ตอนที่ 125
บทที่ 125 ฉวยโอกาสยามยากลำบาก
October 28, 2026
วันวิวาห์ยืนตัวตรงแล้วคอยพูดเอ่ยๆขึ้นว่า “ความเครียดของทุกคนฉันเข้าใจ แต่ว่าตอนนี้โรงงานผลิตของพวกเราได้ถูกเผาไหม้ไปแล้วมันก็เป็นเรื่องจริง ความเสียหายตอนนี้ยังไม่ได้ประเมินว่าเท่าไหร่ สิ่งที่ทุกคนอยากให้พูด ตอนนี้ฉันไม่มีอะไรจะพูด แต่ก็รับประกันกับทุกคนได้ว่าสินค้าของพวกคุณฉันจะพยายามส่งให้ตรงเวลา ฉันได้สั่งไปแล้วว่าให้อีกสองโรงงานนั้นเพิ่มกะทำงานเพื่อเพิ่มการผลิต ถึงตอนนั้นจะได้ให้กับทุกคนอย่างละหนึ่งล็อตก่อน เพื่อพยายามให้ลูกค้าที่เร่งรีบของพวกคุณได้รับสินค้า ส่วนสินค้าหลังจากนี้ก็ขอให้ทุกคนเข้าใจและอภัยฉัน ให้เวลาฉัน ให้ฉันได้คิดหาวิธี”
เธอมองไปรอบๆทุกคน “พวกเราเป็นลูกค้าเก่าที่ร่วมมือกันมาหลายปี รอให้เรื่องนี้ผ่านไปค่าเสียหายที่ทุกคนควรจะได้รับนั้นฉันจะชดใช้ให้กับทุกคนไม่ให้น้อยเลยค่ะ”
แม้ว่าทุกคนจะมาเพื่อเรื่องชดเชยค่าเสียหายและการรับสินค้า แต่ก็ถูกวันวิวาห์ว่าตรงไปตรงมาอย่างนี้ก็ให้รู้สึกมีความกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกันอยู่บ้าง
แต่ว่าต่างก็เป็นบุคคลที่คร่ำหวอดอยู่ในธุรกิจมานาน ก็ไม่มีใครที่เอาความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้เก็บมาใส่ใจ
ท่าทางก่อนหน้านี้ที่เสียงดังเอะอะก็ให้เปลี่ยนไปทันที “คำพูดของท่านประธานวันวิวาห์พวกเรานั้นเชื่ออยู่แล้ว พวกเราแค่คุยกันในเรื่องธุรกิจแค่นั้น ท่านประธานวันวิวาห์อย่าถือโทษท่าทางวู่วามของพวกเราเมื่อกี้ก็พอครับ”
“นั่นสิครับ พวกเราสู้ธุรกิจใหญ่อย่างโสธรณาลัยกรุ๊ปไม่ได้หรอก ถ้าไม่ระวังคงไม่มีทางที่จะฟื้นคืนได้ ยังหวังให้ท่านประธานวันวิวาห์เข้าใจ”
อีกคนนึงถามอย่างสงสัยว่า “ท่านประธานวันวิวาห์ครับผลิตภัณฑ์เซ็ตนี้โปรโมทแล้วก็ขายหมดสต็อก คงมีแผนสำรองจัดการรับมือกับสถานการณ์อย่างนี้แล้วนะครับ อีกอย่างได้ยินว่าก่อนหน้านี้คุณได้ยกเลิกออร์เดอร์เงินก้อนโต สต๊อกสินค้าของคุณคงยังไม่ได้ใช้ แบ่งให้พวกเรามาใช้ก่อนก็ได้นะครับ”
ไฟร้อนในใจของวันวิวาห์ตั้งแต่เมื่อวานตอนกลางคืนจนถึงตอนนี้ก็ให้ประทุตั้งแต่เท้ามายังหัว
เธอพูดด้วยความโกรธเสียงเย็นชาว่า “สต๊อกสินค้ามีอยู่ที่โรงงานที่ไหม้เมื่อคืน ประธานวิสุทธิ์จะเอามั้ยคะ?”
ประธานวิสุทธิ์ถูกย้อนจนไปไม่เป็น
เสียงของวันวิวาห์ให้ลากสูงขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ “แม่ง ถ้าฉันรู้ว่าสินค้าของฉันจะถูกไฟไหม้ ฉันยังต้องให้คุณมาเตือนว่าจะเอาหรอ ให้พวกคุณมาบีบจนเวลาจะเปลี่ยนเสื้อยังไม่มีเลย?!”
