ตอนที่ 483
บทที่ 484 กองทัพเพลิงไฟ ฆ่ามัน
October 28, 2026
“แต่!”
หนึ่งนาทีเต็มๆ กว่าจงชิวจะพูดออกมา ว่าเลือกฝั่งตะวันออก
“ครับ”
เหล่าแม่ทัพใต้บังคับบัญชาก็ไปจัดการ และให้กองม้าพิชิตฟ้าก็ไปขวางทหารม้าหมาป่าไว้ที่ฝั่งตะวันออก
หูหรงได้ข่าวมา ใบหน้าก็เผยรอยยิ้มออกมา ในที่สุดก็จะไม่ต้องมาจัดการกับศัตรูกระจอกๆ แบบนี้แล้ว ทันใดนั้นก็สั่งไปว่า “ฝางจงเทียน เอ็งนำทัพ5พันคน ไปกำจัดกองทัพเพลิงไฟเสีย ส่วนคนอื่นๆ ตามกูมา ไปฆ่าไอ้ซูหมิงเจ๋อ”
“ครับ”
ฝางจงเทียนรับคำสั่ง
แล้วหูหรงก็นำอาหลางและทหาร5หมื่นจากไป
พอออกไปแล้ว ฝางจงเทียนก็มองกองทัพเพลิงไฟที่สภาพย่ำแย่ ในสายตาก็นึกสนุกขึ้นมา “กูคือฝางจงเทียน เป็นเก่งคนหนึ่ง แต่ให้กูมากำจัดการศัตรูอย่างพวกมึง ถือว่าเป็นเกียรติของพวกมึงมากแล้ว ดังนั้น ทุกคนบีบพวกมันเข้าไป”
ทันใดนั้น ทหารพวกนี้ก็เลยบุกโจมตีบีบเข้าไปเรื่อยๆ
“พวกเราหนีเถอะ วิ่งๆ หนีๆ”
กองทัพเพลิงไฟตกใจกลัวจนไม่รู้อะไรเป็นอะไรแล้ว
เห็นรอบๆ ถูกล้อมไว้หมด ก็เลยรีบว่ายน้ำลงไปในแม่น้ำ ขอแค่ว่ายน้ำไป ก็จะรอดแล้ว ขอแค่ว่ายข้ามไป ก็จะได้มีชีวิตต่อไปได้แล้ว
กองทัพเพลิงไฟพยายามว่ายน้ำไปอีกฝั่งอย่างสุดชีวิต แย่งกันว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด
อยู่ไปก็ต้องตาย
แต่ว่า ในตอนนี้คนข้างๆ จูหงเยียนก็ส่งเสียงออกมาว่า
“พวกเอ็งยอมเป็นทหารหนีทัพไปทั้งชีวิตหรือไงวะ?”
เสียงนี้ดังเข้ามาในหูของทหารกองทัพเพลิงไฟทุกคน ทำให้พวกเขาหยุดเคลื่อนไหว นั่นสิ ทหารหนีทัพ ไม่ว่าจะเป็นตอนไหน ก็ล้วนเป็นคำที่ดูถูกเหยียดหยามมาก
ทหารหนีทัพ
เมื่อคนคนหนึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นทหารหนีทัพ ทั้งชีวิตของพวกเขาก็จะต้องจบสิ้นแน่
“หลังจากพวกเอ็งกลับไป พ่อแม่พวกเอ็งถามว่าไปทำอะไรในสงครามบ้าง ลูกๆ พวกเอ็งก็ถามพวกเอ็ง พวกเอ็งจะตอบไปว่าอย่างไร บอกว่าหนีทัพงั้นหรือ หนีอย่างเดียวเลยงั้นหรือ หนีเหมือนหมาไร้บ้านงั้นหรือ?”
