ตอนที่ 132
บทที่ 132 เพลิงไหม้จากแว่นขยาย
October 28, 2026
เช้าวันรุ่งขึ้น
ในขณะที่วันวิวาห์ลงมากินอาหารเช้า
ตอนที่เธอเพิ่งจะนั่งลง จอมพลก็เดินเข้ามาในห้องอาหาร “การสืบเรื่องไฟไหม้ที่โรงงานมีความคืบหน้าแล้วนะ”
วันวิวาห์ที่เทโจ๊กเอาไว้เต็มถ้วยชะงัก “เกิดจากอะไรคะ”
“ตำรวจเจอแว่นขยายตกอยู่ในคลังสินค้าที่เกิดเหตุไฟไหม้ พวกเขาใช้เทคโนโลยี3D จำลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น จึงพบว่าเป็นเพลิงไหม้ที่เกิดจากแว่นขยายรวมแสงไปจ่อที่เชื้อเพลิง”
วันวิวาห์นำถ้วยโจ๊กที่เทเอาไว้เต็มไปวางไว้หน้าจอมพลด้วยสีหน้าหนักอึ้ง “ในคลังสินค้าจะมีแว่นขยายได้ยังไงคะ ในโรงงานไม่ได้ใช้มันอยู่แล้ว และไม่มีเหตุผลอะไรต้องเอาเข้ามาด้วย หรือว่าจะมีคนเอามันเข้ามาในโรงงาน”
จอมพลมองเธอที่เงียบไป
ในหัวของวันวิวาห์กำลังเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา “มีคนตั้งใจเอามันเข้ามา?!”
จอมพลพยักหน้า “คงเป็นอย่างนั้นแหละ”
ในหัวของวันวิวาห์กำลังใช้ความคิดทบทวนอย่างหนัก “ดังนั้นตอนนี้ต้องสืบหาให้ได้ว่าใครเป็นคนเอาเข้าไปก็จะรู้ความจริง แต่เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้เพลิงรุนแรงมาก ป่านนี้หลักฐานคงถูกไฟไหม้ไปหมดแล้ว......ข้อมูลของกล้องวงจรปิดที่เก็บเอาไว้ในคลาวด์ก็มีเวลาจำกัด ไม่รู้ว่าจะพอสืบหาคนทำได้ไหม”
จอมพลคีบเกี๊ยวกุ้งวางไว้ในถ้วยของเธอหนึ่งชิ้น “ฉันเคยบอกเธอไปแล้วว่าบริษัทของเธอต้องถ่ายเลือดครั้งใหญ่ เรื่องนี้จะรอช้าไม่ได้แล้ว”
วันวิวาห์ถอนใจ “จริงๆ เตรียมเอาไว้สักพักแล้วล่ะค่ะ ติดแค่ยังไม่มีเวลา แถมยังมีเรื่องต้องจัดการหลายอย่าง”
ตอนนี้เธอไม่เหลือความอยากอาหารอีกต่อไป เธอเหม่อลอยคนโจ๊กที่อยู่ในถ้วย “อันที่จริงแล้วเรื่องนี้ ถ้าสืบลึกลงไปคงจะมีไม่เรื่องอะไรมากนัก มีความเป็นไปได้สูงมากว่าคนที่ทำจะเป็นคนตระกูลโสธรณาลัย คุณปู่มีลูกชายแท้ๆ ทั้งหมดสามคน มีหลานชายและหลานสาวรวมแล้วทั้งหมดเจ็ดแปดคน นอกจากพี่รองแล้ว คนอื่นๆ ก็ไม่มีใครพอใจที่ฉันเป็นเข้ามาดูแลโสธรณาลัยกรุ๊ป พวกเขามีแรงจูงใจและเหตุผล”
จอมพลกล่าวอย่างรังเกียจ “ตอนนั้นน่าจะปล่อยให้โสธรณาลัยกรุ๊ปล้มละลายไปซะ ให้พวกเขากลายเป็นพวกเร่ร่อนไร้บ้าน แต่ตอนนั้นเธอใจอ่อน ยอมช่วยเหลือโสธรณาลัยกรุ๊ปเพราะหวังดีกับพวกเขา สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าเกิดผลเสียอีกหลายเรื่องตามมาไม่จบ”
