ตอนที่ 265
บทที่ 265 เป็นฝีมือจอมพล
October 28, 2026
เทพชิตกับเทพคุณหันขวับกลับมา
สีหน้าสองพ่อลูกหนักอึ้งเหลือแสน ยิ่งเทพชิตด้วยแล้ว คล้ายกับแก่ขึ้นอีกสิบปีในชั่วพริบตา
“ยังคงเร่งรักษาอาการอยู่ “เทพคุณกล่าวในขณะที่พยุงเทพชิตนั่งพักผ่อนที่เก้าอี้
เขามองไปยังวันวิวาห์ ก่อนจะถามด้วยหน้านิ่วคิ้วขมวด“วิวาห์ เธอกับเทพบุตรกลับไปแล้วเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้?”
วันวิวาห์ส่ายหัวด้วยความกังวลระคนความงวยงง“หนูไม่รู้ค่ะ พวกเราส่งพี่ชายฉันไปที่โรงแรมก็กลับบ้านเลยค่ะ ตอนนั้นดึกมาแล้ว หนูอาบน้ำเสร็จก็นอนเลย ไม่รู้ว่าเขาออกจากบ้านตอนไหน”
เธอครุ่นคิดดูแล้วก็เสริมขึ้นมาว่า“ออ ใช่ค่ะ ตอนกลับถึงบ้าน เขารับโทรศัพท์อยู่ค่ะ แต่ไม่รู้ว่าใครโทรมาและคุยเรื่องอะไร……”
วันวิวาห์ระลึกเหตุการณ์เมื่อคืนตั้งแต่ต้นยังจบ ทว่าก็ไม่เห็นจะมีอะไรผิดปกติเลย
สองพ่อลูกตระกูลภูวศักดิ์ได้ยินก็เริ่มเข้าสู่ห้วงความคิด วันวิวาห์ไม่ได้เอ่ยปากพูดต่อ
ห้องฉุกเฉินยังคงวุ่นวายต่อไป ทว่าทางนี้กลับเงียบจนชวนให้หวาดกลัว
ไม่นานตำรวจก็มาถึง
ใบหน้าเทพชิตเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า“เทพคุณ ลูกพาเมก้าไปให้ปากคำที่โรงพัก พ่อกับวิวาห์จะอยู่ที่นี่เอง ตอนนี้ยังไม่ต้องบอกแม่นะ”
“ครับ”
เทพคุณนำเมก้ากับตำรวจจากไป
หน้าประตูห้องฉุกเฉินเหลือเพียงเทพชิตและวันวิวาห์ที่จิตใจยุ่งเหยิงไม่เป็นท่า
เทพชิตเอาศีรษะพิงผนังด้านหลัง
เขาหลับตา พลางเอ่ยเสียงเคร่งขรึมไม่ช้าและไม่เร็ว“หมอบอกว่าเทพบุตรโดนทำร้ายด้วยมีดผ่าตัด วิวาห์ หนูเป็นแฟนของเทพบุตร รู้เรื่องเขาดีที่สุด หนูมีคนน่าสงสัยไหม?”
ใบหน้าวันวิวาห์ซีดเผือดทันควัน ความคิดที่ระงับก่อนหน้าโผล่ขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง
——จอมพล!
รอบกายพวกเขามีเพียงจอมพลกับกวินทร์ที่ชำนาญมีดผ่าตัด
ซึ่งกวินทร์ไม่ได้มีบุญคุณความแค้นอะไรกับพวกเขา ไม่มีทางหาเรื่องเทพบุตรแน่
ดังนั้น ถ้าเป็นคนข้างกายพวกเขาก็มีเพียง……
หัวใจวันวิวาห์เต้นไม่เป็นส่ำ
ไม่ เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นเขา
จอมพลออกจะฉลาดเฉลียว สิ่งที่เธอคาดคิดได้ เขาย่อมคำนึกถึงแน่นอน เขาไม่โง่ถึงขั้นใช้มีดผ่าตัดเปิดโปงตัวเองหรอก
และที่สำคัญ เขามีอาชีพเป็นแพทย์ เขามีจรรยาบรรณในอาชีพของตนเองดี
มีดผ่าตัดของหมอใช้เพื่อรักษาและช่วยชีวิตคน ไม่ใช่นำมาฆ่าคน
เมื่อคิดได้ดังนี้วันวิวาห์ก็สบายใจไม่น้อย
เธอส่ายหัว กล่าวเสียงแหบแห้ง“หนูไม่รู้ค่ะคุณอาเทพชิต เกิดเรื่องร้ายแบบนี้ หนูเชื่อว่าตำรวจจะไขคดีได้ค่ะ”
เทพชิตลืมตาขึ้น ก่อนจะจ้องมองเธอ จากนั้นก็ยกมือตบไหล่เธอเบา ๆ“ลำบากหนูดูแลเทพบุตรแล้วนะ”
เขาลุกขึ้นแล้วเดินออกจากโรงพยาบาลด้วยแผ่นหลังอันเปล่าเปลี่ยว
วันวิวาห์เบือนหน้ามองไหล่ที่ถูกตบพลันรู้สึกตัวสั่นระริกอย่างไม่รู้ตัว
พร้อมกันนั้นเสื้อกันหนาวของเธอก็เกิดเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้า
วันวิวาห์หยิบมือถือออกมา ก่อนจะกวาดสายตามองอย่างใจลอย
ข้อความมาจากหมายเลขที่เรียงติดกันยาว
ซึ่งเนื้อหาของข้อความทำให้เธอตื่นตระหนกมาก
【มีเพียงคุณอยู่กับคนพิการแล้ว ผมถึงจะวางใจ】
วันวิวาห์คล้ายกับตกอยู่ในอุโมงค์น้ำแข็ง ความหนาวเหน็บจู่โจมจากปลายเท้า ก่อนจะลามไปทั่วร่างกาย