ตอนที่ 264
บทที่ 264 เส้นเอ็นข้อมือขาด
October 28, 2026
หนิงวลีไม่ใช่คนโง่เง่าเต่าตุ่น เมื่อเห็นสีหน้าม่านฟ้าก็รู้ว่าเธอกำลังกังวลสิ่งใดอยู่
เธอปรับอารมณ์ของตัวเอง จากนั้นก็กล่าวอย่างใจเย็นว่า“เธอวางใจเถอะ ฉันรับผิดทุกอย่างเองแล้ว จะไม่ดึงเธอเข้ามาเกี่ยวข้องแน่”
ม่านฟ้าจึงรู้สึกโล่งอก
เธอปลอบใจหนิงวลี“เธอลำบากอยู่ในนี้แล้ว เรื่องด้านนอกฉันจะจัดการเอง ฉันจะดูแลครอบครัวของเธอเอง”
หนิงวลีพยักหน้า“ดี”
เธอขบฟันกล่าวว่า“ฉันจะจำไว้ สิ่งที่วันวิวาห์ติดค้างฉัน ฉันจะเอาคืนทั้งต้นทั้งดอกเลย”
ม่านฟ้านึกถึงความอัปยศอดสูที่จอมพลกระทำต่อเธอเมื่อวาน ความเหี้ยมโหดก็ผุดขึ้นในนัยน์ตา “เธอพยายามลดโทษให้ได้นะ ส่วนฉันจะจัดการนังแพศยานั่นเอง”
……
หลังมรสุมภูวศักดิ์กรุ๊ปผ่านพ้นไป วันวิวาห์ก็ยุ่งงานบริษัทใหม่ตัวเป็นเกลียวเลย และก็ได้เปิดกิจการอย่างเป็นทางการในวันที่สิบเอ็ดเดือนพฤศจิกายน
เทพชิตกับรฐามาร่วมตัดริบบิ้นอวยพรการเปิดกิจการด้วยตัวเอง
เมื่อพิธีการเสร็จสิ้น วันวิวาห์กับเทพบุตรก็รีบเข้าไปกล่าวทักทาย“ต้องขอโทษจริง ๆ นะคะอาหญิง หนูไม่รู้ว่าอาจะมา ถ้าต้อนรับบกพร่องตรงไหนก็อย่าถือสานะคะ”
ใบหน้าเข้มขรึมของรฐากล่าวเสียงราบเรียบ“คนกันเอง เกรงใจทำไม พี่ชายหนูบอกว่าวันนี้หนูเปิดบริษัทใหม่ และอาก็มีเวลาพอดีเลยมาดูสักหน่อย ใครจะไปรู้ว่าประธานเทพชิตยืนกรานจะดึงฉันไปตัดริบบิ้นด้วย”
ท่านกล่าวชื่นชมว่า“บริษัทใหม่ดีมากเลย อาเคยเห็นผลงานธุรกิจของหนูที่เมืองนราวัณแล้ว อนาคตยาวไกลแน่นอน”
รฐาเป็นผู้หญิงสวยที่จริงจังกับชีวิตคนหนึ่ง
ดังนั้นได้ยินอีกฝ่ายชื่นชมวันวิวาห์เช่นนี้ วันวิวาห์ก็รู้สึกประหลาดใจยิ่ง“ขอบคุณค่ะอา”
รฐาพยักหน้าให้ ก่อนจะมองไปยังเทพบุตร“ท่านนี้คือลูกชายของประธานเทพชิตใช่ไหม?”
