ตอนที่ 280
บทที่ 280 ถูกบีบคอจนแทบหายอากาศหายใจ
October 28, 2026
วันวิวาห์นิ่งเงียบ
โมโมะพูดต่อว่า “ในเมื่อจอมพลทำพลาดไปแล้ว แต่ก็ดูออกว่าเขารักเธอจริงๆ เขาปล่อยเธอไปไม่ได้ ถึงอย่างไรเขาก็คือจอมพล เป็นราชาที่ไม่ได้สวมมงกุฎของโลกธุรกิจในเมืองโตตูแห่งนี้ แม้จะเย่อหยิ่งไปหน่อย ยโสโอหังไปบ้าง แต่สุดท้ายเขาก็เป็นคนใจกว้างและตรงไปตรงมา เมื่อเทียบกับคนในตระกูลภูวศักดิ์ที่คอยแต่เล่นแง่กับเธอ ดีกว่าไม่รู้ตั้งกี่เท่า…”
วันวิวาห์ข่มตัวเองให้นิ่ง
เธอเหลือบมองเพื่อนตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์ “เธอเป็นกองหนุนจอมพลตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เขามีผลประโยชน์อะไรกับเธอ”
โมโมะเอือมระอา “ถ้าไม่เห็นว่าเขาจริงใจกับเธอ จะให้โลกทั้งใบฉันก็ไม่สนหรอกนะ แม้จะติดสินบนฉันด้วยผู้ชายหล่อๆ ฉันก็ไม่ชายตามอง”
เธอกอดวันวิวาห์ พร้อมกับกล่าวอย่างภาคภูมิใจ “ไม่มีใครสำคัญไปกว่าวิวาห์ครอบครัวของฉันอีกแล้ว!”
วันวิวาห์ซาบซึ้งใจ
มีเพื่อนดีๆ แบบนี้คอยอยู่เคียงข้างแบบนี้ ช่างดีจริงๆ
……
ภายในห้องทำงานของคุณหมอ
หลังจากเหตุการณ์ที่เทพบุตรถูกปลดออก ราชัน ฮ่องเต้ กวินทร์ และจอมพล พวกเขาทั้งสี่ได้มารวมตัวกันเป็นครั้งแรก
คนทั้งสี่เวียนกันวิเคราะห์เรื่องราวที่เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมา
ฮ่องเต้กล่าวว่า “คิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ พวกเขาอยากกระโดด สู่ปล่อยให้พวกเขาได้กระโดดหน่อยไม่ดีกว่าเหรอ เราค่อยไล่กวดเอาทีละคน ในเมื่อตรีชฎากล้ามีปัญหากับเรา สู้ฆ่าเธอก่อนเลยจะดีกว่า”
“ผู้หญิงคนนี้แน่นอนว่าปล่อยไปไม่ได้”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของราชันเอ่ยเตือนทุกคน “แต่พวกนายเคยคิดไหมว่า ทำไมคนตระกูลภูวศักดิ์ถึงต้องทำกันถึงขนาดนี้ ไม่เคยพูดถึงแรงจูงใจของตรีชฎา แล้วคนในตระกูลภูวศักดิ์อีกล่ะ วันวิวาห์แท้งลูก เทพบุตรเป็นคนไร้มนุษยธรรม ซึ่งตอนนี้เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว เรื่องโกลาหลวุ่นวายนี้ ตระกูลภูวศักดิ์กลับไม่มีใครแสดงตัวออกมาเลยสักคน ทำไมล่ะ?”
ทั้งสามคนในห้องทำงานต่างครุ่นคิดกับคำพูดมีนัยบางอย่างของเขา
ราชันพูดต่อไปว่า “เทพบุตรอยากได้วันวิวาห์ เมื่อไม่ได้จึงลงไม้ลงมือนี่ยังพอมีเหตุผล แต่คนในครอบครัวของเขาล่ะ พวกเขาเป็นบ้าอะไรกันหมด?”