“พวกเอ็งลืมจุดประสงค์ที่พวกเอ็งมาที่นี่เพื่อทำอะไรไปแล้วงั้นหรือ? ตอบแทนชาติบ้านเมือง ขับไล่ศัตรู ปกป้องประชาชน ปกป้องญาติพี่น้องพวกเอ็ง มาเป็นทหารเพื่อให้พ่อแม่พวกเอ็งได้รู้ว่าพวกเอ็งไม่ใช่พวกไม่เอาไหน ไม่ใช่ทหารหนีทัพ”
คำพูดของคนคนนี้ดังเข้ามาในหูของทหารพวกนั้น
พวกเขาก็หยุดลง
แต่ว่าไม่ได้กลับมา
และในตอนนี้เอง ในแม่น้ำก็มีคลื่นซัดเข้ามา พัดเอาพวกเขากลับเข้ามาที่เดิม มีคนหนึ่งที่ว่ายน้ำเก่งมาก ก็ถูกน้ำพัดเข้าฝั่งกลับมาด้วย แล้วก็ยิ้มแหยพูดว่า “ข้ามไปไม่ได้ แม่น้ำนี้กว้างมาก คลื่นลูกเดียวก็สามารถพัดพวกเรากลับไป ถ้ายังพยายามข้ามไปล่ะก็ พวกเราก็จะเป็นเป้านิ่งให้กับศัตรู ต้องตายไปทีละคน”
ตาย
เป้านิ่ง
ทหารกองทัพเพลิงไฟทุกคนก็ค่อยๆ มีสายตาสิ้นหวัง ไม่มีทางรอดแล้ว แม่น้ำสายนี้ก็ข้ามไปไม่ได้ รอบด้านก็ถูกล้อมไว้หมด พวกเขาต้องตายแน่
ตายแน่ๆ !
“แม่งเอ้ย ตายก็ตายวะ แม่กูบอกไว้ จะต้องตั้งใจสู้เพื่อบ้านเมือง จะไปเป็นทหารหนีทัพไม่ได้ ถ้ากูหนีทัพ แล้วกูจะเอาหน้าที่ไหนไปหาแม่กู ในเมื่อจะต้องตายแล้ว งั้นกูก็ขอพาทหารหนานเยว่ไปตายด้วยสักคนสองคนล่ะวะ”
“นั่นสิ ตายแน่ ไม่มีทางรอดแล้ว งั้นกูก็จะเอาพวกมันไปตายด้วยสักคนสองคน”
“กูจะให้ลูกชายกูรู้ไม่ได้ ว่าพ่อของมันเป็นทหารหนีทัพ”
“ก่อนออกมารบ กูเคยสาบานไว้ ว่าจะต้องฆ่าไอ้พวกสันดานหมาหนานเยว่พวกนี้ให้เละเป็นชิ้นๆ วันนี้ กูจะได้เป็นจริงแล้ว”
“ในเมื่อจะต้องตายอยู่แล้ว งั้นกูก็จะไม่ยอมให้มึงมาฆ่ากูง่ายๆ หรอก”
“พี่น้องทุกคน สงครามสุดท้ายแล้ว กูอยากจะแสดงให้เห็นสักหน่อย ว่ากองทัพเพลิงไฟของพวกกู ไม่ใช่กระจอก ไม่ใช่ทหารหนีทัพ กูตายก็จะต้องเอาทหารหนานเยว่ไปตายด้วย”
“พวกกูไม่ใช่ทหารหนีทัพ พวกกูไม่ใช่พวกขี้ขลาด!”
“พวกกูไม่ใช่ทหารหนีทัพ พวกกูไม่ใช่พวกขี้ขลาด!”
“พวกกูไม่ใช่ทหารหนีทัพ พวกกูไม่ใช่พวกขี้ขลาด!”
เวลานี้ เนื่องจากไม่มีทางไปแล้ว ทหารกองทัพเพลิงไฟทุกคนก็มีใจยอมตาย และในสถานการณ์คับขันนี้ ก็เกิดความคิดที่จะลากศัตรูลงไปตายด้วย เหมือนกับหมาป่าที่จนตรอก ที่พร้อมสู้สุดชีวิต