ตอนที่ 306
บทที่ 306 ความใจกล้าที่ไม่แยกแยะผิดชอบชั่วดี
October 28, 2026
วันวิวาห์กำโทรศัพท์มือถือเอาไว้ และแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น
รฐาเหลือบมองผู้หญิงที่กำลังกินอย่างใจจดใจจ่ออยู่บนวีลแชร์ : “เธอเชื่อไหม ก่อนที่ตำรวจจะมา หล่อนจะจากไปอย่างไม่มีเสียงเลย? อีกทั้ง.....ชีวิตนี้ของเธอ จะไม่ได้เจอหล่อนอีกตลอดไป ที่นี่ ก็จะไม่มีร่องรอยและหลักฐานที่เธอเคยมาทิ้งเอาไว้ด้วย”
นิ้วทั้งห้าของวันวิวาห์รวบเข้าหากัน กำหมัดแน่น
รฐาดึงกระดาษทิชชูมา แล้วเช็ดมุมปากที่เลอะเศษขนมแทนผู้หญิงคนที่นั่งอยู่บนวีลแชร์ : “แต่ก็ไม่เป็นไร ถึงยังไงแม่ของเธอก็ไม่เคยได้เลี้ยงดูเธออยู่แล้ว ระหว่างพวกเธอก็ไม่ได้มีความรักต่อกัน เธอก็เห็นซะว่าแม่ของเธอตายไปตั้งแต่แรกแล้วกัน ส่วนที่ว่าตอนนั้นถูกใครทำร้ายจนกลายเป็นโรคประสาทนี้ แม้กระทั่งเกือบจะตาย เธอเองก็ไม่ต้องไปสนใจหรอก อ่อ ใช่สิ เธอคงจะยังไม่รู้สินะ ในตอนนั้นถ้าหากปู่ของเธอไม่ปกป้องเธอเอาไว้ เธอกับแม่ของเธอก็จะกลายเป็นศพสองชีวิตไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว อา พูดถึงแล้ว พวกเธอสองคนแม่ลูกนี่น่าสงสารจัง.....”
ทิ้งกระดาษทิชชูลง เธอเสแสร้งแกล้งทำเป็นนวดไหล่ให้กับผู้หญิงที่เธอเรียกว่าพี่ดาคนนั้น : “ตอนนั้นแม่กับพ่อของเธอลำบากมาด้วยกันมาก เพื่อให้ท้องเธอ หล่อนไปฉีดยาที่เมืองจีเป็นพันๆเข็ม น่าเสียดาย ตอนที่พวกเขาพ่อแม่รอคอยให้เธอเกิดมา ก็ถูกคนร้ายมาวางแผนทำร้ายเข้า”
วันวิวาห์หลับตาลงพลางกัดฟัน : “คุณคิดว่าหาผู้หญิงที่เหมือนฉันมา แล้วฉันก็จะเชื่อ”
รฐาหัวเราะเบาๆ ดวงตาและคิ้วที่ดุดันอ่อนโยนไปตามรอยยิ้มนี้ไม่น้อย
เธอหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นไปให้ : “เชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่เธอ ในนี้มีรูปถ่ายอยู่หลายใบ แล้วก็ยังมีUSBอยู่อันนึงด้วย ในนั้นมีบันทึกข้อมูลรูปภาพอยู่ เนื้อหาที่เธออยากเห็นอยากรู้ ในนี้มีหมด หลังจากที่ดูจบแล้ว เธอยังอยากจะแจ้งตำรวจ ฉันจะไม่ขวางเธอเลย”
วันวิวาห์มองดูจดหมายนั้นอย่างลังเล
เธอรู้สึกกลัวอยู่บ้าง แววตาย้ายมาที่ร่างของผู้หญิงที่นั่งอยู่บนวีลแชร์
ผู้หญิงดูโง่ๆมึนๆ แต่ท่านั่งการเคลื่อนไหวนั้นกลับสง่างามมากเป็นพิเศษ
พวกเธอพูดถึงอดีตที่ผ่านมาเกี่ยวกับเธออยู่ข้างๆ เกี่ยวกับความเจ็บปวดของเธอ ความเกลียดชังและความไม่ยินยอม แต่เธอกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆเลยแม้แต่นิดเดียว
ความเฉยชาไร้ความรู้สึกแบบนั้นทำให้หัวใจสั่น
“ทำไม กลัวแล้วเหรอ?”
