ตอนที่ 191
บทที่ 191 ทำไมเป็นเขา
October 28, 2026
พูดคำพูดสวยหรูจบ ทนายเปิดเอกสารในมือ อย่างแรกก็ประกาศทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้ชื่อของประมุข
“……ทรัพย์สินในชื่อของคุณประมุขเขาได้จัดสรรไว้นานแล้ว และได้แบ่งให้กับทุกคน เดี๋ยวผมจะให้คนเอาหนังสือกรรมสิทธิ์มาแบ่งให้กับพวกคุณแต่ละคน ส่วนหุ้นของบริษัทแบ่งได้ดังนี้:ตำแหน่งประธานกรรมการจรัสพิบูรณ์กรุ๊ปให้ท่านหญิงกัลยามารับตำแหน่ง ตำแหน่งประธานบริษัทให้คุณจอมพลลูกชายคนที่สองของคุณประมุขมารับตำแหน่ง
“หุ้นและทรัพย์สินของบริษัทแบ่งให้แต่ละคนแล้วจะไม่จัดสรรอีก หุ้นบริษัทในชื่อของคุณประมุขเป็นต้น 22% ให้ท่านหญิงกัลยา 10%ให้ขวัญมาผู้เป็นลูกสาว 8%ยังคงเป็นหุ้นของผู้ถือหุ้น อีก 60% ที่เหลือแบ่งเป็นสามส่วน แบ่งให้จอมทัพผู้เป็นหลานชายและครอบครัว ประวุธลูกชายคนโตและครอบครัว จอมพลลูกชายคนรองและครอบครัว……”
หลังการจัดสรรที่แสนยาวนาน ทนายความก็ปิดเอกสารลง มองไปที่ทุกคนแล้วพูดครั้งสุดท้ายไปว่า:“คุณประมุขกำชับว่า นับจากวันที่มอบหุ้นให้ ให้ทุกท่านทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี งานทั้งหมดของบริษัทให้อยู่ภายใต้อำนาจของคุณจอมพล……”
อำไพที่เดิมทีเต็มไปด้วยความโกรธเคืองก็กรีดร้อง:“พินัยกรรมนี้เป็นของปลอมแน่ วุธติดตามมุขมาตั้งหลายปี เป็นเขาที่สอนเองกับมือ เขาจะเอาบริษัทไปให้ลูกชายนอกสมรสที่ทิ้งบริษัทอย่างไม่สนใจไยดี แล้วไม่ให้บุตรตามกฎหมายของตัวเองได้ไงกัน?และยังให้วุธฟังเขาอีก!ฉันไม่เชื่อ!”
คำว่าบุตรตามกฎหมายกับลูกนอกสมรสพูดออกมาจากปากของอำไพ เหมือนเป็นการตบหน้าที่มองไม่เห็น ตบไปที่หน้าของจอมพลกับจีรวรรณไม่หยุด
จีรวรรณร้อนผ่าวที่ใบหน้า มุดหน้าลงไปมากขึ้นพร้อมกับไหล่ที่สั่น
จอมพลมีสีหน้านิ่งเฉย แต่ความอาฆาตทั่วร่างกายกลับปกคลุมไปทั่ว
ในห้องใหญ่โตนั้นเงียบลงด้วยความกลัว แม้แต่ความเศร้าในเวลานี้ก็ดูเหมือนจะลดลงไปเยอะ
อำไพกรีดร้องเสียงแหลมต่อไป:“ถึงวุธของเราไม่เข้าตามุข แล้วไทล่ะ?ไทเป็นลูกชายคนเดียวของพี่ใหญ่ ตอนนั้นมุขรับปากพี่ใหญ่แล้วว่าจะดูแลไทเหมือนลูกแท้ๆ และไทก็ยังเป็นทายาทโดยตรงของตระกูล และความสามารถก็ยังโดดเด่น แย่กว่าไอ้ลูกนอกสมรสนี่ตรงไหน?”
เธอจ้องจอมพลอย่างเยือกเย็น หันกลับไปด่าท่านหญิงกัลยา:“บอกกันว่าต้องดูแลตระกูลและปกครองปราบปรามให้สงบ ไทวุธเป็นคนในครอบครัว คุ้นเคยแล้ว สามารถยืนได้ด้วยตัวเอง จอมพลไอ้ลูกนอกสมรสนี่มีอะไร?ไม่ใช่แค่โสด แต่ยังเป็นลูกนอกสมรสของแม่ที่ยังไม่รู้จักดีแบบนี้ด้วย คนแบบนี้ ฉันไม่ให้เข้ามาเหยียบบ้านแน่นอน ยิ่งให้มาเป็นหัวหน้าครอบครัวตระกูลเรายิ่งไม่มีทาง!ฉันจะดูพินัยกรรม ฉันไม่เชื่อว่ามุขจะสับสนได้ขนาดนี้!”
“หุบปาก!”
ท่านหญิงกัลยาที่ใบหน้ามีแต่ความโกรธใช้ไม้เท้าเคาะไปที่โต๊ะเล็กๆที่อยู่ด้านข้าง
“เพล้ง——”
โต๊ะเล็กที่ถูกทุบก็กระเด็น
คนทั้งห้องก็ตกตะลึงตาม
อำไพหุบปากลง แต่หน้าอกของเธอกระเพื่อม ใบหน้ามีแต่ความโกรธไม่พอใจ
จอมทัพกับประวุธก็จ้องจอมพลอย่างยั่วยุ
คนทั่วทั้งห้อง มีเพียงคนเดียวที่เหมือนไม่เกี่ยวอะไรกับตัวเองคือขวัญมาที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ
เธอยืนนิ่งอยู่หน้าโลงศพมองพ่อเหมือนไม้นิ่ง ราวกับว่าจะประทับรูปตายของพ่อไว้ในหัว
ไม่รับรู้อะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆ
ผู้คนรอบๆก็เพิกเฉยเธอไปโดยอัตโนมัติ
“สงสัยอะไรก็ทนไว้”ท่านหญิงกัลยาโกรธมาก กำชับทนาย:“แจ้งไปว่า ดำเนินการตามพินัยกรรมทันที”
เธอกวาดมองลูกสะใภ้สองคนและหลานชายหลานสาวหลายคนด้วยสีหน้าเศร้าโศก:“ถ้าใครไม่ยอม เก่งนักก็ให้มุขฟื้นมาสิ ถึงตอนนั้นพวกเธออยากเปลี่ยนพินัยกรรมยังไงก็เปลี่ยนไป!ลูกชายฉันยังนอนอยู่ในนี้ แต่พวกเธอแต่ละคนกลับทะเลาะกันในที่สาธารณะจนทำให้ครอบครัววุ่นวายแค่เพราะสมบัติ บ้านหลังนี้ ถ้าจะอยู่ต่อก็หุบปากให้หมด ไม่อยากอยู่ ก็ไสหัวไป ฉันไม่ห้ามแน่!”
หญิงชราโมโหมาก ถึงแม้ทุกคนจะยังไม่พอใจ และเต็มไปด้วยความโกรธ แต่ทั้งตระกูลจรัสพิบูรณ์ก็ไม่มีใครกล้าโต้กลับ
ทุกคนก้มหน้าลง