ตอนที่ 165
บทที่ 165 ชีวิตที่เหลือไม่ต้องเจอกันอีก
October 28, 2026
รูม่านตาของจอมพลเบิกกว้างขึ้น หัวใจหยุดเต้น
--อย่าขยับ!
เขาอยากจะตะโกนออกไป
ริมฝีปากอ้าออก น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวคาอยู่ตรงลำคอ แต่กลับไม่สามารถพูดออกมาได้
จอมพลตกใจเสียจนทั้งร่างกายนั้นเต็มไปด้วยเหงื่อ เขากลืนน้ำลาย แล้วน้ำเสียงที่แหบพร่าเสียจนแทบจะไม่ได้ยินดังขึ้นมา : “ผมไปเองครับ! คุณอย่าวู่วามนะ แล้วก็อย่าทำอะไรมั่วๆด้วย เอาขวดมาให้ผมก่อน!”
เขายื่นมือออกไปทางวันวิวาห์
“คุณหยุด!” วันวิวาห์ตะโกนออกมา ดวงตาแดงก่ำจนน่าตกใจ
จอมพลหยุดลงอย่างว่าง่าย
เขาข่มความเจ็บปวดในดวงตาเอาไว้ แล้วเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าอย่างระมัดระวัง : “ผมไม่เข้าไปแล้ว คุณวางขวดลงก่อน มีเรื่องอะไรเข้าใจผิด ผมจะพูดให้ชัดเจนต่อหน้าคุณเลยดีไหมครับ”
ปากขวดนั้นทิ่มลงบนผิวขาวเนียนของวันวิวาห์
มีเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากรอยแผล
วันวิวาห์ยังคงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ อารมณ์ที่รุนแรงนี้กลับค่อยๆสงบลง
“ไม่มีการเข้าใจผิด”
เธอเอ่ยขึ้นด้วยเสียงทุ้มต่ำ น้ำเสียงสะอึกสะอื้นและความสิ้นหวัง : “ไม่มีลูกแล้ว ข้อผูกมัดสุดท้ายของพวกเราก็ไม่มีแล้วเหมือนกัน จอมพล ฉันไม่อยากเจอคุณอีก ที่ผ่านมาคือความผิดของฉันเอง ไม่ควรที่จะดึงดันตั้งแต่แรก ฉันผิดไปแล้ว ฉันยอมรับ”
น้ำตาไหลลงมาอย่างเงียบๆ ไม่มีเสียง แต่กลับไหลลงมาทีละหยด ราวกับว่าสามารถท่วมท้นหัวใจได้เลยอย่างไรอย่างนั้น
ทำให้คนหายใจไม่ออก
ทุกคนในและนอกห้องพักผู้ป่วยล้วนแต่กลั้นหายใจ
มองเธอที่น้ำตาไหลลงมา มองดูขวดกระจกที่ทิ่มอยู่บนคอของเธอด้วยความตกใจกลัว
น้ำเสียงของวันวิวาห์ไม่มีขึ้นลงใดๆทั้งสิ้น นิ่ง เอื่อยเฉื่อยและแข็ง : “แม่ของคุณพูดถูก พวกเราสองคนอยู่กันคนละโลก ไม่ต้องมีความพยายามอะไรที่จะอยู่ด้วยกันเลย ถึงแม้จะเป็นการฝืนคบกันไป ก็ไม่มีผลลัพธ์ดีๆออกมา คุณดูสิ ตอนนี้ผลออกมาแล้ว ลูกของฉันต้องมาชดใช้ด้วยชีวิตเพราะความโง่และความดื้อรั้นของฉันเอง! ฉันไม่โทษใคร แล้วก็อาฆาตใครด้วย ล้วนแต่เป็นฉันเองที่เป็นคนหาเรื่องเอง ตอนนี้ทำความจริงให้ชัดเจนแล้วก็ไม่นับว่าสายเกินไป หยุดความเสียหายได้ทัน ครึ่งชีวิตหลังจากนี้ของพวกเรายังสามารถที่จะมีชีวิตที่สงบสุขได้อีกซักกี่วัน”
จอมพลทั้งรู้สึกตกตะลึงทั้งรู้สึกโมโห รู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่ง : “คุณมีสิทธิอะไรที่อยากจะบอกว่าหยุดก็หยุด! ผมทำเรื่องอะไรผิดต่อคุณ คุณถึงต้องใช้เศษขวดแก้วนี่มาจ่ออยู่ที่คอแล้วพูดคำพูดพวกนี้ออกมา?! คุณเป็นคนหลอกผมก่อน ผมจะโมโหไม่ได้เหรอ?”