เขาขมวดคิ้ว “พี่สะใภ้นี่ก็เป็นบ้าอะไร อยู่สุขสบายจนว่างมากหรือไงจึงก่อเรื่องให้วุ่นวายกันไปหมด! ฉันยังไม่มั่นใจ แต่มันต้องมีอะไรแปลกๆ อยู่ระหว่างนี้โดยที่เราไม่ได้คาดคิดแน่ๆ”
กวินทร์ผู้เอ้อระเหยอยู่บนโซฟาเอ่ยขึ้น “แต่ในเมืองโตตูแห่งนี้ แม้ว่าตระกูลภูวศักดิ์จะไม่ได้อยู่แนวหน้า แต่ก็เป็นตระกูลร่ำรวยมั่งคั่งอยู่ไม่น้อย เทพบุตรเองพื้นฐานก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร อยากได้ผู้หญิงแบบไหนมีหรือจะไม่ได้ ทำไมต้องมาตกหลุมรักวัน… พี่สะใภ้ที่ตอนนั้นก็แต่งงานกับพี่พลไปแล้วด้วย หรือว่า…”
เขานั่งตัวตรง จ้องมองคนทั้งสาม “ในตัวของพี่สะใภ้มีอะไรบางอย่าง เป็นเหตุผลที่เทพบุตรต้องการเธอ”
เมื่อพูดออกมา สายตาไม่พอใจของจอมพลพลันหันขวับมาหาเขาทันที
กวินทร์กระวนกระวายใจ รีบร้อนกลับคำพูด “แน่นอนว่า นอกจากความสวยของพี่สะใภ้เราแล้ว เธอยังฉลาด และความสามารถขนาดนั้น นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เทพบุตรชอบเธอก็ได้”
แววตาของจอมพลอ่อนลง
สายตาของราชันและฮ่องเต้กลับไร้คำอธิบาย
พวกเขาแทบกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่
ความปรารถนาอยากมีชีวิตรอดไม่เข้าใครออกใครจริงๆ
อ่ะแฮ่ม!
แน่นอน ถ้าเปลี่ยนเป็นพวกเขาสองคน ทั้งคู่ก็คงหวาดกลัวแบบนี้เหมือนกัน…
จอมพลวางมือไว้บนที่เท้าแขนโซฟาทำท่าครุ่นคิดอะไรบางอย่าง “พูดต่อ”
กวินทร์แอบเช็ดน้ำตาตัวเองเงียบๆ กระแอมเบาๆ “จุดสำคัญที่สุด เทพบุตรไม่ใช่คนที่จะถูกอารมณ์เข้าครอบงำได้ง่ายขนาดนั้น เขาใช้อุบายทุเรศๆ นั่นเพื่อมาเอาพี่สะใภ้ไป ถึงขนาดยอมเป็นคนขี้ประจบเอาใจ อันที่จริงเหตุผลก็สรุปไม่ได้ซะทีเดียว”
จอมพลวางมือไว้บนที่เท้าแขนโซฟา “ไม่ใช่แค่นั้น ยังมีตระกูลโสธรณาลัยอีก อยู่ดีๆ รฐาคนนั้นก็ปรากฏตัวออกมาได้อย่างพอเหมาะพอดี และตอนนี้นี้… ฉันรู้สึกว่า เธอกับวิวาห์มีอะไรเกี่ยวข้องกัน”
เมื่อคิดถึงจุดนี้ เขาก็ปั้นหน้ามุ่ยขมวดคิ้ว “เรื่องวิวาห์ถ้าจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ในเร็วๆ นี้ ฉันคงไม่สบายใจ ราชัน ฉันวางใจที่สุดนายให้ทำเรื่องนี้…”
ฮ่องเต้ยิ้ม “ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเถอะ”
ฮ่องเต้และกวินทร์มองหน้ากัน ทั้งคู่นั่งเงียบไม่พูดไม่จาอยู่ข้างๆ อะไรที่บอกว่าวางใจให้เขาทำเรื่องนี้ที่สุด?
หมายความว่าพวกเขาสองคนไม่น่าไว้วางใจให้ทำเรื่องนี้งั้นเหรอ?!
ทั้งคู่รู้สึกจุกแน่นที่หน้าอก ราวกับหัวใจถูกกดทับเอาไว้
พวกเขาโกรธ!
แต่… ได้เพียงอดกลั้นไว้ไม่กล้าแสดงความโกรธออกมา
……