ตอนที่ 276
บทที่ 276 ไม่เคยชอบเขาเลย
October 28, 2026
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เทพบุตรจึงทำได้เพียงตอบรับอย่างอบอุ่น
เขาตักเตือนพวกเธอสองคนว่า อย่าปล่อยให้ตัวเองเหนื่อยเกินไป และยังอวยพรให้เธอแข็งแรงโดยเร็ว แล้วค่อยวางสายไป
หลังจากโมโมะวางสาย คิ้วสองข้างพลันขมวดเข้าหากันทันที “ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงโทรมา ตอนที่คุยโทรศัพท์กับเขา ฉันรู้สึกเสียวสันหลังยังไงไม่รู้ น่ากลัวชะมัด…”
“ก่อนหน้านี้กวินทร์บอกฉันว่า เป็นแผนการของเทพบุตร ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกตงิดใจกับเทพบุตรคนนี้ตลอดเลย พอตอนนี้มาคิดๆ ดูแล้ว เขาก็น่ากลัวจริงๆนั่นแหละ วิวาห์ เธอบอกฉันมาตรงๆ เถอะ เธอชอบเทพบุตรที่เป็นแบบนี้จริงๆ เหรอ?”
วันวิวาห์นิ่งเงียบ ไม่ตอบอะไร เพียงแค่ฟังสิ่งโมโมะพูดเท่านั้น
“เธอรู้ไหมว่าเมื่อกี้เทพบุตรพูดอะไรกับฉัน ทำทีว่าโอเค นอกจากนั้นยังเตือนว่าเธอต้องทำงาน และยังบอกอีกว่ามาดูแลฉันมันเหนื่อยและลำบาก ไม่อยากให้ฉันรั้งเธอให้อยู่นี่ และยังพูดอีกว่าผู้หญิงสองคนมันไม่ปลอดภัย จะหาพยาบาลมาดูแลให้ วิวาห์ เธอรู้ไหมว่าตรงนี้มันหมายความว่ายังไง”
เธอถอนหายใจ “คนเป็นสุภาพบุรุษจริงๆ ไม่พูดแบบนี้หรอก เขาบอกเธอว่าเขาเข้าใจ แต่สำหรับฉันเขาไม่พอใจกับการที่เธออยู่ที่นี่ เธอเป็นภรรยาของเขา เขาก็ป่วยอยู่เหมือนกัน ต้องการให้เธอดูแล ถ้าหากเธอยังอยู่ที่นี่ เขาก็เป็นห่วงว่าเธอจะเหนื่อย ปกติคนเป็นสามีก็ต้องพูดแบบนี้ ขอให้เธอดูแล ให้เธออยู่ดูแลฉัน ฉันก็จะได้ถือโอกาสดูแลเธอ เขาจะได้วางใจ แต่ไม่ใช่ว่าเขาต้องหาคนมาดูแลแทน นี่เขาคิดจะทำอะไรกันแน่? โดยปกติแล้ว การเฝ้าระวังต้องดูแลอย่างใกล้ชิดไม่ใช่เหรอ นี่เขาไม่ไว้ใจเธอ หรือไม่ไว้ใจฉันกันแน่?!”
โมโมะเอื้อมมือไปจับไหล่ของวันวิวาห์ และพูดอย่างจริงจัง “เมื่อก่อนก็ไม่ได้อยากคิดแบบนี้นะ แต่พอมีเรื่องเกิดขึ้น เหมือนว่าจริงๆ แล้วเทพบุตรทำทุกอย่างก็เพื่อซ่อนแผนการอะไรเอาไว้ วิวาห์ ผู้ชายคนนี้เมื่อว่าคิดๆ ดูแล้วก็น่ากลัวจริงๆ”
วันวิวาห์พยักหน้าเล็กน้อย
เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “จริงๆ แล้วช่วงนี้ฉันมีเรื่องให้คิดเยอะแยะไปหมด วันนี้ได้นอนทั้งวัน อยู่ดีๆ ก็ว่างแบบกะทันหันให้มีเวลาครุ่นคิดบางอย่างได้ละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนเลยก็คือ จริงๆ แล้วฉันไม่เคยชอบเขาเลย”
โมโมะเลิกผ้าห่มขึ้น แล้วนั่งลงบนเตียงกับเธอ “ถ้าอย่างนั้น ทำไมตั้งใจจะแต่งงานกับเขาขนาดนั้นตั้งแต่แรก”
วันวิวาห์ชะงักกับคำถาม
ทุกๆ อย่างในช่วงเวลานั้นถูกฉายซ้ำๆ ภายในหัวของเธอ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอครุ่นคิดกับคำถามนี้ และก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอตอบคำถามนี้เช่นกัน
เธอตอบกลับพร้อมรอยยิ้มเศร้าๆ “ถ้าต้องพูดถึงเหตุผลจริงๆ ก็บอกไม่ได้หรอกนะ พูดได้เพียงว่า ช่วงเวลานั้น ทั้งอารมณ์ บรรยากาศและผู้คนรอบๆ ตัว ต่างพาทุกย่างก้าวของฉันค่อยๆ ตกลงไปในหลุมพราง เธอก็รู้ว่าตอนนั้นฉันกับจอมพลทะเลาะกันรุนแรงแค่ไหน และเทพบุตรก็ปรากฏตัวออกมาในช่วงเวลานั้นพอดี”
