ตอนที่ 263
บทที่ 263 สิ่งที่สามีคุณมีคือเงิน
October 28, 2026
สวีซื่อเสียนเห็นว่าใกล้เที่ยงแล้ว จึงแนะนำว่าให้ออกไปทานอาหารข้างนอก ทานไปคุยไป
เฉินห้าวและโจวซีถงเองก็เห็นด้วย คนทั่วไปต่างชอบคุยธุรกิจบนโต๊ะอาหาร การร่วมมือมากมายล้วนเป็นการดื่มกินและเจรจา
ดังนั้นภายใต้การจัดการของสวีซื่อเสียน พวกเขาจึงมาที่ร้านอาหารริมทางเล็กๆแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากสำนักงาน ร้านอาหารแห่งนี้กินพื้นที่ไม่มาก บรรยากาศสะอาดสะอ้าน
สวีซื่อเสียนเป็นลูกค้าประจำ เถ้าแก่ร้านรู้จักเขา ดังนั้นจึงจัดให้พวกเขาขึ้นไปนั่งชั้นบนที่เงียบและสวยงาม
เมื่อมาถึงโต๊ะก็แยกกันนั่ง เฉินห้าวและโจวซีถงได้รับเกียรติให้นั่งตำแหน่งประธาน ส่วนคนที่เหลือ มีอีก 6 คน ที่ร่วมรับประทานอาหารมื้อนี้ ทุกคนต่างเป็นคนสำคัญในฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนครั้งนี้
สวีซื่อเสียนพิจารณาอย่างรอบคอบ จึงจัดให้หญิงสาวคนหนึ่งนั่งข้างโจวซีถง
พูดคุยการร่วมมือบนโต๊ะอาหาร แน่นอนว่าต้องดื่มเหล้า เพื่อแผนการอันยิ่งใหญ่ เฉินห้าวจึงวางแผนลุกไปดื่มกับเหล่าหัวหน้าฝ่ายในสำนักงานอำเภอ โจวซีถงในฐานะประธานผู้บริหารสาวสวยที่มีชื่อเสียงที่สุด ไม่มีใครกล้าบังคับเธอดื่ม ดังนั้นบนโต๊ะอาหารจึงมีหญิงสาวสองคนที่ดื่มน้ำผลไม้
เมื่อเป็นดังนี้เจ้าพนักงานในสำนักงานอำเภอลี่ทงจึงเริ่มผลัดกันชนแก้วกับเฉินห้าว
ประสิทธิภาพการดื่มของเฉินห้าวถือว่าเก่งมาก จึงไม่มีความเกรงกลัว
แน่นอน ในฐานะนักลงทุนที่โด่งดัง คนอื่นๆไม่กล้ารินเหล้า ล้วนเป็นคุณเริ่มเราทำตาม ปฏิบัติต่อเฉินห้าวดั่งเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง
แน่นอนว่าแอลกอฮอล์เป็นของเหลววิเศษที่ส่งเสริมความรู้สึก หลังจากวนดื่มไปสามรอบ ด้วยฤทธิ์สุราผอ.เลี่ยวจึงเปิดปาก บอกว่าสามารถขายที่ดินถนนเมี่ยวเจียให้ได้ แต่ในฐานะเครื่องมือต่อรองในความร่วมมือ เฉินห้าวต้องลงทุนในเขตอำเภอเมืองด้วย ไม่อย่างนั้นการอนุมัติขายที่ดินก็เป็นเรื่องยาก
“แน่นอนว่าเงินในการลงทุนนี้ต้องไม่ต่ำเกินไป ไม่อย่างนั้นผมคงอธิบายกับผู้บังคับบัญชาไม่ได้”
สวีซื่อเสียนเองก็พูดความต้องการของเขา ตามเงื่อนไขตอนนี้ หากเฉินห้าวต้องการซื้อที่ดินถนนเมี่ยวเจีย นอกจากต้องจ่ายเงินค่าที่ดินแล้ว ยังต้องมีการลงทุนจำนวนหนึ่งในอำเภอลี่ทงด้วย
เฉินห้าวและโจวซีถงได้ปรึกษาเรื่องนี้กันมาก่อนแล้ว ถ้าถนนเมี่ยวเจียพัฒนาไปได้ด้วยดี รายได้พื้นฐานจะอยู่ที่ระดับพันล้าน พวกเขาซื้อที่ดิน ก็ถือเป็นหนึ่งในการลงทุน เมื่อพิจารณาจากต้นทุนเวลา อาจเป็นไปได้ว่าการลงทุนทั้งหมดจะมีมูลค่าน้อยกว่าสองพันล้านหยวน กำไลที่ได้จำนวนมหาศาลเกินครึ่งหนึ่งของการลงทุน
ไม่ใช่ว่าสวีซื่อเสียนและผอ.เลี่ยวไม่ทราบเรื่องนี้ แต่พวกเขาไม่มีความสามารถในการพัฒนาถนนเมี่ยวเจีย แทนที่จะปล่อยที่นั่นเน่าเสีย ไม่สู้ขายไปเสียดีกว่า และนำเงินที่ได้ไปทำประโยชน์ให้ประชาชน
กำไรสุทธิที่เฉินห้าวจะได้รับอยู่ที่ราวๆสิบถึงยี่สิบพันล้าน การลงทุนที่มากกว่ายี่สิบพันล้านนั้นถือว่าอันตรายมาก มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนสูงในการเจรจาต่อรองนี้ ไม่ดีถ้าจะหงายไพ่ออกมา ดังนั้นเฉินห้าวจึงตั้งสติมากขึ้น ถามอีกฝ่ายก่อนว่าต้องการเงินลงทุนที่เท่าไหร่ และราคาที่ดินถนนเมี่ยวเจียทั้งหมดราคาเท่าใด
สวีซื่อเสียนและผอ.เลี่ยวสบตากับ จากนั้นจึงพูดขึ้น“การลงทุนในอำเภอประมาณหนึ่งพันล้าน ไม่อย่างนั้นจะไม่มีผลใดๆในการขออนุมัติ”
ผอ.เลี่ยวพูดต่อทันทีว่า ราคาที่ดินถนนเมี่ยวเจียได้รับการประเมินล่าสุดเมื่อสองปีก่อน ดังนั้นจึงมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ต้องการสักแปดสิบล้านจึงจะตกลง
กล่าวอีกนัยคือ หากเฉินห้าวต้องการถนนเมี่ยวเจีย ต้องจ่ายอย่างต่ำหนึ่งร้อยแปดสิบล้าน แปดสิบล้านสำหรับการซื้อที่ดิน หนึ่งร้อยล้านเป็นการลงทุนในอำเภอลี่ทง ซึ่งการลงทุนย่อมมีผลตอบแทน เป้าหมายกำไรสุทธิที่คาดไว้อยู่ที่อย่างต่ำ 10 – 20 พันล้าน ต่ำจนไม่รู้ว่าจะต่ำไปไหน
เฉินห้าวและโจวซีถงสบตากัน เห็นได้ว่ากันซื้อขายนี้ได้กำไรมหาศาล เป็นเพียงการลงทุนหนึ่งในสิบที่พวกเขาคาดไว้ ไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้แล้ว จึงเซ็นตกลงและจบการเจรจา