ตอนที่ 964
บทที่ 966 ผู้มีพระคุณ
October 22, 2026
เฉินชางเห็นว่าวันเสาร์อาทิตย์ยิ่งใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว เขาพลัน รู้สึกว่าภารกิจของตนยิ่งยุ่งวุ่นวายขึ้นมา บรรณาธิการหลักวารสารประจำ ปีศัลยกรรมทรวงอกคุยกับ เฉินชางอยู่พักหนึ่ง ด้วยหวังว่าจะได้สัมภาษณ์พิเศษเฉินชางสักครั้ง พอได้ข่าวนี้แล้ว ตัวเฉินชางก็ไม่มีความเห็นอะไร แต่… เดือนนี้ตารางของเฉินชางเต็มแล้ว! เสาร์อาทิตย์นี้มีงานชุมนุมระบบย่อยอาการที่ซุนกว่างอวี่เป็น คนจัด เสาร์อาทิตย์หน้ามีงานอบรมเพิ่มพูนความรู้การผ่าตัด ตับอ่อนฉุกเฉินพื้นฐานขององค์การระดับชาติ อีกสองสัปดาห์ก็ต้องไปอเมริกาเพื่อร่วมประชุมระบบ ทางเดินอาหารของเมโย ช่วงนี้เฉินชางยุ่งมากจริงๆ เขาจึงทำได้แค่เลื่อนออกไป แต่ที่ทำให้เฉินชางสงสัยก็คือ อีกฝ่ายเข้าใจและรับได้หมด จริงๆ กระทั่งยังรู้สึกว่าสมเหตุสมผลดูท่าเวลาของคนดังจะไม่ใช่เวลาของตัวเองจริงๆ สินะ พอกลับบ้านตอนค่ำ เฉินชางก็เปิดคอมพิวเตอร์เพื่อทำ โครงร่างเทคนิคการใช้กล้องส่องที่อยู่ในหัว ถ้ารู้แต่แรก เฉินชางคงไม่ใช้เวลาในการตีพิมพ์บทความช่วง ก่อนหน้านี้มากขนาดนั้นแล้ว ถึงอย่างไรเขาก็มีนักเรียนมากขนาดนี้ จึงอยากหาเวลาให้คนกลุ่มนี้เขียนบทความมาคนละฉบับ วิเคราะห์ วิธีการผ่าตัดจากมุมมองและจุดเน้นต่างๆ กันไป ตอนนี้เฉินชางเข้าใจแล้วว่าทำไมบรรดาเทพพวกนั้นถึง มีบทความมากมายขนาดนั้น ย่อมไม่ใช่เพราะเขียนเอง พวกเขา มีเวลาขนาดนั้นเสียที่ไหน เป็นเพราะมีทีมของตัวเองทั้งนั้น ที่จริงหนังสือเทคนิคการใช้และแนวทางการส่องกล้องยัง พัฒนาได้อีกมาก เพราะการส่องกล้องก็แบ่งออกเป็นการส่องกล้อง ช่องท้อง ส่องกล้องทรวงอก เป็นต้น การผ่าตัดที่แตกต่างกันย่อม ต้องมีผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ถึงทำได้แต่แทนที่จะทำงานเกินตัว สู้ตั้งใจทำให้สำ เร็จเพียงอย่างเดียว เสียดีกว่า นั่นก็คือการใช้กล้องส่องช่องท้อง ถ้าครบถ้วนกระบวนความ มีภาพผ่าตัดของทุกเทคนิคจะดี ที่สุด แบบนี้แล้วตอนเรียนรู้จะได้สะดวกขึ้นหน่อย แต่บรรณาธิการหลักกับกรรมการรองบรรณาธิการมากมายขนาดนี้ ย่อมให้ตนทำงานคนเดียวไม่ไหวเฉินชางตัดสินใจเรียบเรียงแนวคิดโดยรวม แล้วแบ่งงานโดยละเอียดให้เรียบร้อยก่อน ถ้าตั้งทีมกรรมการผู้เชี่ยวชาญในงานชุมนุมครั้งนี้ได้จะดีที่สุดจากนั้นจึงค่อยเอางานและภาพที่ชัดเจนพวกนั้นให้กรรมการพวกนี้ทำให้เสร็จที่จริงแต่งหนังสือถือเป็นงานช้าง!ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้วจริงๆเคยเขียนหนังสือเล่มหนึ่งอยู่สิบกว่าปีหรือแม้กระทั่งหลายสิบปีเคสรักษาของคนดังเห่ลานั้นต่างวาดเองทีละเส้นทั้งนั้นแต่ตอนนี้ล่ะตำราของศาสตราจารย์บางคนที่คุณเห็นอยู่ล้วนเป็นสิ่งที่นักศึกษาจัดทำทั้งนั้นถึงกับดึงเอาสิ่งละอันพันละนิดของหนังสือสองสามเล่มมารวมกันด้วยซ้ำในสังคมนี้มีคนที่จดจ่อกับการทำงานวิชาการได้จริงๆ น้อยลงไปทุกทีในสายตาคนเหล่านี้ การเขียนหนังสือเป็นเรื่องใหญ่!แต่ในสายตาของใครหลายๆ คนการเขียนหนังสือกลายเป็นการชุบตัวไปแล้ววารสารใหญ่กับแพลตฟอร์มต่างๆ เริ่ม ‘รับตำแหน่ง’ ‘รองบรรณาธิการ’ และ ‘คณะกรรมการบรรณาธิการ’ อย่างเปิดเผยเสียด้วยซ้ำการศึกษาและงานวิชาการกลายเป็น ‘สินค้าแลกเปลี่ยน’อย่างหนึ่งตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้เสียแล้วต่อให้เฉินชางเทียบกับคนดังเหล่านั้นไม่ได้ แต่ก็หวังว่าการเขียนหนังสือเล่มนี้จะมีประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่ใช่การชุบตัวเป็นแนวทางส่องกล้องของศัลยแพทย์ทั่วไปหลายคนได้!ตอนที่เฉินชางยุ่งอยู่ ฉินเยว่ก็ไม่ได้รบกวน หยิบหนังสือไปอ่านเองเฉินชางใช้เวลาทั้งคืนจึงเรียบเรียงสิ่งที่อยู่ในหัวแล้วจัดระเบียบโครงร่างจนเสร็จก่อนอื่น เล่มแรกจะเป็นแนวทางการใช้กล้องส่องฉบับใช้ทั่วไปต่อมา เล่มที่สอง เขาหวังว่าจะเขียนเทคนิคตามวิธีการอย่างประเภทของอาการป่วยได้