ตอนที่ 304
บทที่ 304 คืนดีกับจอมพล?
October 28, 2026
จอมพลกัดฟันด้วยความแค้นพลางจ้องมองเขา แววตาแทบจะกลายเป็นลูกธนูและมีดเป็นพันเป็นหมื่นเล่ม
กวินทร์ตัวสั่นด้วยความเยือกเย็นและหยุดหัวเราะไปแล้ว
จอมพลผ่อนคลายลงมา แล้วก็หัวเราะออกมาด้วยความโมโห : “ยัยตัวเล็กนี่ นับวันก็ยิ่งกล้ามากขึ้นแล้วสิ!”
เขามองไปยังตำรวจที่มาตรวจสอบ : “ผมกับม่านฟ้าเพียงแค่รู้จักกันเท่านั้น ทั้งสองครอบครัวเราเดิมทีแล้วเราสนิทกัน แต่พวกเราไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วก็ไม่ใช่สามีภรรยาด้วย”
ตำรวจรู้สึกอึ้งไป และมองหน้ากัน : “แต่.....”
“พวกคุณสามารถไปตรวจสอบในระบบพลเรือนก็ได้ มีไฟล์บันทึกเอาไว้ ดังนั้นจะว่าเป็นการช่วยปกปิดก็ไม่ได้ แล้วอีกอย่างผมเพียงแค่ผ่านมาช่วยวันวิวาห์เพราะเห็นเธอได้รับความไม่เป็นธรรม แต่ผู้หญิงคนนี้กลับลืมบุญคุณ มาแจ้งความเท็จหลังจากที่ผมช่วยเธอ บนรถ ในห้องมีกล้องวงจรปิด เดี๋ยวกลับไปผมจะให้คนส่งมาให้พวกคุณ”
จอมพลหัวเราะเยาะออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว : “ให้พวกคุณได้เห็น ว่าเธอขอบคุณผมยังไง ยั่วยวนผมยังไง”
“แค่ก.....”
กวินทร์สำลักน้ำลาย
จอมพลส่งสายตาคมกริบไปให้
กวินทร์รีบนั่งยืดตัวตรง อย่าว่าแต่ไอเลย แม้แต่หายใจเสียงดังก็ไม่กล้าแล้ว
ตำรวจกลับถูกความผกผันนี้ทำเอางงไปเสียแล้ว
วีระที่อยู่ข้างๆรู้ว่าที่เจ้านายตัวเองพูดไปนั้นกำลังโมโหอยู่ จึงรีบออกมาทำให้เข้าใจตรงกัน : “คุณตำรวจครับ กล้องวงจรปิดผมมีบันทึกสำรองเอาไว้ เชิญมากับผมทางนี้ครับ เจ้านายของพวกเราเป็นคนรับผิดชอบของจรัสพิบูรณ์กรุ๊ป ทุกๆปีก็จ่ายภาษีให้กับรัฐบาลไปตั้งเท่าไหร่กันครับ เป็นบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะทำเรื่องอะไรที่ผิดกฎหมาย พวกเราเองก็จะให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบอย่างแน่นอนครับ.....”
ตำรวจถูกวีระเชิญไปด้วย
ในออฟฟิศจึงเหลือเพียงแค่จอมพลกับกวินทร์เท่านั้น
กวินทร์มองพิจารณาใบหน้าที่มืดเหมือนกับก้นหมอของพี่น้องตัวเอง ข่มรอยยิ้มเอาไว้ด้วยความยากลำบากยับยั้งไม่ให้ยกขึ้นมาอีกครั้ง
จอมพลขว้างหนังสือประมูลเล่มหนึ่งไป
กวินทร์รีบหลบ รอยยิ้มบนใบหน้านั้นรีบข่มกลับไป แล้วไอขึ้นมาเบาๆ พลางเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง : “พี่พลนะพี่พล มีอะไรก็พูดกันดีๆ อย่าลงมือสิ วันนี้ผมมา เดิมทีก็อยากจะบอกเรื่องที่ไปสืบมาในช่วงสองสามวันนี้ สาเหตุเกี่ยวกับที่ว่าทำไมพี่สะใภ้ถึงได้เปลี่ยนไปอย่างผิดปกติแบบนี้ ยังไม่ทันได้ออกปากพูดเลย ตำรวจก็มาก่อนแล้ว”
“ว่ามาสิ!”