วันวิวาห์ยิ้มอย่างขมขื่น “สาเหตุลึกๆ แล้วก็เป็นเพราะว่าฉันไม่ใช่สายเลือดแท้ๆ ของตระกูลโสธรณาลัย ไม่ว่าจะซื้อกิจการหรือว่าปล่อยให้ล้มละลาย ความขัดแย้งระหว่างฉันกับพวกเขา ยังไงก็คงไม่มีทางจบสิ้น หากต้องการแก้ความขัดแย้งพวกนี้ ฉันต้องคิดหาวิธี”
“เธอวางแผนไว้ว่ายังไงบ้าง”
“ตอนนี้ยังไม่มีแผนอะไรค่ะ เกิดเรื่องอะไรขึ้นก็แก้ไปทีละอย่าง ให้ทุกอย่างดำเนินไปตามธรรมชาติ รอให้จับคนร้ายที่ก่อเหตุวางเพลิงให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน จิราวัฒน์หนีไปแล้ว ลูกหลานคนอื่นๆ ที่เหลืออยู่คงจะไม่หัวรุนแรงอะไรมากนัก ในบรรดาคนตระกูลโสธรณาลัยฉันไม่รู้จริงๆ ว่าใครน่าสงสัยกว่าใคร ในเมื่อตำรวจสามารถสืบเรื่องแว่นขยายได้ แสดงว่าจะต้องหาเบาะแสอื่นๆ ได้อีกแน่ รอให้พวกเขาหาความจริงมาให้พวกเราก่อนดีกว่าค่ะ”
จอมพลไม่ได้แสดงความเห็นอะไรออกไป และเปลี่ยนบทสนทนาไป “สุดสัปดาห์นี้ คุณทำตัวให้ว่างนะ ไปร่วมงานเลี้ยงกับผม”
“ใช่งานครั้งที่แล้วที่คุณเคยบอกไหมคะ”
“อืม”
วันวิวาห์แปลกใจ
ช่วงนี้เกิดเรื่องราวต่างมากมาย เธอคิดว่างานเลี้ยงนั้นผ่านไปแล้ว
เธอควบคุมความคิดวุ่นวายของตัวเองเอาไว้แล้วถามออกไปว่า “เป็นงานเลี้ยงอะไรหรือคะ”
“เดี๋ยวไปก็จะรู้เองแหละ ไม่ต้องให้ความสำคัญอะไรมากนักหรอก แค่แต่งตัวให้เป็นทางการหน่อย อย่าโป๊มากเท่านั้นพอ”
วันวิวาห์ทำท่าคิดก่อนจะพยักหน้า “ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว”
ในขณะที่เธอกำลังครุ่นคิดอยู่ว่าจะใส่อะไรไปงานดีนั้น จอมพลก็โยนบัตรเครดิตให้เธอใบหนึ่ง “ไปซื้อสูทสวยๆ ใส่นะ อย่าทำให้ฉันขายหน้า”
วันวิวาห์แอบกลอกตา แล้วเก็บบัตรด้วยท่าทางสบายๆ
ริมฝีปากของจอมพลกระตุกเป็นรอยยิ้มเบาๆ “ช่วยหาให้ฉันด้วยชุดหนึ่ง”
“ห๊ะ?”
เขาก้มหน้าก้มตากินข้าวไม่สนใจอะไรอีก
วันวิวาห์กำลังใช้ความคิดในหัว
พอถึงวันศุกร์ สินค้าล็อตแรกจะถูกส่งออกจากโรงงาน
ถ้าสินค้าถูกส่งออกไปเรียบร้อยแล้ว วันเสาร์ อาทิตย์ก็จะได้หมดห่วง
เรื่องเข้าใจผิดระหว่างทั้งสองคนเพิ่งจะคลี่คลาย วันหยุดนี้จะได้ใช้เวลาอยู่เป็นเพื่อนเขาได้ จะได้ถือว่าเป็นการชดใช้ให้เขาด้วย