ตอนที่ 315
บทที่ 316 แรงระเบิดชั้นแปด
October 28, 2026
ตระกูลหยุนแห่งเมืองเทียนหนาน
ชั้นสอง มีคนสองคนกำลังจิบชากันอยู่ คนหนึ่งอายุราวๆห้าสิบเศษ รูปร่างใหญ่โต ดูเป็นคนชราที่เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง แต่สายตากลับยังมีความน่าเกรงขามอยู่
คนผู้นี้ก็คือเจ้าบ้านตระกูลหยุน หยุนเต๋อเย่
“พ่อครับ เราจะไม่ไปดูจริงๆหรอครับ?”
ผู้ที่อยู่ตรงข้าม คือชายสวมชุดสูท อายุยี่สิบกว่า เขาขมวดคิ้วมองดูชายที่อยู่ตรงข้ามกัน
เขาคือหยุนจื๋อ
ลูกชายของหยุนเต๋อเย่ ทายาทผู้สืบทอดของตระกูลหยุน
“ออกไป?แค่Mr.Xคนเดียวมาถึงที่ไม่ใช่หรอ หนูที่ซ่อนหัวหางโผล่ ต้องให้เราออกไปเจอด้วยหรอ?เหอะ Mr.Xคนนี้กล้าบุกเข้ามาในตระกูลหยุนของเรา ไม่รู้ว่ารนหาที่ตายจริงๆงั้นหรอ”
หยุนเจ๋อเย่หัวเราะอย่างเย้ยหยัน นัยน์ตาเผยให้เห็นความหยิ่งทะนง
ตระกูลหยุนของพวกเขา เป็นตระกูลใหญ่ในเมืองเทียนหนานเชียวนะ
ต่อกรกับMr.Xคนเดียว จำเป็นต้องให้พวกเขาออกโรงด้วยหรอ?
ไร้สาระสิ้นดี
เมื่อสิ้นเสียง ก็มีศพปลิวเข้ามาจากด้านนอกร่างหนึ่ง กระแทกเข้ากับกำแพงของพวกเขา หลังจากนั้นก็ปรากฏให้เห็นคนสองคน คนหนึ่งสวมหน้ากากครึ่งเสี้ยว อีกคนสวมหน้ากากกระต่าย
“พวกคุณไม่จำเป็นต้องออกมาแล้ว เราจะเข้ามาเอง”
ฉินเฟิงจัดระเบียบคอเสื้อ กวาดตามองทั้งสองคนแวบหนึ่ง
นัยน์ตาสุดลึกล้ำคู่หนึ่ง
หน้ากากครึ่งเสี้ยว
ช่างดูน่าตกใจเหลือเกิน
“Mr.X Mr.Xคนที่ฆ่าเซี่ยงหัวหยาง ถือว่ามีความสามารถเลยทีเดียว สามารถฝ่าผู้คุ้มกันของตระกูลหยุนได้ ก้าวเข้ามาถึงในนี้ได้ ฉันยอมรับว่า ประเมินแกต่ำเกินไป”
หยุนเต๋อเย่ค่อยๆพูดออกมา แต่ไม่ได้ยืนขึ้น
ในประโยคที่กล่าว แสดงให้เห็นถึงความดูถูก
แต่ โดยรวมแล้ว ยังคงดูถูกอยู่ดี
“ทำไมหรอ?มั่นใจขนาดนี้เชียวหรอ พึ่งอาศัยใครงั้นหรอ?ตาแก่ ที่หลบอยู่หลังโต๊ะงั้นหรอ?จึๆๆ ผมจะบอกอะไรให้นะ ตาแก่คนนั้น สำหรับผมแล้ว ไม่ได้มีอะไรอันตรายต่อฉันเลย”
เมื่อฉินเฟิงพูดจบ สีหน้าสงบในตอนแรกของหยุนเต๋อเย่เปลี่ยนไปในทันที
แก้วชาที่อยู่ในมือถึงกับสั่นเทา
นี่มันอะไรกัน
พบเข้าแล้ว?