“ใช่ครับ”
“สวัสดีครับคุณอา”
เทพบุตรเจอหน้ารฐาครั้งแรก ท่าทางมีสัมมาคารวะยิ่ง
รฐาพยักหน้า“วันวิวาห์ของพวกเราคือคนที่เก่งที่สุดในบรรดาหลานสาวแล้ว นายได้แต่งงานกับเธอนับว่าเป็นวาสนาของนาย ทำดีกับหลานสาวของฉันให้ดี ๆ ถ้าฉันรู้ว่าหลานสาวถูกรังแก ฉันไม่ปล่อยนายแน่”
เทพชิตคล้อยตามด้วย“ถ้าลูกกล้ารังแกวิวาห์ ไม่ต้องให้ประธานรฐาลงมือหรอกครับ ผมจะจัดการเป็นคนแรกเลยครับ”
เทพบุตรมองผู้เป็นพ่ออย่างประหลาดใจ จากนั้นก็จับมือวันวิวาห์ไว้แล้วรับปากกับรฐา “คุณอาวางใจได้ครับ ผมจะทะนุถนอมวิวาห์เป็นอย่างดีเลยครับ”
เทพชิตหัวเราะเสียงดังคิกคัก“ผมไม่กล้าอวดลูกชายด้านอื่นหรอกครับ แต่ด้านการรักษาสัจจะของลูกชายนั้น ผมขอรับรองว่าพูดจริงทำจริงครับ ลูกชายผมเห็นวิวาห์เป็นหัวแก้วหัวแหวนเลยครับ ไม่กล้าทำร้ายน้ำใจแน่นอนครับ ประธานรฐาวางใจได้เลยครับ ใช่แล้วครับ ผมจองโต๊ะที่แสนวลัยไว้ครับ จะถือโอกาสฉลองเปิดบริษัทใหม่และขอบคุณความช่วยเหลือที่ประธานรฐามีต่อภูวศักดิ์กรุ๊ปครับ ประธานรฐากับคุณแสงใต้และคุณวาเลนไทน์ต้องให้เกียรติไปร่วมนะครับ”
รฐารับปากทันควัน
……
ตอนกลางคืน
พวกวันวิวาห์กินข้าวเสร็จเดินออกมา พระจันทร์ก็ขึ้นประดับบนท้องฟ้าแล้ว
เทพชิตส่งรฐากลับโรงแรมด้วยตัวเอง
ส่วนวันวิวาห์กับเทพบุตรนั้นไปส่งแสงใต้สองพี่น้อง
เมื่อไปส่งถึงโรมแรงที่พวกเขาพักเป็นการชั่วคราว
แสงใต้ก็ดึงวันวิวาห์ไปกำชับอีกด้าน“พี่จะกลับไปทำธุระที่เมืองนราวัณพรุ่งนี้ แต่วาเลนไทน์ยังอยู่ต่อ น้องกับวาเลนไทน์มีเรื่องเคืองใจกัน น้องต้องระวังตัวจากเธอด้วยนะ”
วันวิวาห์หัวเราะชอบใจ“พี่ชาย คนที่พี่เอ่ยถึงคือน้องสาวแท้ ๆ ของพี่นะ”
แสงใต้ลูบศีรษะของเธอย่างจนปัญญา“เราก็เป็นน้องสาวของพี่ด้วย แถมยังเป็นเด็กโง่ที่โตมาด้วยกันอีก ถ้าไม่เตือนสักหน่อย พี่ก็ไม่วางใจ”
วันวิวาห์รู้สึกอบอุ่นใจ ยิ้มจนแก้มจะฉีกขาดแล้ว ดวงตาก็เริ่มแสบร้อนนิด ๆ
เธอรีบก้มหน้าลงเพื่อกลบเกลื่อนอารมณ์ของตัวเอง
“อืม” วันวิวาห์ตื้นตันใจจนเกือบพูดไม่ออก “พี่ดูถูกน้องเกินไปแล้ว ตอนอยู่ที่เมืองนราวัณวาเลนไทน์ก็แพ้ให้น้องนะ ตอนนี้อยู่เมืองโตตู ไม่ใช่ถิ่นของตระกูลโสธรณาลัยแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกลัววาเลนไทน์หรอก”
วาเลนไทน์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลมากนัก เมื่อเห็นพวกเขาสองคนแอบกระซิบกระซาบกันอย่างสนิทสนม หัวใจที่จงเกลียดจงชังวันวิวาห์ก็เปลี่ยนเป็นสายตาดั่งคมดาบขึ้นมา คล้ายจะทำท่าแทงใส่ตัววันวิวาห์ได้ทุกเมื่อ
วันวิวาห์กับเทพบุตรส่งแขกเหรื่อทุกคนเสร็จก็เลยเที่ยงคืนแล้ว
ทั้งสองต่างก็เหน็ดเหนื่อยด้วยกันทั้งคู่