ตอนที่ 305
บทที่ 305 แม่ลูกเจอกัน
October 28, 2026
รฐาหยิบกล่องบุหรี่ออกมาจากกระเป๋า แล้วเคาะเอาบุหรี่หนึ่งมวนออกมา : “ในทางธุรกิจ ไม่เคยมีการแยกระหว่างชายหญิงอยู่แล้ว ฉันเองก็ไม่เคยเห็นตัวเองเป็นผู้หญิงเหมือนกัน ฉันดูถูกผู้หญิงที่ใช้ความได้เปรียบมาทำให้บรรลุการได้ร่วมมือกันกับพวกเขา ผู้ชายดื่มเหล้า ฉันเองก็ดื่ม พวกเขาใช้วิธีกลอุบาย ฉันเองก็จะทำตามพวกเขาไปจนถึงที่สุด ดำขาวทั้งสองด้าน ผู้ชายสามารถทำได้ราบรื่นไปหมดทุกอย่าง ฉันเองก็ไม่ให้ตกหล่นไปเหมือนกัน สถานะของผู้หญิงสำหรับฉันแล้ว เป็นเพียงแค่เพศเท่านั้น ไม่ใช่ความได้เปรียบหรือความพิเศษอะไร แล้วก็ไม่ได้มีสิทธิพิเศษด้วยเหมือนกัน ดังนั้น ฉันถึงได้โอ้อวดตัวเองได้ว่านับเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่ง แต่ตั้งแต่ที่เห็นเธอ.....”
พูดมาถึงตรงนี้แล้ว เธอถึงได้เอาบุหรี่คาบไว้ที่ปากแดงๆ แล้วใช้ไฟแช็คจุดไฟ
หลังจากที่พ่นควันออกมาเบาๆแล้ว มุมปากของรฐาก็ยกขึ้นมาอย่างเหยียดหยาม : “ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่อาศัยเพียงใบหน้า ก็สามารถทำให้สองตระกูล ตระกูลจรัสพิบูรณ์กับตระกูลภูวศักดิ์เดือดร้อนกันได้ ทำให้ฉันรู้สึกเลื่อมใสจริงๆ”
น้ำเสียงเรียบๆนิ่งๆ ไม่มีการขึ้นลง แต่กลับแสดงถึงความประชดประชันออกมา
วันวิวาห์ฟังอย่างสงบเยือกเย็นมาก
สัมผัสที่หกของผู้หญิงนั้นมีความมหัศจรรย์อยู่จริงๆ
ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกับรฐาเธอก็รู้เลยว่าอาหญิงคนนี้ไม่ได้มีความรู้สึกที่ดีต่อเธอนัก
เธอเอาแก้วชาแก้วแรกที่ชงเสร็จแล้วดันไปตรงหน้าของรฐา แล้วยิ้ม : “ที่แท้อาหญิงมาวันนี้ก็อยากจะมาขอคำแนะนำจากฉันว่ายั่วยวนและจับผู้ชายยังไง ทำให้ผู้ชายมาวนอยู่รอบๆตัวเองใช่ไหมคะ?”
รฐาอึ้งไปเล็กน้อย ในดวงตานั้นปรากฏความโมโหออกมา
ความสามารถในการแสร้งทำเป็นสับสนของหลานสาวคนนี้ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจอยู่จริงๆ
วันวิวาห์หัวเราะอย่างรู้สึกผิด : “ขอโทษนะคะอาหญิง ฉันเป็นคนพูดจาโผงผาง พูดอ้อมค้อมไม่เป็น แต่จะว่าไปแล้ว ใบหน้าที่ดึงดูดผู้ชายเลวๆนี่ถึงยังไงพ่อแม่ก็ให้มา ฉันเองก็พูดแทรกขึ้นมาไม่ได้เหมือนกันนะคะ ดังนั้นแล้วจะถ่ายทอดประสบการณ์เรื่องนี้คงส่งต่อให้ไม่ได้จริงๆ”
ในใจของรฐานั้นยิ่งรู้สึกโมโห แต่ใบหน้านั้นกลับไม่ได้แสดงออกมา
เธอยิ้มออกมา : “เธอหน้าเหมือนแม่ของเธอมาก”
ประเด็นสำคัญมาแล้วใช่ไหม?!
ในใจของวันวิวาห์เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง และรู้สึกเหยียดหยาม
แต่ใบหน้ากลับรู้สึกประหลาดใจ เงยหน้าขึ้นมองเธอ : “อาหญิงรู้จักแม่ฉันด้วยเหรอคะ?”