ต่างก็เป็นลูกค้าเก่าที่ร่วมมือกันมานาน พอเกิดเรื่องไม่ได้ให้ความช่วยเหลืออะไร แต่ซ้ำเติมกันทั้งนั้น!
นี่คือคุยธุรกิจ??!
นี่เป็นการฉวยโอกาสในยามยากต่างหาก!
วิวาห์ทั้งโกรธทั้งหมดหวัง ใจให้เยือกเย็น
สีหน้าของคนที่อยู่ตรงนั้นกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
พอจินจินเห็นว่าเกิดเรื่องไม่ดีก็รีบเข้าไปห้ามวันวิวาห์พลางพูดขึ้นว่า “ขอโทษทุกท่านจริงๆค่ะ ท่านประธานวันวิวาห์ของพวกเรารู้ข่าวว่าไฟไหม้เมื่อคืนก็อยู่แต่ที่โรงงาน หลังจากที่ไฟหมอดลงก็รีบมาที่บริษัทไม่ได้นอนทั้งคืน ขนาดน้ำก็ยังไม่ได้ดื่มเลย ทั้งเหนื่อยทั้งล้า อารมณ์ถึงไม่ค่อยดี ให้พวกคุณให้อภัยด้วยค่ะ เดี๋ยวฉันให้คนมาจัดการ พวกคุณลองคิดก่อนว่าสินค้าที่เร่งด่วนนั้นต้องการเท่าไหร่ พวกเราเอาความคิดมาอยู่ตรงจำนวนของที่ต้องการเพื่อจัดการให้กับคุณก่อน ส่วนของในภายหลังก็ค่อยๆไป”
เธอพูดจบอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ความโกรธของวันวิวาห์จะประทุอีกครั้ง เธอเลยประคองรีบพาเธอกลับไปห้องทำงาน
กลับมาห้องทำงาน สปิริตที่ประคองไว้นั้นก็หายไป
เธอทรุดลงนั่งที่เก้าอี้ทำงานอย่างใจลอย จ้องมองที่โต๊ะอย่างใจลอยอยู่นาน
จินจินวิ่งเข้ามาในห้องพักผ่อนของเธอเพื่อหาเสื้อเปลี่ยนและเตรียมน้ำร้อนให้ “ท่านประธานวันวิวาห์คะ ไปอาบน้ำพักผ่อนสักหน่อยนะคะ ถ้าคุณล้มไป บริษัทก็แย่แน่”
วันวิวาห์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดินตามจินจินเข้าไปในห้องน้ำอย่างตัวชา
อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ
โซนพักผ่อนในห้องทำงานจินจินได้เตรียมอาหารเช้าไว้พร้อมแล้ว
วันวิวาห์ไม่มีความรู้สึกอยากกิน แต่ก็ยังคงเดินเข้าไปนั่ง
ขณะที่กำลังจะเตรียมกินนั้น โมโมะเดินเข้ามาอย่างโกรธ “เกิดเรื่องใหญ่อย่างนี้ ทำไมเธอไม่บอกกับฉัน?”
ถ้าตอนเช้าไม่เห็นข่าว เธอยังคงไม่รู้
จินจินเปิดประตูแล้วเดินออกไป
วันวิวาห์คนข้าวต้ม “ตอนนี้สมองของฉันมึนไปหมด ยังคิดอยากจะบอกเธอได้ที่ไหน”
“แล้วเธอไม่ได้บอกจอมพลเหมือนกันหรอ?”
ท่าทางของวันวิวาห์ชะงักลง เงยหน้ามองเพื่อนสนิท “โม ฉันไม่อยากบอก แล้วก็เอ๊ะอะอะไรก็ไปหาเขาหรือเพิ่งเขาไม่ได้หรอกนะ”
“แต่ว่าตอนนี้โรงงานที่ไฟเผานะ แม้ว่ายังไหม้ไม่หมด แต่ระยะเวลาอันสั้นนี้ก็ไม่มีทางที่จะเพิ่มผลผลิตได้ สินค้าสำเร็จรูปและวัตถุดิบที่เสียหายพวกนี้ฉันไม่ต้องพูดแล้ว เวลาส่งสินค้ามาถึงแล้ว พวกเราเอาของมาไม่ได้เยอะขนาดนั้น ทำไงดี?!”