ตอนที่ 137
บทที่ 137 ใจร้อนเกินไปแล้ว
October 28, 2026
ที่ประตูหน้าโรงแรม
ในตอนที่พวกกวินทร์ทั้งสามคนตามออกมาถึงนั้น ก็เห็นแค่ท้ายรถของจอมพลกะพริบผ่านไป แล้วก็หายวับไปท่ามกลางรถที่เคลื่อนไหวอยู่
ฮ่องเต้จ้องมองซากชิ้นส่วนโทรศัพท์ที่อยู่บนพื้น “แย่แล้ว!”
“ยังจะมัวชักช้าอยู่อีกทำไม ตามไปซิ!” กวินทร์ตะคอกขึ้นมาเสียงต่ำ
พอรถถูกขับมาให้ ราชันก็มุดเข้าไปในห้องคนขับทันที “ขึ้นรถเร็ว!”
คนอื่น ๆ ก็รีบกระโดดขึ้นรถไป แล้วก็ขับออกไปตามทางทิศทางที่จอมพลหายวับไป
ที่โรงพยาบาล
วันวิวาห์รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ จ้องมองโทรศัพท์ที่หน้าจอดำมืดไปแล้วอย่างเหม่อลอยขึ้นมา
“โอ้โห!”
อยู่ ๆ โมโมะที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยก็ดีดตัวขึ้นมา “วิวาห์ เธอจบแล้ว จอมพลโดนเธอสวมเขาเหรอ”
เธอเอาหัวข้อติดเทรนหัวข้อหนึ่งที่กดเข้าไปดูยื่นมาให้วันวิวาห์ดู
ในเทรนฮิตกำลังเปิดคลิปวิดีโออยู่ แล้วตัวของวันวิวาห์ก็แข็งทื่อไป คิ้วก็ขมวดขึ้นมา “นี่ไม่ใช่ฉัน”
น้ำเสียงคำพูดประโยคที่จอมพลถามมาเมื่อกี้ รวมทั้งต่อมาอยู่ ๆ โทรศัพท์ก็เกิดเสียงดังก้องขึ้นมาแล้วสายตัดไป ก็ได้มีคำอธิบายออกมาแล้ว
เธอลุกขึ้นมา “เดี๋ยวฉันออกไปโทรศัพท์หน่อยนะ”
ไม่รอให้โมโมะตอบกลับมา เธอก็หมุนตัวออกไปเลย
วันวิวาห์กดโทรออกไปที่เบอร์ของจอมพล
ทุกวินาทีที่รอให้โทรศัพท์ถูกรับสายนั้น ช่างยาวนานเป็นอย่างยิ่ง
ทั้ง ๆ ที่รู้สึกว่าผ่านไปนานมาก แต่ที่จริงแค่วิสองวิเท่านั้น “ขอโทษค่ะ หมายเลขที่ท่านเรียกติดต่อไม่ได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อใหม่ภายหลังค่ะ”
วันวิวาห์รู้สึกร้อนใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก จากนั้นก็กดออกมา แล้วหาเบอร์ของกวินทร์ออกมาแล้วกดโทรออกไป
กวินทร์ ฮ่องเต้ และราชันทั้งสามคนกำลังมองหาเงารถของจอมพลในท่ามกลางรถราที่เต็มไปหมด
พอเห็นสายเรียกเข้า เขาก็ถอนหายใจทีหนึ่ง “พี่พลไม่อยู่ ผมไม่รู้ว่าเขาไปไหนแล้ว เมื่อกี้พอเห็นเทรนฮิตแล้ว ก็พุ่งตรงออกไปจากโรงแรม แล้วขับรถออกไปเลย”
แล้วอยู่ ๆ ไม่รู้ทำไม ในใจของวันวิวาห์ก็เกิดความเหนื่อยล้าขึ้นมาระลอกหนึ่ง
“คนในคลิปวิดีโอไม่ใช่ฉัน” เธอเงียบขรึมไปสองวินาที แล้วก็เปิดปากพูดขึ้นอย่างเรียบเฉย “มีคนจงใจใส่ร้ายฉัน”
