ตอนที่ 316
บทที่ 316 เนื้อในมือสั่นระริก
October 28, 2026
สีหน้าของเทพบุตรเรียบนิ่ง แต่ภายใต้คิ้วเข้มขมวดแน่นไม่อาจซ่อนความประหลาดใจไว้ได้
แต่เพียงไม่นาน ใบหน้าของเขาพลันมีชีวิตชีวาขึ้นพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน “คุณอาร้ายกาจจริงๆ แม้เรื่องนี้คุณอายังรู้”
“ฉันรู้ว่าไม่มีอะไร ตอนนี้คนไม่น้อยคงรู้เรื่องนี้แล้ว และคิดว่าไม่ใช่ความลับอะไร”
รฐาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ฉันบอกแล้วว่าคุณเหมือนพ่อคุณมาก แม้แต่ผู้หญิงที่คุณชอบยังเป็นผู้หญิงประเภทเดียวกัน ใบหน้าไม่แยแสโลกแต่ในใจมีความปรารถนาอยากได้ ผู้หญิงพวกนี้มีหน้าตาสะสวย ผู้ชายคนไหนตกหลุมรักพวกเธอล้วนแต่จบไม่สวย และพวกเขาจะไม่ได้รับความอ่อนหวาน สงสารหรือเห็นใจจากพวกหล่อน”
เทพบุตรยกน้ำชา แสดงความนับถือแก่รฐา “จะบอกว่าผู้หญิงย่อมเข้าใจผู้หญิงด้วยกันเหรอครับ แต่ในบรรดาผู้หญิงคุณอาเป็นคนที่มีอำนาจมากสุดและผมรู้สึกซาบซึ้งใจมาก”
รฐาเอื้อมมือไปรับแก้วจากเขา และยกชาขึ้นดื่ม “อย่าพูดอะไรเรื่องไร้สาระเลย ตอนที่ฉันเป็นหนี้ชีวิตพ่อคุณ ฉันสัญญากับเขาว่าตราบใดที่ฉันทำอะไรได้บ้าง ฉันจะพยายามช่วยอย่างถึงที่สุด ดังนั้นเรื่องแค่นี้เล็กน้อยมาก ไม่ต้องกังวลอะไร และไม่จำเป็นต้องประจบเอาใจขนาดนี้”
“เป็นความซาบซึ้งในบุญคุณ คุณอา เราคงร่วมมือกันได้อย่างราบรื่นนะครับ?”
รฐายังไม่ทันได้ตอบกลับ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
จากนั้นถูกประตูเปิดออก วันวิวาห์เดินเข้ามา
สีหน้าของเทพบุตรก็พลันเปลี่ยนไป สีหน้าชื่นชมและรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา กลายเป็นความประหลาดใจ “วิวาห์ ทำไมคุณมาที่นี่ล่ะ”
วันวิวาห์เหลือบมองรฐาอย่างเย็นชา และเย้ยหยันขึ้นว่า “ไม่ต้องเสแสร้งหรอก ตอนนี้ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว คุณอาก็รู้ว่าคุณเรียกฉันมา คุณอา ฉันพูดถูกไหมคะ”
รฐายิ้มอย่างชื่นชม “ก็คงเป็นอย่างนั้น เธอนี่ฉลาดจนทำให้คนทั้งรักทั้งเกลียดเลยนะ”
หล่อนหันไปทางเทพบุตร “เหมือนที่ฉันเพิ่งพูดไป หลานสาวของฉันเธอฉลาดใช่ไหมล่ะ”
เทพบุตรพยักหน้าและยิ้มอย่างอบอุ่น “ได้โปรดคุณอาอย่าทำให้วิวาห์ลำบากใจเลยนะครับ ถึงยังไงเธอก็เป็นภรรยาของผม”
พูดจบเขาก็ยืนขึ้นเต็มความสูง หันไปพยักหน้าให้วันวิวาห์และรฐา “พวกคุณคุยกันไปก่อนเลยนะ ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่”
พูดจบ ครั้นกำลังจะเดินออกไป
“อยู่ต่อเถอะ” รฐายกชาขึ้นดื่ม “คนกันเองทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องหาข้ออ้างเพื่อหลบหลีกอะไรเลย ใช่ไหม หลานสาว?”
