ตอนที่ 442
บทที่ 443 หนอนกู่ดวงชะตาของอายี
October 28, 2026
“พวกนี้ ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉัน เธอก็เห็นแล้ว เมื่อกี้ฉันจัดการกับพวกนั้น ก็เพียงแค่ยกดาบครู่เดียวเท่านั้น พวกนี้ถึงแม้จะแข็งแกร่งขึ้นหน่อย ก็เหมือนกัน อีกอย่าง ถ้าหากว่าหนอนกู่ดวงชะตาของเธอได้รับบาดเจ็บ เธอเองก็จะบาดเจ็บ แล้วยังอาจจะตายด้วย อายี เก็บกลับไปเถอะ เธอไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉัน”
ฉินเฟิงพูดอย่างเย็นชา
แต่ว่า อายีไม่ได้ฟังพวกนี้ แม้ว่าเธอจะรู้ว่าพวกนี้จัดการกับเย่เซียวไม่ได้ แต่เธอก็ยังเขย่ากระดิ่งอยู่เหมือนเดิม ในแววตามีความตายแวบเข้ามา เธอเตรียมตัวตายไว้แล้ว
แมลงพิษพวกนั้นพุ่งเข้าใส่ฉินเฟิง
“เฮ้อ รู้จัก เซี่ยขุยมั้ย?”
จู่ๆฉินเฟิงก็พูดออกมาอย่างกะทันหัน
ทันใดนั้นเสียงกระดิ่งในมือก็หยุดลงในทันที สถานการณ์ก็หยุดนิ่งในทันที แมลงพิษเองก็หยุดลงในพริบตา แต่ว่าวินาทีต่อมา เสียงกระดิ่งก็ดังต่อ และแมลงพิษก็ยังโจมตีไปหาฉินเฟิงเหมือนเดิม
แต่ว่า ฉินเฟิงกลับพูดเองคนเดียวว่า “ในปีนั้น ทหารของพวกเราออกไปทำภารกิจ แล้วเจอเข้ากับหิมะถล่ม ฉันเป็นคนใต้ เคยเจอกับหิมะถล่มซะที่ไหน เพียงชั่วครู่ก็หาทางไม่เจอแล้ว สีขาวโพลนไปทั่วและก็ไม่มีอาหาร หลังจากนั้น เพื่อนทหารของฉัน ยังเป็นโรคโลหิตเป็นพิษ มองไม่เห็นอะไรเลย ในตอนนั้น พวกเราต่างก็คิดว่าจะตายแล้ว ทั้งเหนื่อย ทั้งหิว และก็หาทางไม่เจอ และก็ในเวลานั้น พวกเราพบเจอกับเซี่ยขุย เขาใช้หนอนตัวหนึ่ง พาพวกเราบินออกไป”
“พวกเราไม่รู้จักหนอนแบบนั้น เขาบอกมันเรียกว่าหนอนนำทาง”
วินาทีนี้ แมลงพิษหยุดลง
ส่วนหนอนกู่ดวงชะตาที่มีเขี้ยวแหลมคมตัวนั้น ห่างจากฉินเฟิงเพียงแค่ฝ่ามือเดียวเท่านั้น แต่ก็หยุดลงเอาดื้อๆ จ้องฉินเฟิงอยู่แบบนี้ จากนั้นก็มีเสียงของอายีที่ไม่มั่นคงดังขึ้น
“นายเป็นใครกันแน่?”
“ฉัน?”
ฉินเฟิงหัวเราะ จากนั้นก็หยิบเครื่องหมายราชโองการบนตัวออกมาแผ่นหนึ่ง โยนให้กับอายี”
อายีหยิบขึ้นมาดู ก็มึนงงขึ้นมาทันที
‘วีรบุรุษผู้ไม่มีสอง’!
ทั้งประเทศต้าหัว มีเพียงคนเดียวที่มีอยู่
นั่นก็คือ
“ทำความเคารพท่าเทพสงครามค่ะ”
อายีคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าฉินเฟิง แมลงพิษพวกนั้น ต่างก็ค่อยๆถอยกลับไป หนอนกู่ดวงชะตาที่มีเขี้ยวตัวนั้นก็บินกลับไปที่ตัวอายีเช่นกัน และก็มุดเข้าสู่ร่างกาย
หนอนกู่ดวงชะตา ถูกเลี้ยงด้วยเลือด
สามารถเชื่อมโยงถึงกัน
มีฉายาดุร้ายและแปลกประหลาด
“ลุกขึ้น”
ฉินเฟิงโบกมือ ให้อายีลุกขึ้น จากนั้นก็สำรวจมองอายี มองดูแล้วพูดว่า “เธอหน้าตาเหมือนกับพ่อของเธอมาก ฉันรู้สึกได้ตั้งแต่แวบแรกแล้ว”
“เซี่ยขุย นั่นก็คือพ่อของฉันค่ะ”
อายีรายงาน
“ครั้งนี้ที่พวกเธอมา มีกี่คน ภารกิจคืออะไร?”
ฉินเฟิงถาม
“เผ่าเซี่ยของเรา มากันทั้งหมดสามสิบสองคน แยกย้ายไปสถานที่ต่างๆในเมืองฉางซาน แต่ว่า มีเพียงฉันที่เป็นสายเลือดเขตแดนม้ง เป้าหมายคือมาเพื่อแย่งชิงกระบี่กษัตริย์รัฐเยว่ หรือทำลายกระบี่กษัตริย์รัฐเยว่ทิ้ง ห้ามให้จักรพรรดิแห่งหนานเยว่ได้มันไปค่ะ” อายีพูดรายงาน
ที่ซีโจว ส่วนมากล้วนแซ่เซี่ย
เพราะว่าพวกเขาเรียกตัวเองว่าเป็นบุคคลผู้สืบทอดมาจากราชวงศ์เซี่ย เรียกง่ายๆว่าเผ่าเซี่ย
แต่ว่า พวกเขาก็นับว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของต้าหัว
ส่วนเพราะอะไรทำไมถึงมีอายีที่เป็นสายเลือดเขตแดนม้งคนเดียวนั้น เขตแดนม้ง ลึกลับมาแต่โบราณ ผู้สืบทอดไม่มาก มีเพียงสายเลือดที่เก่าแก่มากที่สุด ถึงจะสามารถสืบทอดได้ หรือพูดได้ว่าภายในลึกสุดของภูเขาแห่งซีโจว ถึงจะมีชาวแดนม้งสืบทอดลงมา
“อย่างที่คิด”
ฉินเฟิงพยักหน้า
ที่จริง เดิมทีเขาคิดว่าเผ่าเซี่ยเองก็มาเพื่อแย่งป้ายละเว้นความตาย แต่ตอนหลังเมื่อพบอายี เขาก็ไม่คิดอย่างนั้นแล้ว ลูกของเซี่ยขุย เซี่ยขุยเป็นสุภาพบุรุษที่แท้จริงคนหนึ่ง
กระฉับกระเฉงทรงพลัง
ยอมแพ้?
เหอะ
เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลย
ดังนั้น ฉินเฟิงเชื่อว่าลูกสาวของเขา ก็ไม่มีทางเป็นคนอย่างนั้น