ตอนที่ 135
บทที่ 135 ไว้หน้า
October 28, 2026
โมโมะที่มากับพ่อแม่ของเธอกำลังมองมาทางนี้
วันวิวาห์รีบส่งสายไปที่เธอ
ทั้งสองคนรู้จักกันมานานหลายปี จึงรู้ความหมายกันเป็นอย่างดี
โมโมะรีบเดินเข้ามาหา
เธอหันไปพยักหน้าให้กับทุกคนเพื่อเป็นการทักทายแล้วยิ้มอย่างอารมณ์ดี “คุณจอมพลคะ ขอยืมตัวภรรยาของคุณสักครู่นะคะ”
จอมพลพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะกล่าวกำชับวันวิวาห์เบาๆ “อีกเดี๋ยวฉันจะต้องขึ้นไปกล่าวเปิดงานบนเวทีแล้ว อย่าออกนอกสายตาของฉันอย่างเด็ดขาด พอเสร็จแล้วฉันจะมาหาเธอ”
วันวิวาห์ยิ้มหวานจนตาเป็นสระอิ “ได้แน่นอนค่ะ คุณจอมพลของพวกเราเท่ขนาดนี้ ถ้าฉันไม่คอยเฝ้าไว้ก็คงวางใจไม่ได้เหมือนกัน”
จอมพลอมยิ้มเล็กน้อย แล้วมองตามเธอกับโมโมะที่กำลังเดินห่างออกไป
ราชันหัวเราะอย่างสุภาพ “เธอไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาจริงๆ เธอไม่เหมือนกับพวกผู้หญิงพวกนั้นในเมืองโตตู มิน่าล่ะพลถึงหลงเธอหัวปักหัวปำ”
ฮ่องเต้ตั้งใจถอนหายใจออกมา “ไม่เหมือนอยู่แล้ว ผู้หญิงแข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่สวยแต่ยังมีความสามารถ จากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานก็พอที่จะมองออกแล้วว่าเธอเด็ดขาด เสน่ห์แบบนี้จะหาใครมาเปรียบเทียบได้”
กวินทร์ทำหน้าบิดเบี้ยวออกมาจากใจ “ประสบความสำเร็จทั้งความรักและเรื่องธุรกิจ และทำตัวเหมือนอย่างคนธรรมดาทั่วไป”
......
อีกด้านหนึ่ง
วันวิวาห์และโมโมะหยิบขนม จากนั้นจึงหามุมที่คนน้อยๆ นั่งลงด้วยกัน
โมโมะตักพุดดิ้งเข้าปาก “เมื่อกี้ฉันเพิ่งเห็นกำหนดการงาน ประธานสมาคมคนใหม่คือจอมพลจริงๆ ด้วย เห้อ วันวิวาห์ เธอนี่ช่างโชคดีจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจเลือกแต่ดันเลือกได้ของล้ำค่า”
วันวิวาห์มองไปตามสายของโมโมะที่พุ่งตรงไปที่บริเวณใจกลางงาน ออแกนไนซ์กำลังพูดคุยบางอย่างอยู่กับจอมพล
เขากำลังตั้งใจฟัง แม้เขาจะไม่ได้ทำอะไรและไม่ได้พูดอะไร แต่ก็ยังมีท่าทีที่โดดเด่น ความหล่อเหลาของเขาโดดเด่นออกมาจากทุกคน
“สวรรค์ปิดประตูบานหนึ่งของเธอ ก็ต้องเปิดประตูอีกบานเอาไว้ให้ ฉันสูญเสียตระกูลโสธรณาลัยไป สูญเสียครอบครัว แต่สุดท้ายฉันกลับพบจอมพล เขาคือหน้าต่างบานนั้นของฉัน แถมยังเป็นหน้าต่างที่ดีมากซะด้วย เขาทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัย เป็นหน้าต่างที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าร่างกายและจิตใจของฉันมีคนคอยดูแล”
ระหว่างที่วันวิวาห์กำลังกล่าวคำพูดนี้ออกมา ดวงตาของเธอก็เป็นประกายสุกไสว สว่างไสวจนทำให้คนต้องแสบตา
“โถ” โมโมะขนลุกขึ้นมาแล้วทำหน้าบิดเบี้ยว “ขอร้องล่ะ อย่ามาทำหวานต่อหน้าฉันได้ไหม เลี่ยนจะแย่”
เธอใช้มือลูบแขนของเธอที่ขนลุกพอง เธอวางช้อนลงก่อนจะลุกขึ้น “ไปเถอะ พี่จะพาเธอไปหาคนคนหนึ่ง”
เธอไม่สนใจว่าวันวิวาห์จะปฏิเสธหรือไม่ ก็ได้ลากเธอเดินออกไปจากห้องจัดงานเลี้ยงเสียแล้ว
“โอย ช้าๆ หน่อย ฉันจะล้มแล้ว” วันวิวาห์หยุดลง แล้วจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองที่ยุ่งเหยิง “เธอจะพาฉันไม่เจอใคร”
โมโมะยิ้มอย่างมีเลศนัย “อีกเดี๋ยวก็จะรู้เอง”
ทั้งสองเดินเข้าไปยังห้องรับรองวีไอพี
โมโมะหยุดอยู่ด้านหน้าห้องรับรอง “ถึงละ”
หลังจากผลักประตูเข้าไปแล้ว
ห้องรับรองมีขนาดใหญ่มาก มีมุมพักผ่อน สิ่งบันเทิงและอาหารครบครัน
แต่ด้านในไม่มีใครอยู่สักคน มีเพียงมุมพักผ่อนที่มีโต๊ะน้ำชาที่มีกาแฟร้อนวางเอาไว้
“เขาไปไหน” โมโมะถามขึ้นด้วยสีหน้าสงสัย
วันวิวาห์กลอกตา “เธอถามฉันเหรอ”
“ฉันก็ถามดู” โมโมะกล่าวพลางหยิบมือถือขึ้นมา
ใกล้จะถึงเวลาที่จอมพลต้องกล่าวเปิดงานเต็มทีแล้ว วันวิวาห์จึงกล่าวเร่ง “เร็วเข้า”
โมโมะเดินออกไปโทรศัพท์ด้านนอก
รองเท้าที่เธอใส่อยู่ค่อนข้างคับ วันวิวาห์จึงหาที่นั่งพักแล้วเท้ารองเท้าออกเพื่อพักเท้า
“คุณหนูวิวาห์?”
มีเสียงคนดังขึ้นมาจากปากประตู
วันวิวาห์รีบใส่รองเท้ากลับเข้าไปแล้วลุกขึ้นยืน ก่อนจะมองไปทางประตูอย่างทำตัวไม่ถูก “คุณเทพบุตร......บังเอิญจังเลยนะคะ”
ประหลาดใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะทักทายออกมาอีก “คุณเทพบุตรอยู่ตรงนี้ได้ยังไงคะ”
โมโมะเธอมันคนบ้า คงไม่ได้ตั้งใจพาเขามาเจอฉันหรอกนะ!
“พอดีผมผ่านมาน่ะ แล้วเห็นพอดี......”
แววตาของเทพบุตรยังคงปรากฏรอยยิ้ม แล้วแอบเหล่มองไปที่เท้าของวันวิวาห์
ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้พูดอะไรแต่ดูเหมือนเขาจะมองออก
วันวิวาห์หน้าแดง