สายตาที่เทพบุตรใช้มองวันวิวาห์ทั้งห่วงใยและอาลัยอาวรณ์อยู่ในแววตา
“ค่ะ” วันวิวาห์ยิ้มตอบ “คุณอาพูดถูก”
เธอเดินเข้ามานั่ง ตำแหน่งตรงกลางระหว่างคนสองคน
“อยากทานอะไรไหม สั่งได้เลยนะ” รฐาเลื่อนเมนูอาหารไปตรงหน้าวันวิวาห์ “ฉันสั่งไปบ้างแล้ว เธอดูและสั่งเพิ่มได้ตามสบายเลย”
“คุณอาคิดว่า ฉันนั่งอยู่ตรงหน้าคุณแบบนี้ยังจะกินอะไรลงอีกเหรอคะ”
วันวิวาห์รับเมนูมาแล้ววางลง เธอหัวเราะเบาๆ “ฉันต้องใจกว้างขนาดไหนกัน!”
ถึงโดนดูถูก รฐากลับไม่โกรธเคือง
หล่อนเลิกคิ้ว ทำท่าทางอารมณ์ดี “เวลาฉันหิว ฉันจะอารมณ์ไม่ดี และก็ไม่อยากพูดคุยอะไร ดังนั้น แม้วิวาห์จะไม่อยากอาหาร แต่ก็คงต้องอดทนฝืนใจร่วมโต๊ะอาหารกับเราสักหน่อย”
“ไม่ได้ฝืนใจอะไรหรอกค่ะ ฉันแค่รู้สึกไม่อยากอาหาร ไม่ได้บอกว่าจะไม่กิน”
วันวิวาห์ตอบกลับนิ่งๆ “ฉันไม่ใช่คนที่ชอบหาเรื่องใส่ตัวเองสักเท่าไหร่”
เธอหยิบเมนูขึ้นมาอ่าน แล้วเลือกอาหารที่ตัวเองชอบสองสามอย่าง และเรียกพนักงานมารับออร์เดอร์
“คุณอาอยู่ต่างประเทศคงไม่ได้กินหม้อไฟบ่อยๆ มื้อนี้ฉันเลี้ยงเองค่ะ”
“งั้นก็ขอบใจนะจ๊ะ” รฐายิ้มอย่างเป็นมิตร
เทพบุตรมองหญิงสาวทั้งสองซ้ายขวา มุมปากเขาก็กระตุกยิ้มขึ้นมา
เขาเคยเห็นการคุมเชิงระหว่างคมดาบกับคมดาบมานักต่อนัก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นผู้หญิงสองคนจุดไฟการต่อสู้กันโดยไม่มีควันดินปืน
สีหน้าท่าทางดูสุภาพ แต่ความจริงมีกระแสน้ำวนอันมืดมิดกำลังปั่นป่วนอยู่ภายใน
เขาเฝ้าคอยอยู่เงียบๆ
ฐานตั้ง หม้อและจานชามถูกยกเข้ามาเสิร์ฟ
วันวิวาห์รับซอสมา และเริ่มปรุงรสในหม้อซุปอย่างสบายๆ ไร้ซึ่งความกดดัน
กลิ่นหอมอบอวลเต็มห้อง เย้ายวนต่อมรับรส
“คุณแท้งเพิ่งจะครบหนึ่งเดือนเมื่อไม่กี่วันเอง อย่ากินเผ็ดนะ” เทพบุตรห้ามปรามอย่างอบอุ่น
ตะเกียบและช้อนถูกหยิบออกมา เธอใช้ตะเกียบคีบเนื้อลงไปในหม้อ
วันวิวาห์เงียบนิ่งไปครู่หนึ่ง
ช่วงเวลาเดือนที่ผ่านมา อาหารที่เธอดื่มกินล้วนเป็นแกงจืดน้ำซุปใสรสชาติจืดชืด
แต่กลิ่นหม้อไฟช่างยั่วยวนความอยากอาหาร เพียงเล็กน้อยเนื้อในมือก็สั่นระริก