ตอนที่ 131
บทที่ 131 ถ้ามีแล้วก็ปล่อยให้มี
October 28, 2026
จอมพลมุ่งความสนใจไปกับการขับรถ และทำท่าเหมือนไม่ได้ยินอะไร
วันวิวาห์แอบกลอกตาแล้วอธิบายว่า “คุณอย่าหึงมั่วซั่วสิ เขาเป็นพี่ชายของฉันนะ ตอนนี้ฉันเป็นคนจัดการโสธรณาลัยกรุ๊ป และเพราะว่าที่นี่เป็นธุรกิจของครอบครัวและเป็นหัวใจของพ่อฉันมาตลอดชีวิต ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยสนใจเรื่องราวของครอบครัวเท่าไหร่ แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นมาแล้ว จะทำเป็นไม่สนใจก็คงไม่ได้ล่ะมั้ง”
ในที่สุดจอมพลก็ยอมหันมาเหล่มองอย่างไร้ความรู้สึก “พี่ชายที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน”
วันวิวาห์โมโหขึ้นมา เธอทั้งโกรธทั้งขำ “ใช่ ไม่มีสายเลือดเดียวกัน แต่คนนอกอย่างฉันเป็นคนเดียวที่แบกรับภาระบริษัทของตระกูลโสธรณาลัยเอาไว้ แต่เขาเป็นคนตระกูลโสธรณาลัยแท้ เขาจะไม่สนใจเรื่องนี้เชียวหรือ”
หยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวออกมาอีกว่า “ไม่ใช่แค่นี้นะ ตอนนี้ฉันยุ่งมากตั้งแต่เช้ายันเย็น แค่เวลานอนยังไม่มีเลย จะให้เอาเวลาที่ไหนไปจู๋จี๋กับคนอื่นคะ
เขายังคงทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้
วันวิวาห์เอนตัวเข้าไปคลอเคลียแล้วกอดแขนขวาของเขาเอาไว้
“พอได้แล้วค่ะ ฉันอธิบายไปหมดแล้ว คุณอย่าโกรธเลย ใจกว้างหน่อย”
แขนขวาของจอมพละกำลังจับพวงมาลัยเอาไว้ เมื่อถูกดึงกะทันหันเช่นนี้ รถจึงส่งเสียง “เอี๊ยด” แล้วไถลเป็นแนวงูเลื้อยไปตามถนน
ทั้งสองคนตกใจสุดขีด
จอมพลทำหน้าเครียด “กลับไปนั่งดีๆ เลย ผมจะขับรถ”
วันวิวาห์กลับกอดแขนของเขาแน่นขึ้น
จอมพลจนปัญญาได้แต่จำใจเปลี่ยนไปใช้มืออีกข้างจับพวงมาลัย แฃ้วปล่อยให้เธอเอามือข้างนั้นของเขาไปกอดไว้ในอก
สิ่งที่สัมผัสกับแขนอันแข็งแกร่งของเขาคือเนินอกอ่อนนุ่ม หัวใจของเธอที่อยู่ภายใต้เนินอกเริ่มเต้นเร็วขึ้นมาด้วยจังหวะปกติ แต่การสัมผัสนั้นทำให้แววตาของจอมพลหม่นลง อารมณ์ของเขาแปรปรวณขึ้นมา
วันวิวาห์ยังคงไม่รู้ตัว เธอยังเอนหัวไปซบลงบนหัวไหล่ของเขา “ประเด็นที่สำคัญมากอย่างหนึ่งคือ ฉันระลึกอยู่เสมอว่าตัวเองแต่งงานแล้ว สามีของฉันหล่อเหลาบึกบึนขนาดนี้ ส่วนหัวใจของฉันก็ดวงนิดเดียว แค่คุณคนเดียวก็เอาเข้าไปไม่หมดแล้ว แล้วจะให้ไปสนใจคนอื่นอีกได้ไงล่ะ ต่อให้เป็นเทพบุตรมาจากไหน หรือหล่อกว่านี้ อบอุ่นกว่านี้ ก็เทียบไม่ได้กับสามีคนนี้แน่นอน พี่ชายกับฉันโตขึ้นมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ความรู้สึกระหว่างพวกเราสองคนผูกพันกันมาก ไม่มีทางที่จะเหลือช่องว่างให้กับความรู้สึกอื่นได้ พวกเราเป็นพี่น้องกัน ยังไงชีวิตนี้พวกเราก็เป็นกันได้แค่นี้”
เธอโน้มตัวเข้าไปใกล้แล้วจูบเข้าที่บริเวณกรามของเขา “ฉันไม่ได้ปัญญาอ่อนสักหน่อย ที่จะไม่รักสามีที่ดีจนหาที่ติไม่ได้คนนี้ และแอบไปหาเศษหาเลยที่อื่น......”