“เขาเหมือนกับเทพเจ้า การแสดงออกที่มีน้ำใจและเป็นห่วงเป็นใย เขาเป็นคนเพียบพร้อมและหยิบยื่นสิ่งดีๆ ให้ฉันเสมอมา มันง่ายจริงๆ ที่กำแพงหัวใจของคนเราจะพังสลายลง และตอนนั้น ฉันคิดจริงๆ ว่าเขายอมตายเพื่อช่วยชีวิตฉัน…”
ตอนนั้นเธอนึกโทษตนเองจริงๆ
โมโมะกอดวันวิวาห์ ลูบหัวเธอแผ่วเบาอย่างปลอบโยน
วันวิวาห์หัวเราะเยาะตนเอง “ฉันไม่เป็นไร ตอนนี้พอมาคิดๆ ดูแล้ว ตอนนั้นตัวเองก็ไร้เหตุผลจริงๆ แหละ เมก้าและแม่ของเทพบุตรก็เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย แสดงออกอย่างชัดเจน แต่ฉันเองที่มองไม่ออก เดินตามกับดักที่พวกเขาวางแผนไว้ แต่เอาเข้าจริง ตอนนั้นฉันก็ไม่คิดว่าการแต่งงานจะเป็นทางออกหรอกนะ เพียงแค่หลังจากนั้น…”
เทพบุตรก็เข้ามาเอี่ยวด้วย
คนหนึ่งโกรธแค้น คนหนึ่งอยากปกป้อง อีกคนอยากครอบครอง อีกคนอยากมอบความรักให้ เมก้าที่เป็นคนกลางบ่อยครั้งก็ต้องพูดโกหก “ปั้นน้ำเป็นตัว” ทำให้เธอปวดหัวบ่อยๆ
คนหลายคนรอบตัวเธอต่างเล่นละครแย่งกัน แม้ว่าบางครั้งเธอจะไม่ได้เข้าร่วมในฉากด้วย แต่คาดว่ามีอีกไม่น้อยที่รอให้เธอเข้าไปฟาดฟัน
โมโมะขมวดคิ้ว สีหน้าเยาะเย้ยเด่นชัดออกมา เธอตอบกลับด้วยการพูดแขวะเบาๆ “จะบอกว่าความรักมีผลต่อไอคิวอย่างงั้นสิ ทั้งรักครั้งแรกอันไร้สาระกับนายภาชิระนั่น และความรักในชีวิตการแต่งงานที่ทำให้หัวใจสลายกับจอมพลอีกก็เหมือนกัน เธอสุรุ่ยสุร่ายเกินไปแล้วนะ...”
“ไม่เกี่ยวหรอก เรื่องมันผ่านมาแล้ว” โมโมะตอบกลับด้วยความเจ็บใจ
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เธอก็พูดขึ้นมาอย่างระมัดระวังว่า “วิ เธอพูดกับฉันมาตรงๆ เธอลืมจอมพลได้หรือยัง”
วันวิวาห์ยิ้ม และส่ายหน้าไปมา “ในใจฉันตอนนี้ไม่มีใครทั้งนั้น ไม่มีอะไรที่ปล่อยวางได้เลย ความรู้ก็แค่สิ่งที่กินไม่ได้ ไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องแลก ชีวิตหลังจากนี้ของฉัน สิ่งที่ฉันต้องยึดถือจะมีแค่เรื่องงานเท่านั้น”
โมโมะพยักหน้าเข้าใจ “ก็ใช่ เธอยังอ่อนต่อโลกและไร้เดียงสา ไม่เหมาะกับการไปรักใครหรอก แค่รอเจ้าชายผู้โชคดีเข้ามา แล้วปฏิบัติกับเธอราวกับเจ้าหญิง แต่ก่อนหน้านี้เธอยังคิดหาวิธีหย่ากับเทพบุตรอยู่ไม่ใช่เหรอ เทพบุตรกับตระกูลภูวศักดิ์นั่นไม่เหมาะกับเธอมากเสียกว่าจอมพลกับตระกูลจรัสพิบูรณ์อีก”
วันวิวาห์พยักหน้า “ฉันรู้ อันที่จริงฉันรู้แล้วว่าการแต่งงานกับเขาคงทำให้ฉันหายใจไม่ออก และคิดจะหาทางหย่าก่อนแต่งงานซะอีก… เพียงแค่ยังไม่เจอโอกาสที่เหมาะสม”
ที่จริงแล้ว เธอรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า การแต่งงานนี้ไม่มีอะไรนอกจากการหลอกลวง จึงได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตก
แน่นอนว่าตอนนั้นกวินทร์เป็นคนบอกความจริงกับเธอ แต่เธอปฏิเสธอย่างเด็ดขาด คำพูดนั้นบอกว่า มันคือแผนการของเทพบุตรเพื่อทำให้พวกเขาเสียชื่อเสียง