ตอนที่ 230
บทที่ 230 แย่งผู้หญิงกับลูกชาย
October 28, 2026
เทพบุตรอยู่เฝ้าวันวิวาห์ในห้องพักผู้ป่วยตลอดทั้งคืน
วันวิวาห์ยังคงนอนไม่ได้สติ
เมก้าเข้ามา พูดเสียงเบาว่า “ท่านประธานได้โอนเงินทุนหนึ่งพันล้านบาทเข้ามาที่บริษัทใหม่ บอกว่าเป็นของขวัญสำหรับการแต่งงานของคุณกับคุณนายน้อยครับ ”
เทพบุตรประหลาดใจ“เขายังพูดอะไรอีก?”
“ไม่มีแล้วครับ”
เทพบุตรรู้สึกแปลกมากยิ่งขึ้น
เขาจำได้ดี สิ่งที่พ่อได้พูดกับเขาในตอนที่เจอกันครั้งแรกหลังจากที่กลับมาจากต่างประเทศ
——ลูกสะใภ้ตระกูลภูวศักดิ์ ต้องเหมาะสมและคู่ควรกับครอบครัวของเรา!หากแกยังดึงดันทำอะไรตามใจ ก็ไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้ได้เลย แต่นี้ต่อไปคนอย่างเทพชิตไม่มีลูกชายอย่างแกอีก!
ในช่วงนั้น พวกเขาได้ย้ายออกจากบ้าน และเตรียมเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง
ก่อนหน้านั้นพ่อไม่เคยถามไถ่ แต่แล้วทำไมจู่ๆถึงเปลี่ยนจากหน้ามือมาเป็นหลังมือได้ขนาดนี้ ?
เมก้าเห็นเจ้านายตัวเองใบหน้าเคร่งเครียด พูดโน้มน้าวอย่างลังเลว่า “ท่านประธานคงเป็นห่วงคุณมาก คงเห็นว่าพวกคุณย้ายออกไปแล้วสู้กันลำพัง เลยอยากจะชดเชยและปลอบขวัญให้คุณกับคุณนายน้อยละมั้งครับ?”
เทพบุตรลูบแหวนที่อยู่บนนิ้วไปมา พูดเสียงแผ่วว่า“คงใช่”
วันวิวาห์ฝัน
ฝันถึงวันที่วุ่นวายอย่างที่สุดเมื่อหลายปีก่อน
เธอถูกจับโยนลงบนเตียง มีชายร่างสูงใหญ่ทับลงมา
เธอฟูมฟายดิ้นรนขัดขืน แต่กลับไม่มีผลอะไรกับชายคนนั้นที่ทับร่างเธออยู่
ชายคนนั้นขยับเข้าใกล้เธอมากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าที่พร่าเบลอเป็นครั้งแรกที่ชัดเจนขึ้นในสายตาเธอ
สิ่งแรกที่เห็นคือดวงตาที่เย็นชาคู่นั้น
ดวงตาลุ่มลึกที่เย็นชา มีไอพิฆาตอบอวลอยู่ภายใน
ใบหน้าของเขาเมื่อแยกส่วนแล้วก็ไม่ได้ดูดีอะไร แต่เมื่อเอามารวมกันกลับเป็นใบหน้าที่หล่อเหลาอย่างมาก
ใบหน้าหล่อเหลาที่เธอคุ้นเคยที่สุด
ใบหน้าของจอมพล!
วันวิวาห์ตกใจ
กรีดร้องในฝันอย่างสุดเสียง แต่เสียงก็ราวกับถูกอะไรปิดกั้นเอาไว้ ลำคอก็คล้ายกับถูกบีบ ไม่ว่าเธอจะกรีดร้องยังไงก็ไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมา
ในฝันสีหน้าจอมพลอดกลั้นกับความเจ็บปวด ราวกับพยายามเก็บกดอะไรบางอย่างอยู่
มือของเขาที่เอื้อมไปยังคอเสื้อของเธอสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด แต่กลับไม่ยอมหยุด
เสื้อผ้าถูกฉีกขาด
ความหนาวเย็นปะทะเข้ากับผิวกาย ความรู้สึกที่ชัดเจน ไม่เหมือนความฝันเลยสักนิด
วันวิวาห์ร้อนรนขึ้นมาทันที น้ำตาคลอเบ้า“จอมพล คุณเป็นอะไร ? ตื่นสิ……ฉันวันวิวาห์ไง วันวิวาห์……ไม่นะ……ไม่……อ๊ากกก……”
เธอกรีดร้องอย่างสิ้นหวัง แต่ก็ไม่มีเสียงใดๆ
น้ำตาของความเศร้าโศกและสิ้นหวังพรั่งพรู ความโศกเศร้าและเปล่าเปลี่ยวราวกับจะกลืนกินเธอ
“อ๊ากก!”
วันวิวาห์กรีดร้องและฟื้นตื่นขึ้นมา หยัดกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงในทันที
ความสิ้นหวังในความฝันราวกับถูกนำมาในโลกของความจริง เธอจับคอเสื้อแน่นแล้วหอบหายใจหนัก ร่างกายสั่นสะท้านไม่หยุด เหงื่อเย็นไหลชุ่มไปทั้งตัวก็ยังไม่รู้สึกอะไร
“เป็นอะไรไป?”
เมื่อเทพบุตรได้ยินการเคลื่อนไหว ก็รีบบังคับรถเข็นไฟฟ้าเข้ามาในทันที
เขาหยิบผ้าขนหนูที่อยู่ด้านข้างมาเพื่อจะซับเหงื่อที่ไหลซึมเต็มกรอบหน้าเธอให้อย่างเอาใจใส่ดูแล“ฝันร้ายเหรอ?”
วันวิวาห์พยักหน้าและส่ายหัว
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนราวกับหนังม้วนเดิมที่ย้อนกลับมาฉายซ้ำอยู่ในหัวสมอง