กวินทร์เก็บหนังสือประมูลขึ้นมา แล้ววางกลับไปบนโต๊ะทำงานใหม่อีกครั้งถึงได้เอ่ยขึ้น : “เทพบุตรทางนั้น ไม่รู้สาเหตุคืออะไร ได้หานักสะกดจิตมาคนหนึ่ง วันนั้นตอนที่พี่สะใภ้เอาข้อตกลงการหย่าส่งให้เขา เขาก็ตีเธอจนสลบไป แล้วทำการสะกดจิตให้กับพี่สะใภ้ ส่วนที่ว่าเขาคิดอยากจะสะกดจิตความทรงจำเรื่องอะไรนั้น นี่ยังไม่รู้เป็นการชั่วคราว และยังไม่ชัดเจนด้วยว่าบรรลุถึงจุดประสงค์ของเขาแล้วหรือยัง แต่มีเรื่องนึงที่สามารถแน่ใจได้ นั่นก็คือหลังจากที่พี่สะใภ้ผ่านการสะกดจิตมาแล้ว นิสัยก็เปลี่ยนไปเป็นคนใจร้อนแล้ว”
ความโหดร้ายในดวงตาของจอมพลกำเริบขึ้น
กวินทร์ตัวสั่น รู้ว่าพี่น้องตัวเองกำลังโมโหจริงๆแล้ว
เขารีบเอ่ยขึ้นต่อ : “ผมสงสัยว่าระหว่างการสะกดจิตจะมีการกระตุ้นประสาทสมองของพี่สะใภ้เข้า มีเพียงแบบนี้ ถึงจะสามารถทำให้คนๆนึงนิสัยเปลี่ยนไปได้ ทำให้คนที่มีนิสัยอืดอาดเชื่องช้าเปลี่ยนเป็นคนที่มีนิสัยใจร้อน คนที่อ่อนโยนกลายเป็นคนที่อารมณ์รุนแรง ประกอบกับนิสัยนั้นของพี่สะใภ้.....”
กวินทร์ยิ้มพลางลูบจมูก : “....เดิมทีก็รุนแรงนิดหน่อยอยู่แล้ว กลายมาเป็นเม่นที่ยิ่งร้ายกาจ หรือกุหลาบป่าอะไรแบบนั้น ก็ไม่แปลกเลยแม้แต่นิดเดียว”
นั่นคือคนที่สามารถใช้หมัดในการแก้ปัญหาโดยไม่ต้องใช้ปากเชียวนะ ความอ่อนโยนในระยะสั้นก็ยังคงมีอยู่ แต่จะให้มาอยู่นานๆนั้นไม่มีทางเป็นไปได้เลย
ดวงตาของจอมพลนั้นเย็นชา จ้องมองกวินทร์อย่างหนาวเข้ากระดูก
กวินทร์ตัวสั่นและก้าวเข้าไปอธิบาย : “ตอนนี้ถ้าหากเธอพบเรื่องอะไร ก็จะใจแข็งอีกทั้งจะสู้ให้ตายไปข้างนึงเลยแบบนั้น! ไม่อ่อน แล้วก็ไม่ถอยด้วยเหมือนกัน....”
จอมพลพิงไปที่พนักพิงเก้าอี้ หลับตาลง แล้วกดลงบนขมับที่จู่ๆก็กระตุกขึ้นมา : “ยังมีอะไรอีก?”
“ไม่มีข้อมูลสำคัญอื่นๆแล้วครับ”
กวินทร์เอ่ยพูดด้วยสีหน้าปกติ : “พี่วางใจได้ ผมคอยจับตามองอยู่ตลอด เทพบุตรกับม่านฟ้าแตะต้องพี่สะใภ้ติดๆกันอยู่สองสามครั้งก็ล้มเหลว อีกชั่วครู่กลัวว่าพวกเขาเองก็ไม่กล้าที่จะมีความคิดที่ไม่ถูกต้องอีกแล้ว”
จอมพลลืมตาขึ้นมาพลางหัวเราะเยาะขึ้น แล้วจู่ๆก็ข้ามไปอีกประเด็นหนึ่ง : “รายการใหม่นายรับหรือเปล่า?”
ดวงตาทั้งสองข้างของกวินทร์เป็นประกาย เขาคว่ำหน้าลงบนโต๊ะด้วยความตื่นเต้น : “รายการใหม่อะไร?”
“รายการที่จำทำให้นายได้ตื่นเต้นเป็นเดือนเลยไง”
จอมพลโยนเอกสารฉบับหนึ่งไปให้ : “เอาไปแล้วก็รีบไสหัวไปได้แล้ว จับตามองวันวิวาห์ให้ดีๆ เธอสร้างเรื่องวุ่นวายได้ แต่อย่าให้เธอทำร้ายตัวเองก็พอ ถ้าหากเจอเรื่องอย่างเมื่อวาน ฉันจะไปคิดบัญชีกับนาย!”
กวินทร์พลิกเปิดแผนรายการใหม่ ใบหน้าที่หล่อเหลานั้นยิ้มเหมือนดอกไม้
เขารีบเก็บแผนขึ้นมา แล้วตั้งใจทำเป็นอาจารย์ : “ไม่อย่างนั้นพี่สะใภ้จัดการเรื่องการหย่ากับเทพบุตรให้เสร็จเรียบร้อยก่อน พวกพี่ทะเลาะกันพอแล้วแหล่ะ ยืดเยื้อไปแบบนี้ก็ไม่ใช่วิธีที่ดีนัก พวกเขาหย่ากันแล้ว เราคิดอยากจะปกป้องเธอก็ดูสมเหตุสมผลอยู่เหมือนกัน”