ตอนที่ 136
บทที่ 136 ลางสังหรณ์ที่ไม่ดี
October 28, 2026
“ได้” วันวิวาห์ร้อนรนขึ้นมา ดึงชายกระโปรงขึ้นแล้วก็วิ่งออกไปข้างนอกเลย
พอขึ้นรถแล้ว วันวิวาห์ถึงได้โทรศัพท์หาจอมพล
พอโทรศัพท์โทรติด
จอมพลยังคงอยู่ในงานเลี้ยง บรรยากาศรอบข้างดูวุ่นวาย วันวิวาห์บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดกับเขาไปรอบหนึ่ง
“ช่วยคนสำคัญกว่า” จอมพลไม่ได้โกรธ กลับปลอบโยนขึ้นมา “ระหว่างทางก็อย่ารีบร้อน เดี๋ยวถ้าทางคุณยุ่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้ายังไม่ดึกมาก ก็ค่อยมาก็ได้”
“ได้ค่ะ”
พอจอมพลวางสายไป ก็ได้ยินพิธีกรบนเวทีพูดตะโกนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขึ้นมาว่า “ตอนนี้ ขอเชิญคุณจอมพลประธานคนใหม่ของพวกเราขึ้นมากล่าวอะไรบนเวทีสักหน่อยนะคะ”
จอมพลเก็บโทรศัพท์เข้าไป แล้วก็ขึ้นเวทีไปอย่างสงบนิ่ง
สตาฟสาวยื่นไมโครโฟนมาให้
เขารับไมโครโฟนมา และเตรียมจะกล่าวความรู้สึกอะไรสักเล็กน้อย หางตาก็ไปเหล่มองไปเห็นเงาร่างสีแดงคล้องแขนผู้ชายเอาไว้กะพริบผ่านประตูไป
กระโปรงชุดนั้น……
หัวคิ้วของจอมพลขมวดขึ้นมา มือที่จับไมโครโฟนอยู่ก็จับแน่นขึ้นมาอัตโนมัติ
“นี่คุณจอมพลเป็นอะไรไป? ทำไมไม่ยอมพูดแล้วล่ะ?”
“เขากำลังมองอะไรอยู่เหรอ?”
“คงไม่ใช่ว่าตื่นเต้นจนไม่รู้จะพูดอะไรหรอกนะ?”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง? แค่งานแค่นี้ก็ยังเอาไม่อยู่อีกเหรอ?!”
“……”
ด้านล่างเวทีเกิดการถกเถียงกันไปต่าง ๆ นานา
ฮ่องเต้หันหน้ามองไปตามสายตาของจอมพล มองไปหน้าประตู แต่ก็มองไม่เห็นอะไรเลย
เขาไม่เข้าใจ “นี่ไอ้พลมันเป็นอะไรไปเหรอ?”
ราชันส่ายหน้าขึ้นมา
กวินทร์ก็ครุ่นคิดขึ้นมา
ถ้าวิเคราะห์ตามการเปลี่ยนแปลงในหลายเดือนมานี้ของพี่พลแล้ว ถ้าจะเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นมา ก็มีแค่อุบัติเหตุอย่างเดียว
อุบัติเหตุนั่นก็ชื่อว่า……วันวิวาห์!
พิธีกรเตือนขึ้นมาอย่างร้อนใจจนเหงื่อเย็นซึมออกมา “คุณจอมพล……”
จอมพลตั้งสติกลับมาได้ ก็รีบเก็บสายตากลับมา
น่าจะเป็นแค่ความบังเอิญ
คงจะมีคนที่ใส่ชุดกระโปรงเหมือนเธอมั้ง
“ขอโทษครับ เสียมารยาทไปหน่อยหนึ่ง ถึงแม้เมื่อกี้จะรู้ผลไปแล้ว แต่พอมาได้ยินเข้าจริง ๆ ก็รู้สึกว่าดีใจมากเลยครับ”
คำพูดประโยคธรรมดา ๆ พูดขึ้นมาเหมือนล้อเล่นกลบเกลื่อนการเสียสมาธิเมื่อกี้ไป
ผู้คนด้านล่างเวทีก็หัวเราะขึ้นมาอย่างเป็นมิตร แสดงให้เห็นว่าเข้าใจ และเป็นเรื่องปกติ
จอมพลกล่าวความรู้สึกที่ได้เข้ามารับตำแหน่งไปง่าย ๆ ไม่กี่คำ แล้วก็แสดงความขอบคุณต่อการสนับสนุนของทุก ๆ คน
แล้วก็ลงจากเวทีไป
พวกฮ่องเต้รีบกรูกันเข้าไปล้อมรอบไว้ “เมื่อกี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ?”
จอมพลส่ายหน้า ยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็โดนคนที่ถือแก้วเหล้ามาแสดงความยินดีด้วยห้อมล้อมเอาไว้
ในท่ามกลางความวุ่นวายนั้น โทรศัพท์ที่ใส่ไว้ในเสื้อสูทของกวินทร์ก็สั่นขึ้นมาทีหนึ่ง และมีข้อความส่งเข้ามา
เขาเอาโทรศัพท์ออกมากวาดตาดูไปทีหนึ่ง แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
“มีอะไรเหรอ?”
ฮ่องเต้ยื่นหน้าเข้ามาดูเล็กน้อย แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไปด้วยเหมือนกัน
ในขณะเดียวกัน โทรศัพท์ของเขากับของราชันก็ดัง“ติ๊ง”ขึ้นมาเช่นกัน มีข้อความแนะนำส่งเข้ามา
เป็นข้อความฮิตติดเทรนข้อความเดียวกับที่แนะนำเข้ามาในโทรศัพท์กวินทร์
#ขาข้างเดียวแต่เหยียบเรือหลายลำ สงสัยว่าบนหัวของประธานหอการค้าคนใหม่บางคน จะมีเขางอกออกมาแล้ว#
[คุณหนูลูกตระกูลไฮโซบางคนของเมืองนราวัณเหยียบเรือหลายลำ แอบนัดพบกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้าในโรงแรมเดียวกันอย่างไม่ปิดบังเลยสักนิด……]
สีหน้าของทั้งสามคนดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่
จอมพลรับมือกับผู้คนที่มาห้อมล้อมรอบตัวไปรอบหนึ่ง แล้วก็หาเวลาว่างหันหน้ามาถามขึ้นว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
ราชันไม่พูดอะไร
ฮ่องเต้เอาศอกกระทุ้งกวินทร์ขึ้นมาเล็กน้อย
กวินทร์รีบวางโทรศัพท์ลง แล้วก็หัวเราะแหะ ๆ ขึ้นมาและพูดขึ้นว่า “ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร มันก็แค่……รู้สึกเบื่อ ๆ นิดหน่อย”
จอมพลกวาดตามองทั้งสามคนทีหนึ่ง คิ้วเรียวยาวขมวดขึ้นมา “อย่างนายเนี่ยนะ จะรู้สึกเบื่อได้? เพราะว่าเหล้าที่นี่ไม่อร่อย หรือว่าสาวงามที่นี่ไม่เข้าตานายล่ะ?”
กวินทร์ :เฮี้ย!
ไม่ต้องมาเข้าใจดีขนาดนี้ก็ได้นะ!
ท่าทีของจอมพลเคร่งขรึมขึ้นมาเล็กน้อย แล้วถือโอกาสตอนที่เขาไม่ทันได้ระวังตัว มาแย่งโทรศัพท์ของเขาไปเลย
“เฮ้ย พี่พล……”
กวินทร์อยากจะห้ามปราม แต่ก็สายเกินไปซะแล้ว