ตอนที่ 225
บทที่ 225 คนที่คุณรักคือผม
October 28, 2026
หลังวันวิวาห์ลาออกจาก PL ชีวิตที่ผ่านในแต่ละวันก็เรียบง่ายไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ช่วงเช้าคอยจับตาดูการทำงานในการเตรียมความพร้อมของบริษัทใหม่ ดูความคืบหน้าของการตกแต่งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ หลังจากเลิกงานเธอจะไปฝึกชกมวยที่โรงยิมเป็นเวลาสองชั่วโมง จากนั้นค่อยกลับคฤหาสน์ทวัลญา
ออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่และกลับอีกทีเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน ยุ่งจนลืมตัวเอง
เทพบุตรก็ไม่อยู่เฉยเช่นกัน
หลังจากที่วันวิวาห์ออกไปทำงานในตอนเช้า เขาจะฝึกเดินโดยการใช้ไม้ค้ำยัน เมื่อเธอกลับมาถึงบ้านในตอนค่ำ เขาก็ยังฝึกเดินไม่ย่อท้อ
ฤดูใบไม้ร่วงในเดือนตุลาคม อากาศไม่หนาวไม่ร้อน ทว่าเขากลับเหงื่อแตกท่วมตัวทุกครั้งที่ฝึกเดิน จนผ้าเปียกโชกผืนแล้วผืนเล่า
วันวิวาห์กำลังจ้องมอง แต่กลับไม่ได้พูดหรือถามอะไร
มีเพียงสายตา ที่มองอย่างชื่นชมและรอคอยอย่างมีความหวัง
เมื่อเขาดีขึ้นแล้ว ความรู้สึกผิดและคำขอโทษของเธอจะค่อยๆ จางหายไปเช่นกันสินะ
วันนี้ หลังจากวันวิวาห์จัดเก็บห้องเสร็จสรรพก็รู้สึกกระหายน้ำขึ้นมา จึงเตรียมจะลงไปดื่มน้ำที่ชั้นล่าง
เมื่อเดินมาถึงบันได พลันได้ยินเสียงเมก้าดังขึ้นมาภายในห้องนั่งเล่นชั้นล่าง
“บอสครับ ดึกมากแล้ว พักผ่อนก่อนเถอะครับ ช่วงนี้คุณใช้เวลาส่วนใหญ่ในการฝึกเดินทุกวัน ตอนกลางคืนก็ยังต้องอดหลับอดนอนเพื่ออ่านเอกสารอีก ร่างกายจะรับไม่ไหวเอานะครับ”
“ไม่เป็นไรหรอก”
แววตาของเทพบุตรแฝงไปด้วยความอ่อนโยน ทว่าน้ำเสียงหนักแน่น “การออกกำลังกายไม่ใช่เรื่องเหนื่อย แต่ถึงจะเหนื่อยก็เหนื่อยอย่างมีความสุข อีกไม่กี่วันฉันต้องไปจดทะเบียนสมรสกับวิวาห์แล้ว ฉันอยากให้วันนั้นฉันได้ยืนเคียงข้างเธออย่างสง่าผ่าเผย ไม่อยากถูกพวกเขาเข็นเข้าไปในสำนักงานกิจการพลเรือน และการอ่านเอกสารพวกนั้นเป็นงานของฉันอยู่แล้ว ฉันเป็นรากฐานที่ต้องคอยเลี้ยงดูครอบครัว ฉันเพียงแค่ต้องทำงานให้หนักขึ้น เพื่อให้เธอมีชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย…”
เมก้าที่อยู่ชั้นล่างไม่ได้พูดอะไร วันวิวาห์ก็ไม่ได้ยินอะไรอีกเช่นกัน
เธอบีบถ้วยในมือแน่น ยืนอยู่บนบันได ก้มมองลงไปเบื้องล่างเห็นชายหนุ่มที่กำลังจดจ่ออยู่กับงาน ภายในใจพลันรู้สึกแปลกประหลาดอย่างอธิบายไม่ถูก
เทพบุตร และเธอทำงานอย่างหนัก
พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่ทำให้เธอผิดหวังด้วยความจริงใจ
พยายามอย่างสุดความสามารถที่พร้อมจะแก่เฒ่าไปพร้อมกับเธอ…
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เพียงกะพริบตาก็มาถึงวันที่สิบเจ็ด เดือนตุลาคม เสียแล้ว
วันวิวาห์กำลังเดินทางไปยังโรงยิมหลังจากเลิกงาน เมื่อเดินผ่านร้านขายของเล่นพลันหยุดดูอย่างอดไม่ได้
พรุ่งนี้เป็นวันจดทะเบียนสมรส และเป็นวันเกิดของกะทิด้วยเช่นกัน
ตอนนั้นเธอสัญญาว่าจะไปร่วมงานวันเกิดของยัยหนูน้อย แต่ก็ทำไม่ได้ เช่นนั้นส่งของขวัญวันเกิดไปให้ยัยหนูก็ไม่เป็นไร
เพียงแค่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับจอมพลในตอนนี้…
วันวิวาห์เลือกดูของเล่นชิ้นต่างๆ ในชั้นวางของ ลังเลใจอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะต่อสายโทรหาโมโมะ
โมโมะที่อยู่ในสาย “ที่รัก ว่าไงจ๊ะ”
วันวิวาห์ก้าวเข้าไปในร้านขายของเล่น “พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของกะทิ ฉันกับจอมพลมีปัญหากับแบบนี้ เธอบอกหน่อยสิว่า การให้ของขวัญยัยหนูจะไม่ทำให้เป็นการเข้าใจผิดโดยไม่จำเป็นใช่ไหม”
“เป็น”
โมโมะยืนกราน “เธอลองคิดเอาใจเขามาใส่ใจเราดูนะ จอมพลสำหรับเธอความรักมันจบลงแล้ว เธอน่ะ หนีเขาอย่างกับหนีงู เมื่อมาถึงตอนนี้ เธอกลับส่งของบางอย่างมาที่บ้านเขา จะให้เขาไม่คิดเข้าข้างตัวเองเลยหรือไง”
วันวิวาห์พูดด้วยความรู้สึกผิด “ตอนนั้นฉันสัญญากับกะทิว่าจะไปงานวันเกิดเธอแต่ตอนนี้กลับทำไม่ได้ หากตอนนี้แม้ของขวัญแสดงความยินดีก็ไม่มีสักชิ้น ยัยหนูได้เกลียดฉันจนตายแน่ แม้ว่าฉันจะไม่ชอบพ่อของเธอ แต่เรื่องระหว่างผู้ใหญ่ เกี่ยวอะไรกับเด็กกันล่ะ โม ฉันไม่อยากทำให้ยัยหนูผิดหวัง ในใจของฉันตอนนี้ คิดว่ากะทิเป็นลูกตัวเองมาตั้งนานแล้ว… แต่ไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิดใดๆ กันขึ้น ระหว่างฉันกับจอมพล… ไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว!”
เรื่องที่จอมพลบังคับขืนใจเธอในห้องน้ำชาย เธอยังไม่ได้เล่าให้โมโมะฟัง
ตอนนี้ระหว่างทั้งคู่ถูกขวางกั้นด้วยภูเขานับพันลูกแม่น้ำอีกหมื่นสาย พูดไปก็ทำให้เธอเป็นกังวลใจเสียเปล่าๆ
โมโมะพูดขึ้นอย่างจนปัญญา “ในเมื่อจิตใต้สำนึกเธอชัดเจนขนาดนี้ยังจะอยากไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก? หากรู้สึกผิดจริงๆ ก็ส่งโดยไม่ระบุชื่อผู้ส่ง การจัดส่งพัสดุมีตั้งหลากหลายวิธีที่จะจัดส่งให้ได้ถึงหน้าบ้าน”
ราวกับคำพูดปลุกคนที่กำลังหลับใหล
“จริงด้วย” วันวิวาห์ผ่อนคลายขึ้นมาทันใด