เมื่อสตรีที่กำลังอยู่ในช่วงหลงใหลคลั่งไคล้แบบนี้มักจะไม่รู้สึกอายอะไรทั้งนั้น
จอมพลเก๊กหน้าเข้มอยู่ได้อีกไม่เกิน 3 วินาทีก่อนจะทนไม่ไหว
เสื้อผ้าในฤดูร้อนบางเบา สัมผัสที่แขนของเขาจึงยิ่งรู้สึกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เสียงหัวใจที่เต้นระรัวแรงจนเขารับรู้ได้ จนเกิดกระแสไฟฟ้าปรี๊ดขึ้นมา
“เอี๊ยด......”
จอมพลกระทืบเบรก ล้อบดถูไปตามถนน พลางส่งเสียงแหลมและหยุดลงข้างทาง
ตัวของวันวิวาห์กระแทกไปข้างหน้าตามแรงเฉื่อย
ยังไม่ทันจะตั้งตัวได้ ประตูด้านข้างของเธอก็ถูกเปิดออก เข็มขัดนิรภัยถูกปลด เธอถูกอุ้มไปยังเบาะด้านหลัง
“นี่ คุณ......”
ยังไม่ทันจะได้กล่าวอะไรออกมา ชายคนนั้นก็รีบแทรกตัวตามเข้าไปด้านใน แล้วกดเธอลงกับเบาะก่อนจะระดมจูบเธออย่างเร่าร้อน
“อื้ม......อื้ม......”
วันวิวาห์ถูกจูบจนแทบจะหายใจไม่ออก เธอพยายามตีเขาเบาๆ เพื่อขัดขืน
สุดท้ายเขาก็ปล่อยริมฝีปากของเธอแล้วค่อยๆ เอนตัวออก “เตรียมโดนได้เลย”
วันวิวาห์ยิ่งหายใจถี่ ใบหน้าของเธอแดงก่ำ โดยไม่รู้ว่าเกิดจากโดนจูบหรือคำพูดที่เปิดเผยแบบนั้น
เธอกัดริมฝีปากและพูดเบาๆ “จอมพลคุณไม่รู้จักอายบ้างหรือไง กลางวันแสกๆ แบบนี้ แถมยังอยู่ข้างถนนด้วย......”
“ครืดดด”
หน้าต่างรถถูกเลื่อนขึ้น ฟิล์มเข้มทำให้ความสว่างในรถน้อยลงไปค่อนข้างมาก
วันวิวาห์อับจนคำพูด
เขาถอดเสื้อผ้าของเธอออกอย่างรวดเร็วอย่างแทบจะทนไม่ไหว “แถวนี้ไม่มีกล้องวงจรปิด นานๆ ทีจะมีรถขับผ่านมาสักคัน ต่อให้ขับผ่านมาแล้วยังไง ไม่มีใครมองเห็นข้างในอยู่ดี รับรองได้ว่าปลอดภัย......และก็เร้าใจดีออก”
เร้าใจมากจริงๆ
แค่วันวิวาห์ได้ยินคำพูดของเขาก็ตัวสั่นไปทั้งตัว
เธอพยายามขัดขืน
เขาเอามือของเธอไพล่หลังไว้ ไม่นานนักร่างกายของเธอก็เปลือยเปล่า