ตอนที่ 171
บทที่ 171 มีลูกยาก
October 28, 2026
วันวิวาห์รู้สึกเหมือนตกลงไปในสระน้ำที่เย็นยะเยือกจนแทบหายใจไม่ออก
สมองของเธอว่างเปล่า
เมก้าเข้าไปประคองเธอ : “คุณหนูวิวาห์ คุณไม่เป็นไรใช่ไหมครับ ?”
วันวิวาห์ส่ายหัวโดยไม่รู้ตัว
เมก้าหันไปหาหมอ : “ผ่าตัดเดี๋ยวนี้ ! ไม่ว่าค่ายาและค่าอุปกรณ์จะแพงแค่ไหนก็ไม่เป็นไร ใช้ได้ตามสบาย ขอแค่อย่างเดียวคือห้ามตัดขา !”
หมอถอนหายใจ : “ผมเข้าใจความรู้สึกของครอบครัวคุณดี ผมเองก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น วางใจเถอะ พวกเราจะพยายามอย่างสุดความสามารถ เพื่อรักษาขาทั้งสองข้างที่ได้รับบาดเจ็บเอาไว้ให้ได้”
หมอกลับเข้าไปในห้องผ่าตัดอีกครั้ง
พยายามถือแบบฟอร์มปึกใหญ่นำมาให้สมาชิกในครอบครัวลงนาม
เมก้าประคองวันวิวาห์ไปนั่งพักบนเก้าอี้ และลงนามในแบบฟอร์มยินยอมเข้ารับการผ่าตัดอย่างรวดเร็ว
ดวงตาของวันวิวาห์ว่างเปล่า
ถึงแม้จะได้ยินทุกบทสนทนาระหว่างเมก้ากับพยาบาล แต่กลับไม่อาจตั้งสติรับรู้ได้ว่าแต่ละคำที่พวกเขาพูดคุยกันนั้นหมายความว่าอะไร
สิ่งที่ดังก้องอยู่ในหัวของเธอตอนนี้ คือคำพูดภายในห้องพักผู้ป่วยของสาธีนี ตอนที่โมโมะได้รับบาดเจ็บคราวก่อน
--พวกมักใหญ่ใฝ่สูง หากจะพูดให้น่าฟังก็คือ เธอมันเลือดเย็น หากพูดแบบไม่เกรงใจก็คือ คนอย่างเธอไม่มีความปรานี น่าหดหู่......
น่าหดหู่ !
เธอหัวเราะ
เธอไม่อาจฝืนยิ้มออกมาได้
คุณน้าสาธินีพูดไว้ไม่มีผิดจริง ๆ
ทุกคนที่พบเธอจะต้องพลอยโชคร้ายไปด้วย......
การผ่าตัดดำเนินไปสิบกว่าชั่วโมงแล้ว
ฟ้ามืดจนกระทั่งฟ้าสาง
วันวิวาห์ดูเหมือนขอนไม้ที่ไร้จิตวิญญาณ นั่งอยู่ตรงนั้นโดยไม่ขยับไปไหน
เมก้าให้คนไปซื้อน้ำและอาหารขึ้นมา : “คุณหนูวิวาห์ ทานสักหน่อยนะครับ ?”
วันวิวาห์ส่ายหัว : “คุณกินเถอะ ฉันไม่หิว”
“ไม่หิวก็ต้องกินสักหน่อย อย่างน้อยจะได้มีแรง อย่าปล่อยให้ตัวคุณเองต้องเหนื่อยล้าไปเสียก่อนที่เจ้านายของผมจะออกมาจากห้องเลยนะครับ หากเขาฟื้นขึ้นมาจะเป็นห่วงเอาได้......
วันวิวาห์ขยับร่างกายที่รู้สึกชาไปทั่ว แล้วรับอาหารมา
ยังไม่ทันจะได้กิน ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินตรงเข้ามาด้วยความเร่งรีบจากที่ไกล ๆ
เมก้ายืนตัวตรงขึ้นทันที : “คุณหญิง”
คุณหญิงกนกวรรณดูไปแล้วเหมือนคนวัยสี่สิบต้น ๆ ดูแลตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม สมเป็นสตรีที่สูงศักดิ์ ดูมีเสน่ห์อย่างยิ่ง
เธอถามด้วยความกังวล : “ลูกชายของฉันเป็นอย่างไรบ้าง ?”
“กำลังผ่าตัดอยู่ครับ”
เมก้าอธิบายคำพูดของหมอก่อนหน้านี้ให้ฟังอีกครั้ง
กนกวรรณหน้าซีดทันที แต่ดวงตาของเธอกลับแดงก่ำ
ทันใดนั้น ก็เห็นวันวิวาห์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
วันวิวาห์วางกล่องอาหารในมือลง แล้วยืนขึ้น : “คุณหญิงกนกวรรณ”
กนกวรรณกวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า : “เธอก็คือวันวิวาห์ ?”
วันวิวาห์พยักหน้า
เสียงของกนกวรรณแหลมปรี๊ดขึ้นทันที : “ที่ลูกชายของฉันถูกชนก็เพราะช่วยตัวซวยอย่างเธอใช่ไหม ?”
วันวิวาห์อดหลับอดนอนมาทั้งคืน ใบหน้าที่หมองหม่นอยู่เดิมก็ซีดเผือดขึ้นในทันที
“ขอโทษค่ะ”
เธอโค้งคำนับเพื่อแสดงความขอโทษ