ตอนที่ 262
บทที่ 262 เป็นศัตรูกับคนทั้งโลก
October 28, 2026
“คุณพ่อ” ม่านฟ้าร้อนรนใจ รีบเข้าไปดึงแขนแล้วอ้อนทันที“พลเขาทำงานมาทั้งวัน คงจะเหนื่อยแล้วค่ะ”
ทศไนยจ้องเขม็งลูกสาวของตน“ลูกตามใจเขาทุกอย่าง เลยทำให้เขาไม่เห็นลูกอยู่ในสายตายังไงล่ะ พวกลูกจดทะเบียนสมรสมาได้สักพักแล้ว นานขนาดนี้แล้วเขายังไม่พูดถึงเรื่องจัดงานฉลองงานแต่งงานอีก”
เขาหมุนกายถามจอมพล“จอมพล นายเป็นผู้ชาย หรือจะให้พ่อตาอย่างฉันดำเนินการแทนหรือ?”
ม่านฟ้าหน้าถอดสี
ดังคาด จอมพลเลิกคิ้วขึ้น
เขากวาดสายตามองไปยังทศไนย สุดท้ายก็อยู่ที่ตัวม่านฟ้า ก่อนจะเผยใบหน้าเย็นชา“คุณไม่ได้บอกพวกเขาหรอกหรือ?”
สีเลือดบนใบหน้าม่านฟ้าค่อย ๆ เลือนหาย“ฉัน……”
สีหน้าทศไนยก็ดูแย่ทันที จากนั้นก็สบตากับภรรยาของตน ก่อนจะมองไปยังลูกสาวอย่างพร้อมเพรียงกัน“บอกอะไร?”
ม่านฟ้ารีบเอ่ยขึ้นมาว่า“พ่อค่ะ แม่ค่ะ หนูกับพลตกลงกันแล้วว่าจะไม่จัดงานแต่งค่ะ”
สีหน้าสองสามีภรรยาทศไนยดูไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
ม่านฟ้ารีบอธิบายว่า“พวกเราเตรียมจะไปท่องเที่ยวต่างประเทศค่ะ พลเคลียร์งานเสร็จแล้วก็จะไปค่ะ
เธอมองจอมพลอย่างกังวลใจ จากนั้นก็ดึงแขนเสื้อของเขาแล้วกระซิบว่า“จอม ขอร้องล่ะ ไว้หน้าฉันหน่อย ฉันก็แค่พูดไปงั้น ๆ ไม่จำเป็นต้องไปจริง ๆ ไว้ฉันจะอธิบายกับพวกท่านเอง ……”
ม่านฟ้ายังไม่ทันกล่าวจบ จอมพลก็ยกมือสะบัดชายเสื้ออย่างเย็นชา
เขามองไปยังสองผัวเมียทศไนยพร้อมกับกล่าวว่า“ถึงแม้ตอนนี้ผมจะไม่รู้ว่าพวกคุณใช้วิธีอะไรมาข่มขู่พ่อผม ถึงทำให้พ่อผมตกลงให้ผมแต่งงานบ้านพวกคุณ ผมต้องสืบได้แน่ ไม่รู้ว่าทำไมพ่อผมถึงบังคับให้ผมแต่งงานกับลูกสาวพวกคุณ ถึงขั้นบอกว่าจะตายตาไม่หลับ หากผมไม่แต่งงานด้วย”
ทศไนยสองสามีภรรยาหน้าเปลี่ยนสี
“พล หุบปาก”
จีรวรรณรีบห้ามลูกชาย แล้วหันไปพูดประจบทศไนย“พวกคุณอย่าถือสาพลเลยนะคะ เขากำลังงอนฉันอยู่……”
“คืออะไรที่ทำให้ผมต้องใช้ความสุขทั้งชีวิตเป็นเดิมพัน?”
จอมพลพูดประชด เปิดโปงคำพูดของแม่
ใบหน้าจีรวรรณซีดขาวสลับกันไปเป็นระยะ
ใบหน้าเย็นยะเยือกของจอมพลยังคงพูดจาเฉยชาต่อไปว่า“รู้ไหมว่าทำไมแม่อยู่กับพ่อตั้งนาน แต่ยังไม่เป็นที่ยอมรับ?สาเหตุก็เป็นเพราะแม่รู้จักท่านไม่ดีพอ ประมุขผู้โด่งดังแห่งเมืองโตตูเป็นคนแบบไหน?ให้คนใช้งานโดยไม่ได้รับผลประโยชน์หรือ?!ตลกมาก ตอนนั้นผมเล่นงานตระกูลชนะดินทร์จนหมดตัวแล้ว ถ้าไม่ใช่คุณพ่อใช้เส้นสาย วันนี้เมืองโตตูคงไม่มีชนะดินทร์กรุ๊ปแล้ว!
“ครอบครัวแบบนี้ มีดีอะไรถึงทำให้คนทะเยอทะยานอย่างคุณพ่อใส่ใจ? ถ้าไม่ใช่จุดอ่อนอยู่ในมือตระกูลชนะดินทร์ ถ้าตระกูลชนะดินทร์ไม่ข่มท่าน ท่านจะลดตัวมาเล่นกันน้ำขุ่นเหรอ?ไม่ต้องพูดถึงออกหน้าแทนตระกูลชนะดินทร์เลย แค่ให้พูดด้วยก็ไม่กี่คำ ท่านยังขี้เกียจเลย ถ้าไม่โดนขู่คงไม่บังคับให้ผมแต่งงานกับม่านฟ้าก่อนตายหรอก”
เมื่อประโยคนี้ลั่นออกมา ทุกคนในห้องรับแขกก็ทำหน้าตื่นตระหนก
ใบหน้าจีรวรรณหน้าซีดเผือดทันควัน
ความอึดอัด ความลำบากใจแวบผ่านใบหน้าของเธอ
หน้าอกทศไนยกระเพื่อมขึ้นลง เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน
“จอมพล” เขาตะเบ็งเสียงด่าทอ“ในสายตาของนาย นอกจากผลประโยชน์แล้วก็ไม่มีความรู้สึกบ้างเหรอ?ฉันกับพ่อนายรู้จักกันมาหลายสิบปี คงต้องเห็นหน้ากันบ้างแหละ!”
“คิก”
จอมพลเหยียดยิ้มเย้ยหยัน“คุยเรื่องมิตรภาพกับนักธุรกิจเหรอ?!ความสัมพันธ์ของคุณกับพ่อก็แค่นี้เอง รู้จักกันมาหลายสิบปี แต่คุณก็ยังไม่รู้จักท่านดีพอ”
เขาขี้เกียจเสวนากับพวกเขา หมุนกายขึ้นไปชั้นบน“ผมขอพูดไว้ตรงนี้เลย ไม่มีทางจัดงานแต่งแน่นอน ถ้าวันหลังผมยังได้ยินคำพวกนี้อีกก็อย่าให้ว่าผมไม่รักษาน้ำใจแล้วกัน”
สิ้นเสียง ร่างของเขาก็หายลับไปที่บันได
“ไอ้สารเลว”