รฐามีท่าทางที่อยากจะพูดแล้วก็หยุดไปอีกครั้ง
เอาก้นบุหรี่ในมือดับลงไปที่เขี่ยบุหรี่ แล้วถึงได้เอ่ยขึ้นพลางถอนหายใจอกมา : “ไม่เพียงแค่เคยเจอกันนะ ยังคุ้นเคยกันมากด้วย....ช่างเถอะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว พูดถึงขึ้นมาก็กลัวว่าเธอจะเสียใจ ก็ไม่มีความหมายอะไรอยู่ดี เพราะถึงอย่างไรคนก็ไม่อยู่แล้ว”
ดวงตาของวันวิวาห์ปัดความสนใจที่ปรากฏขึ้นมาทิ้งไป
“อ๋อค่ะ”เธอตอบรับนิ่งๆ และไม่ได้เอ่ยถามต่อ
รฐาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ
เด็กคนนี้ไม่ยึดตามเหตุผลทั่วไปเลยจริงๆ
หรือเป็นเพราะเลือดเย็นเกินไป แม้แต่เรื่องของพ่อแม่ตัวเองก็ไม่ถามให้มากกว่านี้เลยอย่างนั้นเหรอ?
ในใจของวันวิวาห์นั้นหัวเราะเยาะอยู่
แต่ละคนล้วนแต่อยากจะเอาเรื่องที่เธอไม่เคยเจอพ่อแม่มาทำเป็นบทความ ไม่ใช่เป็นการข่มขู่ก็เป็นการหลอกล่อ
พวกเขาไม่คิดว่าวิธีพวกนี้มันเก่าโบราณเกินไป แต่เธอรู้สึกว่ามันน่าเบื่อแล้ว
เธอไม่ตกหลุมพราง รินชาให้รฐาด้วยอารมณ์ที่สงบนิ่ง : “วันนี้อาหญิงมาถึงที่นี่ คงจะไม่ใช่เพื่อเรื่องส่วนตัวเล็กน้อยนี้ของฉันหรอกใช่ไหมคะ?! ถ้าหากใช่ ถ้าอย่างนั้นฉันสามารถบอกกับอาหญิงได้อย่างชัดเจนเลยว่าฉันกับเทพบุตร จะต้องหย่ากันอย่างแน่นอนอยู่แล้ว ส่วนจอมพล ฉันไม่ได้คิดจะกลับไปคืนดีกับเขา เรื่องความรักการแต่งงานเคยได้ลองมาแล้ว ทำให้รู้สึกเจ็บและน่าเบื่อมาก สู้เป็นเหมือนกับอาหญิง พยายามทุ่มเทให้กับเรื่องงานดีกว่า อาหญิงว่ายังไงบ้างคะ?”
รฐานับว่ามองออก เด็กผู้หญิงคนนี้ก็คือปลา
ในใจอะไรๆก็ชัดเจนไปหมด แต่ไหลลื่น คุณไม่ตรงไปตรงมา เธอก็จะสามารถวนอ้อมอยู่แบบนั้นกับคุณได้
รฐาขมวดคิ้ว : “วิวาห์ อาหญิงจะพูดตรงๆกับเธอแล้วกัน เธอกับเทพบุตรจะหย่ากันไม่ได้ ไม่เพียงแต่การแต่งงานครั้งนี้จะหย่ากันไม่ได้เท่านั้น เรื่องที่กนกวรรณ ตรีชฎาและทิวาพรที่เคยทำให้เธอไม่พอใจก็จะต้องล้มเลิกไปด้วยเหมือนกัน”
วันวิวาห์ยกชาของตัวเองขึ้นมาเป่า แล้วลิ้มรสเบาๆ พลางยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น : “นี่คือวิธีการทางธุรกิจในช่วงสองสามปีมานี้ของอาหญิงเหรอคะ? เป็นวิธีของพระแม่มารีใช่ไหมคะ?”
ใบหน้าของรฐามีความโมโห แต่กลับอดกลั้นเอาไว้
เธอยกแก้วชาขึ้นมาชนกับวันวิวาห์ : “เด็กอย่างเธอนี่ มีความคิดเป็นของตัวเองจริงๆ ถ้าฉันเป็นผู้ชาย ฉันเองก็คงชอบเธอเหมือนกัน เพียงแต่.....”
“แต่นิสัยแบบอาหญิง ถ้าหากเป็นผู้ชาย ฉันจะไม่ชอบอย่างแน่นอน ไม่รู้ถึงความทุกข์ของคนอื่น แล้วยังมาพูดให้คนอื่นใจกว้าง อาหญิงเป็นคนที่ทำธุรกิจ หลักการนี้คงจะเข้าใจมากกว่าหลานสาวที่ไม่เคยได้เห็นโลกด้านนี้อยู่แล้วใช่ไหมคะ?”
วันวิวาห์วางแก้วชาลง : “ถ้าหากอาหญิงไม่มีเรื่องอื่นแล้ว ฉันขอตัวนะคะ”
เธอลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ประตู
ริมฝีปากของรฐาโค้งขึ้นอย่างเย็นชา แล้วยกแก้วชาขึ้นมา ดื่มอย่างช้าๆอีกทั้งไม่หยุดอีกด้วย
วันวิวาห์ดึงประตูเปิด เตรียมตัวจะออกไป ก็หยุดอยู่ตรงหน้าประตูและพบกับคนสองคนที่กำลังจะเคาะประตูเข้ามา