รฐาหัวเราะเยาะ : “หรือว่ากลัวว่าถ้าหากเห็นสิ่งเหล่านี้แล้ว เธอก็จะมีจุดอ่อนที่ตกอยู่ในมือของฉัน?”
วันวิวาห์เม้มปากแน่น ริมฝีปากอมชมพูถูกเธอกดเอาไว้จนซีด
สิ่งที่เธอคิดอยู่ในใจ ล้วนแต่ถูกรฐาเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว!
รฐาเอาของโยนเอาไว้บนโต๊ะชา : “ของอยู่นี่ เธอเลือกที่จะไม่ดูก็ได้ แต่วันวิวาห์ ถ้าหากเธอรับของพวกนี้จากฉันไป ก็หมายความว่าเธออาจจะอยากทำธุรกิจร่วมกันกับฉัน ไปทำในเรื่องที่เธอไม่อยากทำ”
เธอมองวันวิวาห์อย่างยิ้มๆ ดวงตาเย็นชาที่ดุดันมีความชื่นชมอยู่มาก : “ตอนนี้ความจริงแล้วเธอก็ดีๆอยู่ หย่ากับเทพบุตร ไปทำเรื่องของเธอให้ดี ความสามารถและพรสวรรค์อย่างเธอ ต่อไปสามารถเป็นบุคคลผู้โดดเด่นที่เป็นนายหญิงในวงการธุรกิจได้อย่างแน่นอน แต่ คนเรามักจะต้องมีการเลือกตัดสินใจ ไม่ว่าการเลือกนี้เธอจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม!”
วันวิวาห์ยังคงกำลังต่อสู้ดิ้นรนอยู่
จู่ๆผู้หญิงที่อยู่บนวีลแชร์ก็วางแก้วชาลง
แก้วเครื่องลายครามกระแทกลงบนโต๊ะชาส่งเสียงดังขึ้นมา
สีหน้าบนใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นเริ่มสับสน กลัวและมีความกังวล
“ดื่มชาไม่ได้แล้ว....ฉันท้องลูกอยู่ ดื่มชาแล้วจะเป็นการทำร้ายลูก.....”
เธอพึมพำขึ้นมาเอง มือผอมๆนั้นวางลงบนช่วงท้อง แล้วลูบท้องเบาๆ เพียงครู่หนึ่ง ดวงตาก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและคำขอโทษ : “โอ๋ลูกรัก....โอ๋ลูก....ไม่ต้องกลัวนะ แม่จะปกป้องหนูเอง....”
หัวใจของวันวิวาห์เหมือนกับถูกเข็มเหล็กทิ่มแทง เจ็บเสียจนเป็นตะคริว
มือที่อยู่ข้างลำตัวนั้นสั่นเทาขึ้นมาจนแทบไม่รู้สึก ในที่สุดก็ยื่นมือออกไปอย่างช้าๆ
วันวิวาห์ ไม่เป็นไรหรอก เธอดูเพียงแค่แป๊ปเดียวเท่านั้น
ดูเสร็จแล้ว เมื่อก่อนเป็นอย่างไรต่อไปก็ยังคงเป็นอย่างนั้น
ไม่แน่ว่า....ไม่แน่ว่าผู้หญิงคนที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ไม่ใช่แม่ของเธอเลยก็ได้ รฐาเจ้าเล่ห์ขนาดนี้ หล่อนอาจจะหลอกเธอก็ได้
ใช่ จะต้องเป็นแบบนี้อย่างแน่นอน!
วันวิวาห์พูดเกลี้ยกล่อมตัวเองได้สำเร็จ แล้วรีบหยิบเอาจดหมายซองนั้น เปิดออกมาดู
ด้านในนั้นเป็นรูปถ่ายปึกหนึ่ง เป็นรูปถ่ายที่บันทึกตั้งแต่การแต่งงานของคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งเอาไว้
ทั้งสองคนเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมาก ความสุขในช่วงแต่งงานราวกับสามารถเอ่อล้นออกมาจากรูปถ่ายได้เลยอย่างไรอย่างนั้น