ตอนที่ 440
บทที่ 441 ซือซือ “???”
October 28, 2026
แต่ว่า นิ่งไปสักพัก ชิวซือซือเห็นว่า คนๆนี้ไม่ได้แตะต้องตัวเอง แต่ว่าตัวเองสามารถขยับได้แล้ว
“นาย!”
ชิวซือซือเป็นอิสระจากเชือกแล้ว พบว่ามันถูกตัดขาด จากนั้นก็ลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็มองฉินเฟิง พบว่าฉินเฟิงอุ้มผ้านวมมาชุดหนึ่ง ปูไว้บนพื้น
จากนั้นก็ได้ยินฉินเฟิงพูดว่า “ด้านนอก บนยอดเขาที่ห่างไปอีกร้อยแปดสิบเมตร มีคนมองกล้องส่องทางไกลจับตาดูไว้ แล้วยังมีเครื่องดักฟังด้วย ตอนกลางคืนเธอสามารถตะโกนเสียงดังหน่อย ไม่อย่างนั้น พวกมันจะต้องสงสัยพวกเราแน่ ฉันเป็นคนดี แค่นี้ ฉันนอนก่อนละ เธอตะโกนไปคนเดียวเลย”
ฉินเฟิงนอนลง
ชิวซือซือ “????”
สถานการณ์อย่างนี้ ทำเอาเธอตอบสนองไม่ทันจริงๆ
หวาดกลัวไปตั้งนาน แล้วยังวางแผนอยู่นาน คิดว่าเย่เซียวคนนี้ เอากระบี่กษัตริย์รัฐเยว่ไว้ เย่เซียวนักฆ่าระดับสูงเตรียมจะนำไปประมูล เป็นพวกเดียวกัน
“ใช่สิ ให้เกียรติฉันหน่อย พรุ่งนี้ทางที่ดีก็ทำเป็นลงจากเตียงไม่ได้ หรือไม่ก็เดินอ่อนปวกเปียกหน่อย”
ฉินเฟิงพูดจบ ก็พลิกตัว แล้วนอนต่อ
ชิวซือซือ “????”
“นี่ อย่างน้อยนายก็บอกกับฉันสักหน่อยว่านายเป็นใคร แผนการของพวกนายเป็นยังไง? ฉันเป็นคนที่มาจากจิงตู สามารถให้ความร่วมมือกับพวกนายได้” ชิวซือซือเงียบไปสักพัก ถึงได้พูดออกมา
เธอรู้ ตอนนี้เย่เซียวยังนอนไม่หลับ
“ยิ่งรู้เยอะ เธอจะยิ่งตายเร็ว”
ฉินเฟิงพูดนิ่งๆเพียงแค่ประโยคเดียว
“ก็ได้”
ชิวซือซือยอมแพ้แล้ว ไม่ได้ถามอะไรอีก ยังไงซะเธอก็เป็นมืออาชีพ สามารถระงับความอยากรู้อยากเห็นนี้ได้ แต่ต่อจากนี้ เธอเตรียมจะเริ่มกรีดร้องแล้ว หลังจากที่รู้แล้วว่าเป็นพวกเดียวกัน ก็ไม่ระวังมากขนาดนั้นแล้ว
แต่ว่า หลังจากที่เธอตะโกนไปสองครั้ง
“อ๊า…อ๊า…”
หลังจากที่ชิวซือซือตะโกนไปสองครั้ง ก็หยุดลง จากนั้นก็มองฉินเฟิงที่นอนอยู่ด้านล่าง พูดอย่างไม่ค่อยพอใจว่า “กรีดร้องยังไง ฉันยังไม่เคยทำเรื่องอย่างนั้นมาก่อน”
ฉินเฟิง “……”
ที่จริงแล้วฉินเฟิงเองก็อยากจะพูดว่าตัวเองก็ทำไม่เป็น
พูดแล้วก็น่าขัน แต่ว่าเรื่องนี้เป็นความจริง ฉินเฟิงที่เป็นเทพสงครามปกป้องประเทศ ผู้รับผิดชอบทหารทั้งประเทศ ตำแหน่งในประเทศถือว่าค่อนข้างสูง พูดได้ว่า ไม่มีที่สองอีก แต่เขากลับมีผู้หญิงเพียงแค่คนเดียว
เรื่องอย่างนั้น เขาเองก็เคยผ่านมาแค่ครั้งเดียว
นั่นก็คือครั้งนั้น ตอนที่อิ่นซินถูกคนวางยา หลังจากนั้นแล้ว ถึงแม้ตอนนี้อิ่นซินจะยอมรับเขาแล้ว แต่จนถึงทุกวันนี้เขาก็ไม่เคยแตะต้องอิ่นซินอีก แล้วครั้งนั้นก็ยังสับสนสะลึมสะลืออีกด้วย
ฉะนั้นแล้ว ฉินเฟิงผู้ชายที่ใกล้จะอายุสามสิบปีคนนี้ เคยเพียงแค่ครั้งเดียว
“ร้องไม่เป็น งั้นก็ไม่ต้องร้องแล้ว นอนเลย”
ฉินเฟิงนอนต่อ
“แบบนั้นไม่ได้ นายทหารคนนี้ ทำไมถึงได้ไร้ความเป็นมืออาชีพขนาดนี้ นายไม่สังเกตเห็นหรอว่าวันนี้ซือหม่าเฉินมันเพ่งเล็งมาที่นาย ประโยคสุดท้ายของวันนี้ก็เพื่อทดสอบนาย ถ้าหากวันนี้ไม่มีเสียงอะไรดังขึ้นสักหน่อยละก็ พรุ่งนี้เขาจะต้องสงสัยแน่นอน ไม่ว่าพวกนายมีแผนการอะไร จะต้องห้ามเกิดข้อผิดพลาดในจุดนี้เด็ดขาด”
ชิวซือซือรีบพูดออกมา
“งั้นเธอก็ตะโกนต่อไป”
“ฉันทำไม่เป็น”
“งั้นก็นอน”
“ไม่ได้ แผนการของพวกนายก็จะล้มเหลวสิ”
ทันใดนั้นสถานการณ์ก็อึดอัดขึ้นมาทันที ฉินเฟิงลุกขึ้นนั่ง มองชิวซือซือด้วยสีหน้าเย็นชา จากนั้นก็ลุกขึ้น เดินไปตรงหน้าของเธอ กดทับตัวเธอไว้ กดลงไปกับเตียง
จากนั้นร่างกายก็ค่อยๆขยับเลื่อนลงไป
“คือ…ไม่ใช่มั้ง…นายเอาจริงหรอ…คือ…คือ”
ชิวซือซือตื่นเต้นจนหลับตาลง
แต่ว่า สุดท้าย ฉินเฟิงก็ทำแค่ดึงกระดุมเม็ดหนึ่งของเธอออกมา จับมันแล้วพูดว่า “ก่อนหน้านี้ไม่เปิดใช้งานไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย ตอนนี้เพิ่งจะเปิดใช้งาน ซือหม่าเฉินนี่มันระวังมากดีนี่นา”
“เครื่องดักฟัง!”
ชิวซือซือเองก็มองสิ่งของชิ้นนี้ออก
เธอไม่ได้สังเกตเห็นเลย
นี่มันใส่เข้ามาตอนไหน
แต่ว่า จากที่ฉินเฟิงพูด มันเพิ่งจะเปิดใช้งาน ก่อนหน้านี้ไม่ได้เปิดไว้ จึงไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆเลย จึงทำให้ไม่มีคนสังเกตเห็น ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีหากเปิดใช้งานแล้ว สนามแม่เหล็กก็จะเกิดการผันผวน