“คุณทำได้สิ”
วันวิวาห์เยาะเย้ยด้วยเสียงต่ำๆ : “มีอะไรที่คุณทำไม่ได้บ้าง อย่าว่าแต่โมโหเป็นฟืนเป็นไฟเลย แม้แต่ฆ่าคนวางเพลิง ล้วนแต่เป็นเรื่องที่คุณเอ่ยขึ้นมาประโยคเดียวก็ได้เลยด้วยซ้ำ”
จอมพลโมโหขึ้นมาในทันที : “วันวิวาห์! คุณพูดมาให้ชัดเจนว่าผมไปฆ่าคนวางเพลิงทำเรื่องอะไรที่ให้ขุ่นเคืองมา!”
“คุณไม่ได้ทำ ฉันทำเอง!”
น้ำตาที่อยู่ตรงกรามของวันวิวาห์แวววาวและเยือกเย็นมาก
เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงโทนต่ำ : “จอมพล เหลือเกียรติและไว้หน้าตัวเองบ้าง เจ้าชายของตระกูลจรัสพิบูรณ์บอสใหญ่แห่งกลุ่มผู้มีอำนาจทางการเงินเมืองโตตู มาพัวพันกับผู้หญิงที่น่าขายหน้าคนนึงเรื่องความเป็นความตายอยู่ในเมืองนราวัณเมืองเล็กๆแบบนี้ ดูแย่เกินไปแล้วนะคะ คุณไปเถอะ แล้วต่อไปก็อย่ามาอีก ใบหย่าจัดการเสร็จแล้วก็ค่อยส่งมาก็ได้ หรือจะให้คนเอามาให้ก็ได้ จะฉีก จะเผาหรือจะอะไรก็ได้ทั้งนั้น ขอเพียงแค่คุณอย่ามาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าฉันอีกก็พอแล้ว! ชีวิตที่เหลืออยู่ต่อจากนี้ไป อย่าได้เจอกันอีกเลยนะคะ!”
คำพูดของวันวิวาห์ทำให้บรรยากาศภายในห้องนั้นมีความกดดันต่ำมากถึงมากที่สุด
หัวใจของแสงใต้นั้นเจ็บปวดมากจนมือทั้งสองข้างกำหมัดเอาไว้แน่น พยายามใช้แรงทั้งร่างกายควบคุมไม่ให้ต่อยจอมพลซักหนึ่งทีตอนที่อยู่ต่อหน้าวันวิวาห์
น้ำตาของโมโมะไหลลงมาอย่างต่อเนื่องเหมือนกับเชือกลูกปัดที่ขาดไปแล้ว
ไม่เคยรู้สึกผิดเสียใจ และเกลียดนิสัยแย่ๆที่เสนอความคิดมั่วๆของตัวเองเหมือนอย่างตอนนี้มาก่อนเลย
กำปั้นของป้องปรามทุบลงบนกำแพงตรงประตู
ดวงตาของจอมพลแดงก่ำด้วยความโมโห เจ็บปวด สิ้นหวัง หงุดหงิดถาโถมเป็นคลื่นลูกใหญ่อยู่ในอก
ตรงปากขวดแก้วนั้นข่วนเป็นแผลยาวอยู่ที่คอของวันวิวาห์
เลือดสีแดงสดเป็นเส้นยาวอยู่บนผิวขาวของเธอจนทำให้ดูน่ากลัว
“ออกไป!” วันวิวาห์ตะโกนออกมาด้วยเสียงแหบพร่า
มือที่ถือขวดอยู่สั่นเทา ปากขวดแก้วนั้นกดลงไปที่ผิว
แผลยิ่งบาดลึกขึ้นไปอีก
ทุกคนต่างพากันตกใจกลัว
“พี่พล! ออกไปก่อน!”