเร่งโปรเจ็คนี้เร็วๆ เสียเวลามามากแล้ว”
“สามวัน ไม่เสร็จหรอกคะโปรเจคใหญ่แบบนี้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นอาทิตย์” เอลี่ตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ไม่ว่าเวลาผ่านไปกี่ปี ชายหนุ่มก็ยังเหมือนเดิม เอาแต่ใจไม่ยอมฟังความคิดเห็นของคนอื่น ยิ่งคิดเอลี่ยิ่งหนักใจ ต้องทำงานกับเขาอีกสามเดือน แค่สองวันในใจก็หวั่นไหว ยิ่งต้องมาทำงานใกล้ชิดขนาดนี้ เอลี่รู้สึกปวดใจ เขายังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงดูเหมือนจะหล่อกว่าสี่ปีที่แล้ว อาจเป็นเพราะวัยที่มากขึ้นทำให้อีกฝ่ายมีวุฒิภาวะมากขึ้น หัวใจเอลี่เต้นแรงเมื่อต้องสบตาชายหนุ่มนิ่งนาน ยิ่งชายหนุ่มมีแววตาที่แสดงความสงสัยทำให้เอลี่รู้สึกกระวนกระวาย ถึงแม้จะมั่นใจในรูปร่างภายนอกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แต่เอลี่ก็รู้สึกถึงกระแสประหลาดที่ชายหนุ่มส่งมาถึง มือของหญิงสาวชื้นเหงื่อ อดิสรวางมือไว้บนโต๊ะ ตามองที่มือถืออ่านรายงานการประชุม มือเอื้อมไปจับแก้ว แต่พลาดไปจับมือหญิงสาว เอลี่ตาโต อดิสรยังจับข้อมือ
“วันนี้ไม่ได้ใส่สร้อยข้อมือมางั้นเหรอ”
“เออ ไม่ค่ะ” เอลี่ตอบเสียงสั่นรีบบิดข้อมือหนี ใบหน้าบึ้งตึงแต่ในใจเต้นรัว
“รถคงไม่ติดแล้ว ฉันว่าเรากลับกันเถอะ ฉันมีงานต้องทำอีกมาก” เอลี่หันไปเก็บไอแพดลงกระเป๋าใบโต
“โอเค เดี๋ยวผมไปส่งคุณที่คอนโดฯ เพราะมันเป็นทางผ่าน”
“แล้วรถดิฉัน”
“เดี๋ยวผมจะให้คนขับรถขับมาส่งให้คุณที่คอนโดฯ ถ้าย้อนกลับไปกลับมาคงดึกแน่ๆ กว่าจะถึงบ้าน” น้ำเสียงชายหนุ่มเรียบแต่แฝงความมีอำนาจ
บรรยากาศภายในรถเงียบ อดิสรเหลียวไปมองหญิงสาวที่นั่งชิดหน้าต่าง หันหน้าออกนอกหน้าต่างแทบ ตลอดเวลาที่ออกจากร้านกาแฟ อดิสรเอื้อมมือไปเปิดวิทยุ เพลงที่ดังขึ้นทำให้บรรยากาศในรถยิ่งเงียบกริบ เอลี่หันหน้าหนี กระพริบตาเพราะรู้สึกขอบตาร้อน ยิ่งฟังเพลงนี้ทำให้เอลี่รู้สึกแผลที่เริ่มแห้งกรัง เหมือนโดนทิงเจอร์ราด มันปวดแสบร้อน เอลี่จิกเล็บที่ขา เพลง “ I’m your” ทำให้เอลี่น้ำตาไหลอย่างไม่อาจห้ามใจได้ เอลี่รีบปาดน้ำตา อดิสรหันมาเจอถึงกับอึ้ง
“นั่นคุณร้องไห้เหรอ เป็นอะไรหรือเปล่า” น้ำเสียงแสดงความห่วงใย ทำให้เอลี่ยิ่งปวดร้าว รถเลี้ยวเข้าที่ลานจอดรถของคอนโดฯ ริมแม่น้ำชื่อดัง the riverside
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง” น้ำเสียงสั่นเครือ ทำให้อดิสรขมวดคิ้ว