ตอนที่ 184
บทที่ 184 ถูกตัดแล้ว
October 28, 2026
ดวงตาของวันวิวาห์แดงก่ำ น้ำตารื้นขอบตาขึ้นมา แต่กลับถูกเธออดกลั้นเอาไว้
โมโมะพูดไม่ออกอีกต่อไป
ทั้งสองนิ่งเงียบ ภายในใจหนักอึ้งราวกับถูกก้อนหินขนาดมหึมากดทับไว้ ต่างคนต่างโศกเศร้า
ล่วงเลยไปสักพัก โมโมะจึงถอดหายใจออกมา ก้าวไปข้างหน้าแล้วโอบกอดวันวิวาห์เอาไว้ พลางตบหลังเธอเบาๆ อย่างปลอบโยน “เอาล่ะเอาล่ะ ขอโทษ ฉันไม่ควรพูดแบบนั้น เธออย่าเศร้าไปเลย…”
วันวิวาห์เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่ออดกลั้นน้ำตาที่กำลังไหลออกมาให้ย้อนกลับไป
น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยออกมาดูหดหู่ กลั้วไปด้วยเสียงสะอื้น “โม ฉันก็เคยรัก เคยรักอย่างทุ่มเทและจริงใจ…”
เธอเกยคางลงบนไหล่ของโมโมะ เงยหน้าขึ้นเพื่อปิดกั้นน้ำตาเอาไว้ “ทุกอย่างมันคืออดีต เคยรักและไม่เสียใจ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ไม่ใช่ว่าฉันไม่ให้โอกาสระหว่างเรา ฉันเคยรอเขา เคยอธิบายกับเขา เรื่องบางเรื่องมันจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เมื่อพลาดไปแล้วก็คือพลาด ผู้ใหญ่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองเลือก…”
โมโมะปล่อยวันวิวาห์ให้เป็นอิสระ ผ่อนลมหายใจแล้วเอ่ยว่า “หนูน้อยกะทิก็พูดแบบนี้ น่าเสียดายจริงๆ ที่พวกเธอสองคนไม่ใช่แม่ลูกกัน”
ดวงตาของวันวิวาห์ยังคงแดงก่ำ กลับระบายยิ้มออกมาบางๆ “เป็นพี่สาวกับน้องสาวก็ดีแล้ว”
โมโมะหดหู่ใจ
เธอก็อยากเป็นพี่น้องกับยัยหนูน้อยด้วย แต่ผลที่ได้รับคือ กลับถูกรังเกียจ…
……
ณ เมืองโตตู
จอมพลเดินออกมาจากสนามบิน ส่งกะทิขึ้นไปบนรถของบอดี้การ์ด จากนั้นสั่งให้คนพาเธอกลับบ้าน ส่วนตัวเองขึ้นไปยังรถอีกคัน เพื่อตรงไปที่โรงพยาบาล
วีระนั่งอยู่บนที่นั่งข้างคนขับหันกลับมารายงาน “ท่านประธานถูกแทงขณะที่ไปห้องน้ำระหว่างอยู่ในงานสมาคม ถูกแทงตามร่างกายห้าแผล และอีกสองแผลที่บริเวณศีรษะ ตอนนี้กำลังช่วยให้พ้นจากช่วงวิกฤต…”
จอมพลเบิกตาโพล่งเมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายหนุ่มขมวดคิ้วถาม “มือสังหารล่ะ”
“หนีไปแล้วครับ”
วีระพูดต่อ “จากผลการสืบสวนของตำรวจพบว่า มือสังหารตัวปลอมเข้าไปเป็นพนักงานทำความสะอาด และสวมหน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงเห็นไม่ชัดเจนว่าหน้าตาเป็นยังไง หลังจากลงมือมันเลือกใช้เส้นทางปลอดภัยด้วยการตรงไปที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน แล้วขับรถที่ใช้ป้ายทะเบียนปลอมหนีออกไปทันที หลังจากนั้นก็ไร้เบาะแส”
จอมพลปิดเปลือกตาอันแสนหนักอึ้งลง แล้วออกคำสั่ง “ไปช่วยคนก่อน”
“ครับ”
กลุ่มคนที่มาถึงแล้ว กำลังรออยู่ด้านนอกห้องไอซียู
จอมทัพลูกพี่ลูกน้องคนโตของจอมพล อำไพภรรยาที่ถูกตบแต่งคนแรกของประมุข และลูกชายของหล่อน และประวุธน้องชายต่างมารดาของจอมพล บุคคลสำคัญหลายคนอยู่ที่นี่
อำไพนั่งก้มหน้าร้องไห้อยู่บนเก้าอี้ “อยู่คนเดียวไม่ทันไร แค่ออกไปทานข้าวแท้ๆ ทำไมเรื่องถึงกลายเป็นแบบนี้ หากเกิดอะไรขึ้นกับเขา แล้วพวกเราจะทำยังไง…”
ประวุธประคองไหล่ผู้เป็นแม่เอาไว้พร้อมพูดปลอบประโลม “เอาล่ะๆ เลิกร้องไห้ได้แล้ว คุณหมอเพิ่งบอกเองไม่ใช่เหรอว่า ตอนนี้พ่อพ้นขีดอันตรายแล้ว และอีกอย่างท่านก็สุขภาพร่างกายแข็งแรงมาตลอด คราวนี้ต้องท่านต้องผ่านมันไปได้ ตราบใดที่ฟื้นขึ้นมาภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนี้ ท่านก็จะปลอดภัย…”
จอมพลเดินเข้ามาจากสุดทางเดินอีกด้าน เมื่อได้ยินบทสนทนาอันคลุมเครือทั้งหมดของสองแม่ลูก
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเป็นปม
ได้ยินเสียงฝีเท้าอำไพจึงเงยหน้าขึ้นมา ครั้นเห็นจอมพลปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า หล่อนก็ระเบิดอารมณ์ออกมาทันที
หล่อนไม่สนใจน้ำตาที่พรั่งพรู พลันลุกขึ้นแล้วตบหน้าจอมพลอย่างแรง
“พ่อของแกจะตายอยู่รอมร่อ แกกลับเพิ่งจะกลับมา ในสายตาและในใจของแกเคยมีเขาอยู่บ้างไหม”
จอมพลที่ถูกตบฉาดใหญ่จนใบหน้าหันไปตามแรงตบ รอยนิ้วมือแดงเป็นปื้นปรากฏบนใบหน้าเขา
สีหน้าเย็นชาของชายหนุ่ม จ้องมองไปที่อำไพอย่างว่างเปล่า
ไฟโทสะของอำไพปะทุออกมา เสียงแหลมสูงทว่าเศร้ารันทดแผดขึ้นมา “ตระกูลจรัสพิบูรณ์ใช้เงินมากมายเพื่อชุบเลี้ยงลูกนอกสมรสอย่างแกให้เติบใหญ่ขึ้นมา ช่วงเวลาวิกฤตที่เกิดเรื่องขึ้นกับพ่อแก แกกลับไม่อยู่ ลูกชายที่เกิดมาไม่ได้ช่วยอะไรเลยจริงๆ เลือดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายก็คงมีแต่เลือดต่ำๆ ไม่เคยเรียนรู้ถึงความสง่างามที่ตระกูลจรัสพิบูรณ์มอบให้ หลงผู้หญิงจนโงหัวไม่ขึ้น…”