กวินทร์เงียบขรึมไป
ที่จริงในใจของทุกคนต่างก็พอมีความคิดอะไรอยู่บ้าง
คนที่โดนความรักกับความโกรธพุ่งขึ้นสมองจนขาดสติไปคงจะไม่มีทางกลับลำได้ง่าย ๆ
“โทรศัพท์ของเขาปิดเครื่องไปแล้ว ฉันติดต่อเขาไม่ได้ คุณชายกวินทร์ ถ้าเกิดว่าคุณหาเขาเจอ ช่วยฉันอธิบายกับเขาหน่อยนะคะ”
“ผมรู้สึกว่าคุณไปอธิบายด้วยตัวเองคงจะดีกว่านะครับ”
“ฉันก็อยากทำค่ะ แต่ฉันสงสัยว่าตอนนี้เขาคงไม่อยากเห็นหน้าฉันหรอกค่ะ”
วันวิวาห์ยิ้มอย่างขมขื่นขึ้นมา
จอมพลอยากจะหลบหน้าเธอ เธอก็ไม่มีทางทำอะไรได้เลย
นอกจากโรงพยาบาลกับที่บ้านแล้ว เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปกติเขาจะไปไหน
แถมความชอบของเขา เธอก็ไม่ค่อยรู้ซะเท่าไหร่
พอวางสายไปแล้ว วันวิวาห์ก็กลับไปที่ห้องพักผู้ป่วยอีกครั้ง
ป้องปรามที่เพิ่งไปทำเรื่องนอนโรงพยาบาลกลับมาและโมโมะต่างก็จ้องมองเธอด้วยความเป็นห่วง
วันวิวาห์คลี่มุมปากยิ้มขึ้นมา “ฉันไม่เป็นไรหรอก แต่ว่าคงจะอยู่ดูแลเธอที่นี่ต่อไม่ได้แล้วนะ”
เธอมองไปที่ป้องปราม “ฉันมีธุระต้องรีบไปก่อน ฝากโมไว้ให้คุณช่วยดูแลด้วยนะคะ”
ป้องปรามพยักหน้าขึ้นมา “วางใจเถอะครับ”
เขาเอากุญแจรถขึ้นมา “เดี๋ยวผมไปส่งคุณ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ” วันวิวาห์ส่ายหน้าปฏิเสธขึ้นมา
“วิวาห์!”
โมโมะรีบคว้าตัววันวิวาห์ที่กำลังจะหมุนตัวไป “อย่าให้พวกเราต้องเป็นห่วงเลยนะ ถ้าเธอขับรถไปด้วยสภาพอย่างในตอนนี้ฉันไม่ไว้วางใจ ฉันอยู่ที่นี่คนเดียวได้ ให้พี่ชายฉันไม่ส่งเธอเถอะนะ”
วันวิวาห์ยังคงส่ายหน้า
ความหึงหวงของจอมพลนั้นรุนแรงเกินไปแล้ว
คืนนี้เธอแค่เคยเจอกับเทพบุตรไปครั้งหนึ่ง ซึ่งรวม ๆ กันแล้วไม่ถึงสองนาทีด้วยซ้ำ พูดคุยกันยังไม่ถึงห้าประโยคเลย
แต่จอมพลก็มาปาโทรศัพท์ทิ้งไป เพราะว่าคำว่าเคยเจอกันประโยคเดียวของเธอ แล้วก็ไม่ให้โอกาสเธอได้อธิบายอีกเลย
ถ้าเกิดว่าภาพที่ตัวเองอยู่กับป้องปรามโดนแอบถ่ายขึ้นมาอีก เกรงว่าเขาคงจะโกรธจนแทบอยากจะฆ่าเธอไปเพื่อความซะใจแน่ ๆ
ช่างเถอะ ใครใช้ให้เธอไม่มีเหตุผลเองล่ะ ยังไงก็ต้องยอมเขาซะหน่อยดีกว่า
“ฉันไม่ขับรถไปหรอก” เธอชูโทรศัพท์ในมือขึ้นมาเล็กน้อย “เรียกรถแล้ว”
แล้ววันวิวาห์ก็จากไปอย่างรีบร้อน