ตอนที่ 172
บทที่ 172 ดูแลเขาตลอดชีวิต
October 28, 2026
วันวิวาห์ผงะไป เธอไม่สามารถตั้งสติได้อยู่พักใหญ่
ที่ได้รับบาดเจ็บคือขาไม่ใช่หรือ ?
เพราะอะไร......
กนกวรรณโศกเศร้าอย่างถึงที่สุด ไม่อาจทนฝืนต่อไปได้อีก เธอตาเหลือกและหมดสติไป
เมก้ารีบพาเธอไปนั่งลงด้านข้าง ทั้งลูบหลังเพื่อให้หายใจสะดวกและช่วยจับจุดให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
หลังจากนั้นไม่กี่วินาที กนกวรรณก็ค่อย ๆ หายใจเป็นปกติ
หมอถอนหายใจแล้วเดินจากไป
กนกวรรณร้องไห้ไม่หยุด และตรงปรี่เข้าไปหาวันวิวาห์ แล้วตบหน้าเธอทั้งน้ำตา : “เธอมันตัวซวย นังจิ้งจอกร้าย เธอคิดจะทำให้ตระกูลภูวศักดิ์ของฉันจบสิ้นลงใช่ไหม......”
“เผียะ !”
วันวิวาห์ถูกตบหน้าอย่างแรงอีกครั้ง
ความเจ็บปวดช่วยดึงเธอกลับสู่โลกแห่งความจริง
ทันใดนั้น ความอ่อนล้าและความเจ็บปวดเข้ามาแทนที่ความรู้สึกผิดจนหมดสิ้น
แววตาของเธอดุดันขึ้นมาทันที ทันใดนั้นเธอก็คว้ามือทั้งสองข้างของกนกวรรณเอาไว้ แล้วผลักเธอกลับไปที่เก้าอี้
“พอกันที !”
วันวิวาห์ตะโกนเบา ๆ : “เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ฉันเองก็ทุกข์ใจ แน่นอนว่าฉันมีส่วนต้องรับผิดชอบ แต่เรื่องนี้สามารถโทษฉันได้หรือ ? ฉันเป็นคนขับรถชนเขา หรือว่าฉันบังคับให้ขับเข้าไปขวางรถแทนฉันกัน ? ! คุณหญิงกนกวรรณ ฉันเองก็เป็นผู้เสียหาย ฉันถูกคนชน และถูกคนช่วยเอาไว้ ผู้มีพระคุณที่ช่วยฉันเอาไว้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถึงขั้นอาจเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต แต่ฉันจะทำอย่างไรได้ ? ! ฉันรับปากแล้วว่าฉันจะรับผิดชอบ ถ้าหากชาตินี้เทพบุตรไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อีก จะให้เป็นวัวเป็นม้า จะให้เป็นข้าเป็นทาส ฉันก็จะไม่บ่นสักคำ ฉันจะดูแลเขาไปตลอดชีวิต !”
เธอจ้องมองคุณหญิงกนกวรรณตาแข็งทื่อ : “หากคุณหญิงไม่พอใจกับคำสัญญาของฉัน ก็สามารถฟ้องร้องได้ ใช้กระบวนการทางกฎหมาย ควรจะชดใช้อย่างไร ฉันจะไม่ปริปากสักคำ ! แต่ถ้าหากคุณยังดูถูกฉันต่อไปแบบนี้อีก ฉัน วันวิวาห์ก็ไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ของใครเช่นกัน ตบมาตบกลับ จะไม่มีทางเกรงใจคุณอีกเด็ดขาด !”
กนกวรรณโกรธจัด เธอลุกขึ้นทันทีเพื่อจะลงมืออีกครั้ง
วันวิวาห์คว้าข้อมือของเธอเอาไว้
นิ้วมือบอบบางทั้งห้าที่ดูเหมือนจะอ่อนแอไม่มีแรง แต่กลับมีพลังอย่างน่าตกใจ
กนกวรรณพยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีดึงกลับมาแต่ไม่สำเร็จ
แววตาของวันวิวาห์เย็นยะเยือก เธอพูดอย่างเย็นชาและเด็ดขาด : “คุณหญิงกนกวรรณ ก่อนหน้านี้ฉันเห็นแก่หน้าเทพบุตรจึงไม่ถือสาคุณ แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะยอมถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว”
เธอสลัดข้อมือของกนกวรรณทิ้ง : “คุณมีเวลามาโวยวายกับฉันเช่นนี้ ไม่สู้เอาไปคิดดูให้ดี ๆ ว่า เมื่อเทพบุตรออกมา จะต่อว่าเขาอย่างไรดี ที่ตาบอดมาชอบผู้หญิงที่ร้ายกาจและขาดการอบรมอย่างฉัน......”
กนกวรรณถูกสะบัดจนเซ และรู้สึกแสบร้อนตรงข้อมือที่ถูกจับ
เธอจ้องมองวันวิวาห์ด้วยความตกใจ และไม่อาจตั้งสติได้พักใหญ่......
สถานการณ์กลับตาลปัตร
เมก้าที่กำลังตกใจตั้งสติขึ้นมาได้ทันที และรีบจับทั้งสองคนแยกออกจากกัน
“คุณหนูวิวาห์ คุณหญิงเธอกำลังเสียใจมาก คุณอย่าถือสาเธอเลยนะครับ”
กนกวรรณโกรธจนตัวสั่น ชี้นิ้วไปที่เมก้าแต่พูดอะไรไม่ออก
คนทรยศ !
เมก้าถอนหายใจ : “คุณหญิง หากเจ้านายรู้อาการบาดเจ็บของตนเอง ไม่รู้ว่าจะทำใจรับได้แค่ไหน ตอนนี้ มีเพียงคำปลอบใจของคุณหนูวันวิวาห์เท่านั้นที่จะเป็นประโยชน์ต่อเขา คุณเป็นคนในครอบครัวที่เขานับถือที่สุด ส่วนคุณหนูวันวิวาห์ก็เป็นคนที่เขาใส่ใจมากที่สุด พวกคุณทะเลาะกันแบบนี้ คนที่จะไม่สบายใจก็มีแต่เขาเท่านั้น......”
อย่างไรเสียก็เป็นลูกชายของตนเอง แล้วกนกวรรณจะเลือกเพิ่มความไม่สบายใจให้กับลูกชาย และปล่อยให้เขาทุกข์ใจในเวลาเช่นนี้ได้อย่างไร
ถึงแม้จะโกรธ แต่เพื่อลูกชายแล้ว จึงจำต้องยอมระงับอารมณ์ไว้
เมก้ารีบอาศัยจังหวะนี้ส่งเธอกลับไปพักผ่อน
เมื่อกลับมาอีกครั้ง ก็เห็นวันวิวาห์นั่งใจลอยอยู่ตรงนั้น ส่วนข้าวที่วางอยู่ด้านข้างก็ยังไม่แตะสักคำ
เมก้าถอนหายใจ : “คุณหญิงเป็นแม่ เธอก็แค่เป็นห่วงลูกชายมากเท่านั้น หวังว่าคุณวันวิวาห์จะไม่เก็บมาใส่ใจ”
วันวิวาห์อยู่ในอารมณ์หดหู่