ตอนที่ 146
บทที่ 146 คนไปบ้านโล่ง
October 28, 2026
โมโมะเอาพวงกุญแจยัดใส่มือวันวิวาห์“รับไว้เถอะ ตระกูลจรัสพิบูรณ์รวยมาก แค่นี้จิ๊บ ๆ เธอไม่อยากอยู่ตรงนั้นก็ย้ายออกไปพักที่อื่น แต่ถ้าเธออยากคบกับจอมพลต่อ บ้านหลังนี้อาจจะเป็นสิ่งพลิกผันระหว่างพวกเธอก็ได้ เพราะพวกเธอใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่นั่นนานพอสมควร ……”
วันวิวาห์หลุบตามองกุญแจโดยไม่ส่งเสียง
โมโมะให้เธอกำกุญแจไว้ ก่อนจะผลักเธอออกไปด้านนอก“รีบไปเถอะ เดี๋ยวน้ำเกลือหมดฉันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว เธออยู่แต่ที่นี่ฉันจะออกไปได้ยังไง?”
“โมโมะขอบคุณมากนะ”
“ขอบคุณทำไม รีบไปเลย ไป”
โมโมะผลักเธอออก ก่อนจะเปิดเสียงปิดประตู“ปัง”
วันวิวาห์กำกุญแจในมือไว้แน่น
กวินทร์พูดถูก ถ้าเธอไม่อยากละทิ้ง เช่นนั้นก็ต้องรอข่าวคราวของจอมพล
ตอนที่เธอเตรียมจะก้าวเท้าเดินออกไป ประตูห้องคนไข้พลันเปิดออกกะทันหัน
โมโมะยืนหน้าประตูด้วยใบหน้าจริงจังขึงขัง “วิวาห์ ฉันคิดว่ามีบางคำถึงเธอจะไม่ชอบฟัง แต่ฉันก็ต้องพูด”
วันวิวาห์มองหน้าเธอ
โมโมะขบฟันพูดว่า“เป็นผู้หญิงไม่ควรโง่เกินไป เธอกับจอมพลเซ็นหนังสือหย่ากันแล้ว และด้วยนิสัยของจอมพลที่ทำอะไรพึ่บพั่บเด็ดขาด หากอยากคืนดีคงยาก เธอต้องหาทางหนีทีไล่ให้ตัวเองด้วย ……”
วันวิวาห์ที่เดิมทีรู้สึกหนักอึ้งก็สบายใจขึ้นทันที
เธอเข้าไปสวมกอดโมโมะ“ฉันรู้ เขากล่าวไว้ว่า ชาติก่อนต้องหันไปมองห้าร้อยครั้ง ชาตินี้จึงจะได้เจอกันหนึ่งครั้ง ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วฉันทุ่มเทขนาดไหนถึงได้มีโอกาสจับมือใช้ชีวิตกับเขาช่วงหนึ่ง ฉันรู้สึกพอใจแล้ว แต่ขอเพียงเขาไม่แบล็คลิสฉัน ฉันก็ยังมีโอกาส โม ฉันไม่ล้มเลิกความพยายามง่าย ๆ หรอก”
โมโมะเริ่มตาแดง ส่งเสียงพูดเบา ๆบนไหล่เธอ“งั้นเธอกล้า ๆ หน่อย คิดยังไงก็ทำอย่างนั้น ฉันยืนอยู่ข้างหลังเธอเสมอ”
“ฉันรู้”
……
คฤหาสน์โอรส
วันวิวาห์กลับมาถึงพลันเห็นประตูคฤหาสน์เปิดออก แม่บ้านทำความสะอาดเดินถือเครื่องมือเข้า ๆ ออกมา โดยทำหน้าที่นำสิ่งของแตกหักและไร้ประโยชน์ออกมาด้านนอก
มีคนเห็นวันวิวาห์ก็หยุดงานในมือ“คุณคือเจ้าของบ้านหลังนี้คุณวันวิวาห์ใช่ไหมคะ?”
“ใช่ค่ะ”
คุณน้าท่านนี้ยิ้ม“คุณกวินทร์ให้พวกเรามาทำความสะอาดที่นี่ค่ะ ตอนนี้เกือบเก็บกวาดของที่ทำพังหมดแล้ว ยังมีอะไรให้พวกเราเอาออกไปไหมคะ?”
วันวิวาห์กวาดสายตามองห้องรับแขกที่ว่างเปล่าหนึ่งรอบ
พรมเช็ดเท้างานฝีมือบนพื้นถูกจัดเก็บออกไปแล้ว ภาพวาดบนผนังไม่เห็นเงา เหลือเพียงร่องรอยหลังถูกทุบ ตำแหน่งตั้งวางโต๊ะอเนกประสงค์และโต๊ะวางโทรศัพท์ก็ว่างเปล่า
ห้องรับแขกอันกว้างใหญ่เหลือเพียงโซฟาตรงกลางที่กำลังถูกห่อหุ้ม
โดยโซฟามีฐานเป็นไม้และด้านบนเป็นผ้าในสไตล์ยุโรปผสมผสานกับอเมริกา ตอนนี้สีตกเล็กน้อย ส่วนที่พิงผนังมีขาดสองจุด โดยรวมแล้วก็ไม่ได้เสียหากมากนัก
วันวิวาห์จ้องด้วยความอาลัยอาวรณ์สักพัก“เก็บโซฟาไว้ค่ะ”
ห้องรับแขกในนี้ไม่มีสิ่งของเหลือมากนัก
สิ่งของที่เก็บเกี่ยวความทรงจำระหว่างเธอกับจอมพลที่นี่
พนักงานจัดเจ็บชะงักงัน ก่อนจะหยุดงานในมือ แล้ววางโซฟากลับเข้าที่เดิม
เดิมทีด้านข้างโซฟาตั้งวางแจกันดอกไม้สูงเท่าลำตัวคน ด้านในแจกันใส่ดอกไม้กำมะหยี่สีสันสดใสฉูดฉาด
วันวิวาห์ชอบสิ่งนี้มาก
ทว่าเวลานี้แจกันดอกไม้แตกระแหง ส่วนดอกไม้กำมะหยี่ก็กระจัดกระจายอยู่บนกองเศษแจกัน
วันวิวาห์วางกระเป๋าลง ก่อนจะเดินไปเก็บดอกไม้พวกนั้นขึ้นมา
พึ่งเอื้อมมือไปคว้าปลายนิ้วก็โดนเศษกระจกบาด
เลือดสดจึงซึมออกมาเป็นหยด จากนั้นก็ไหลลงไปไม่หยุด
หลังจากเจ็บหลายวินาที สมองจึงจะรับรู้
วันวิวาห์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จมูกรู้สึกขมฝาด ความน้อยเนื้อต่ำใจถาโถมเข้าสู่กลางใจ
เธอพยายามยกมุมปากขึ้น“วันวิวาห์ เธอมีอะไรให้น่าน้อยใจกัน?มันเป็นสิ่งที่เธอสมควรได้รับแล้วรู้ไหม”
เมื่อปรับอารมณ์ให้เข้าที่แล้ว เธอก็ลุกขึ้นไปชั้นสองโดยที่ไม่สนใจนิ้วที่เลือดไหล
ชั้นล่างมีเสียงทำงานคอยเป็นเพื่อน ทว่าชั้นสองกลับเงียบจนน่ากลัว
เธอผลักประตูห้องนอน
สภาพด้านในยังคงเป็นแบบฉบับตอนเธอกับจอมพลอาศัยอยู่ด้วยกัน
บนหัวเตียงขวาตั้งไว้รูปถ่ายของหนูกะทิไว้