ตอนที่ 308
บทที่ 308 ผลตรวจดีเอ็นเอสามฉบับ
October 28, 2026
ผู้หญิงคนนี้ยังคงนอนหลับเงียบๆอยู่เช่นเดิม
วันวิวาห์จับมือเธอ หลับตาลง แล้วเอ่ยพูดขึ้นมาเงียบๆ : “ถ้าหากคุณคือแม่ของฉันจริงๆ ฉันจะไม่มีทางไม่สนใจ แน่นอนค่ะ! ฉันจะแก้แค้นเพื่อคุณแน่นอน!”
เคยคิดว่าพ่อแม่ไม่ต้องการเธอ ดังนั้นเธอหลังจากที่เธอรู้ว่าพ่อแม่แท้ๆของเธอมีเรื่องอื่นแล้ว ก็รู้สึกเฉยๆกับเรื่องการตามหาตัวพ่อแม่ไปเลย
แต่ข้อมูลคลิปเสียงเหล่านี้บอกเธอว่า ถ้าหากวิมาดาเป็นแม่แท้ๆของเธอจริงๆ พ่อแม่ทำเพื่อตัวเธอ ถึงได้ถูกทำร้ายจนกลายเป็นแบบนี้.....
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้ว วันวิวาห์ก็ลืมตาขึ้นมา
ดวงตาแดงก่ำ เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น!
เธอไม่สามารถเชื่อรฐาได้อยู่แล้ว จำเป็นต้องสืบความจริงให้ได้โดยเร็ว
.......
วันรุ่งขึ้น ตอนที่วันวิวาห์ลืมตาตื่นขึ้นมานั้น วิมาดาลุกขึ้นมานั่งอยู่บนเตียงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กำลังเอียงศีรษะมองเธอด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตั้งใจและอ่อนโยน
เห็นเธอตื่นขึ้นมาแล้ว เธอยิ้มอย่างดีใจ
แต่ทันใดนั้นเอง เธอก็ปิดปากอีกครั้ง
เสียงเล็กๆต่ำๆดังออกมาจากมือที่ซูบผอมของเธอ : “ลูก แม่ เสียงดัง ใช่ไหม ลูก? ขอโทษนะ แม่....จะไปแล้ว ลูกรีบ หลับตา อีก นอนอีกซักพัก”
วิมาดาเลิกผ้าห่มขึ้นแล้วจะลงจากเตียงด้วยความลนลาน
หลังจากที่วันวิวาห์เห็นคลิปวีดิโอเหล่านั้นแล้ว แทบจะไม่ได้นอนเลยทั้งคืน จนฟ้าใกล้สว่างถึงได้หลับตาลงติดๆกันกับวิมาดา
ตอนที่เพิ่งตื่น สมองยังเบลอๆอยู่
แต่การกระทำของวิมาดานี้.....
วันวิวาห์สั่นแรงๆหนึ่งที ให้ตัวเองตื่น
เธอลุกขึ้นมานั่ง แล้วกอดวิมาดาอย่างอ่อนโยน : “คุณไม่ได้กวนฉันหรอกค่ะ ฉันนอนพอแล้ว ดังนั้นถึงได้ตื่นขึ้นมา”
วิมาดาเชื่อ ดวงตาที่ไร้ความรู้สึกชัดเจนและสดใสขึ้นมา อ่อนโยนและจมลงไป
วันวิวาห์ตาแดง อารมณ์ที่อยู่ในใจมีพลังมหาศาลขึ้นมา
เธอช่วยวิมาดาใส่เสื้อผ้าดีๆ แล้วประคองเธอนั่งลงบนวีลแชร์ และถึงได้เข็นเธอออกมาจากห้อง
จากความต้องการของโมโมะแม่บ้านทำอาหารเช้าที่หลากหลายและเหมาะกับคนป่วยเอาไว้บนโต๊ะใหญ่
“ตื่นกันแล้ว”โมโมะเข้ามาต้อนรับ : “คุณน้าสวัสดีค่ะ ฉันคือโม เพื่อนสนิทของวิวาห์ค่ะ”
วิมาดายื้ม แต่ไม่ได้ตอบ
โมโมะรู้สึกไม่สบายใจมาก เงยหน้าขึ้นมองวันวิวาห์
เธอขอบตาคล้ำมาก ในดวงตาก็เต็มด้วยเส้นเลือดแดง
ตัวเธอนั้นทั้งหน้าซีดและเงียบ
“ตอนนี้เธอพักผ่อนได้ไม่ดีตื่นเช้าไปหน่อยใช่ไหม? ถ้าหากเขาไม่ใช่แม่....”แท้ๆล่ะ?
วันวิวาห์หัวเราะ แล้วพยักหน้าลง
โมโมถอนหายใจ แล้วไม่ได้เอ่ยพูดออกมาอีก
ทั้งสามคนนั่งลงที่โต๊ะอาหาร
วิมาดาถือโจ๊ก ตักมาหนึ่งช้อน เป่า แต่ตัวเองไม่ได้กินเองกลับส่งไปตรงหน้าวันวิวาห์ : “แม่ป้อน”
วันวิวาห์และโมโมะหยุดการเคลื่อนไหวลงในเวลาเดียวกัน แล้วเงยหน้าขึ้นมองวิมาดา
ที่โต๊ะเต็มไปด้วยความเงียบ
วิมาดามองวันวิวาห์อย่างไม่จบไม่สิ้น แววตากลับสูญเสียการโฟกัสไป : “ลูกรักอย่าดื้อสิ แม่ป้อน ขอโทษ แม่ไม่ ดูแลหนู และไม่ ได้เลี้ยงหนู ตอนนี้แม่ ชดเชย.....”
โมโมะกำตะเกียบในมือแน่น แล้วดึงชายเสื้อของวันวิวาห์อยู่ตรงใต้โต๊ะ : “คุณน้าโรคกำเริบ....ใช่ไหม?”
เมื่อคืนวันวิวาห์เอาข้อมูลกลับมาด้วยเธอเห็นแล้ว วิมาดาเป็นป่วยเป็นโรคประสาท
สถานการณ์ของเธอนั้นหยุดเป็นพักๆ บางครั้งก็ปกติ บางครั้งก็.....
วันวิวาห์มองวิมาดาอย่างตื่นเต้น
เธอรู้จักกันไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง เคยเห็นท่าทางที่ดูไร้ความรู้สึกไม่มีสติของเธอ และเคยเห็นท่าทางที่มีความสุขและพอใจของเธอ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์อะไร สีหน้าท่าทางของเธอก็ล้วนดูเหือดแห้งและไม่มีความรู้สึก
แต่ตอนนี้.....
ดวงตาของวิมาดาส่องแสงออกมา ถึงแม้ว่าดวงตาจะไม่ได้โฟกัสเท่าไหร่นัก แต่ไม่ใช่ท่าทางที่ไม่มีความรู้สึกแบบเมื่อวานอย่างแน่นอน ดูเหมือนกับมีการยึดติด และดูเหมือนกับกำลังตามหาภาพในความทรงจำอะไรบางอย่างอยู่อย่างไรอย่างนั้น
ความรู้สึกนั้น....เหมือนกับสูญเสียความทรงจำไป
วิมาดายังมองวันวิวาห์อยู่ ช้อนก็ยังยื่นไปให้อย่างดื้อดึง
บรรยากาศในห้องอาหารนั้นน่าอึดอัด
เป็นเวลานาน วันวิวาห์ก็อ้าปาก แล้วกินโจ๊กคำนั้นไปอย่างว่าง่าย : “ขอบคุณค่ะ อร่อยมากเลย”