นี่เป็นถึงตัวละครลับของตระกูลพวกเขา ต้วนเผิงเทียน ปรมาจารย์บู๊ เป็นเพื่อนคนสนิทของเขา เพราะสถานการณ์ในช่วงนี้อันตราย เขาจึงเชิญมาอยู่ที่นี่ โดยเฉพาะ
เพื่อคุ้มกัน ตระกูลของพวกเขา
และเพื่อคุ้นกันกระบี่โกวเจี้ยนกษัตริย์รัฐเยว่
นี่เป็นสิ่งของที่ดีที่สุดในการใช้สานสัมพันธ์กับจักรพรรดิเยว่ตี้ และยังสามารถมั่นใจได้ว่าอนาคตของพวกเขาจะยังคงเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในประเทศหนานเยว่
ไม่มีทางโดดเดี่ยว
เพื่อความปลอดภัย เขาให้ต้วนเผิงเทียน ซ่อนอยู่หลังโต๊ะ
ให้ปรมาจารย์บู๊ เลือกวิธีสุ่มโจมตี
เพื่อความปลอดภัย แต่คิดไม่ถึงว่าจะพบเข้าจนได้
“หึๆ ไอ้หนุ่ม ถือว่าแกยังพอรู้อะไรอยู่บ้าง สามารถรู้ว่าฉันอยู่ในห้องนี้”
ในเวลานี้เอง ปรมาจารย์ต้วนคนนั้น ก็ค่อยๆก้าวออกมา
ใบหน้าอ่อนเยาว์ แต่ผมขาวโพลน
สวมชุดคลุมยาวสีขาว มีท่าทีเหมือนยอดมนุษย์มีความสามารถ
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เขามาก็ทำการมองประเมินฉินเฟิง แล้วพูดอย่างเย่อหยิ่งว่า“ฉันคิดว่านายมีพื้นฐานไม่เลวเลย ถึงพบว่าฉันอยู่ในห้อง จากนี้ไปติดตามฉันซะเถอะ เป็นลูกศิษย์ที่คอยล้างเท้าให้ฉัน เป็นไง?”
“ตลกหน่า”
ฉีหยุนหัวเราะอยู่ด้านหลัง
“หัวเราะ?เหอะ ไม่รู้ว่ามีคนมากมายตั้งเท่าไรอยากเป็นลูกศิษย์คอยล้างเท้าให้ฉัน”
ปรมาจารย์ต้วนไม่สนใจฉินเฟิง ในทางกลับกันเขานั่งลงมา รินชาให้ตัวเองหนึ่งแก้วอย่าง แล้วนั่งจิบอย่างใจเย็น ไม่รีบไม่ร้อนอะไร เหมือนมีความมั่นใจมาก
“พวกแกรู้ไหม ปรมาจารย์ต้วนเป็นใคร?ปรมาจารย์บู๊แห่งหนานโจวเชียวนะ เปิดโรงเรียนศิลปะการต่อสู้มานับพันแห่ง มีลูกศิษย์นับไม่ถ้วน ถูกคนจำนวนนับไม่ถ้วนขนานนามว่าอาจารย์ท่านหนึ่ง มีตำแหน่งสูงส่งในหนานโจว พวกแกลองไปสืบดูก็ได้ ว่าปรมาจารย์ต้วนท่านนี้มีชื่อเสียงขนาดไหน”
หยุนเต๋อเย่พูดอย่างเย่อหยิ่ง“ตระกูลหยุนของเรา สามารถเชิญปรมาจารย์ต้วนมาได้ มาที่ตระกูลหยุนของเรา ถือว่าเราโชคดีไปสามชาติ ให้แกได้เป็นลูกศิษย์คอยล้างเท้า แกยังไม่ยอมอีกงั้นหรอ?แกรู้ไหม ว่าข้างนอกมีคนตั้งมากมายเท่าไร อยากเป็นลูกศิษย์ล้างเท้าให้กับปรมาจารย์ต้วน”
“งั้นทำไมคุณไม่ไปเป็นล่ะ?”
ฉินเฟิงพูดโดยที่เอามือไพล่หลัง