ตอนที่ 3
บทที่ 3
September 18, 2026
นางพูดไม่จบ แต่เวินซูฉีเข้าใจดี ในยุคนี้ ชื่อเสียงของหญิงสาวเปราะบางยิ่งกว่าแก้วบาง ๆ เพียงแค่มีรอยร้าวเล็กน้อย ก็อาจแตกละเอียดจนไม่มีวันประกอบกลับเป็นเดิม ยิ่งเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเสียงฉาวโฉ่อยู่แล้ว เรื่องนี้ย่อมกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดี เวินซูฉีหัวเราะเบา ๆ
“กลัวไปก็ไม่มีประโยชน์”
“คุณหนู…”
“หากพวกเขาจะลงโทษ ข้าร้องไห้แล้วจะรอดหรือ” ชิงเอ๋อชะงัก ก่อนส่ายหน้าอย่างลังเล
“ถ้าข้าคุกเข่าอ้อนวอน จะรอดหรือ”
ชิงเอ๋อกัดริมฝีปาก “คง… คงไม่เจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ไม่ต้องกลัว”
น้ำเสียงของเวินซูฉีราบเรียบ แต่แฝงความเด็ดขาดประหลาด ชิงเอ๋อร์มองคุณหนูของตนอย่างงุนงง คุณหนูเปลี่ยนไปจริง ๆ เมื่อก่อนหากเกิดเรื่องเช่นนี้ คุณหนูคงร้องไห้ โวยวาย หรือไม่ก็สั่งให้บ่าวไปตามนายท่านมาช่วย แต่นางในตอนนี้กลับนิ่งสงบจนน่ากลัว รถม้าค่อย ๆ หยุดลงหน้าประตูใหญ่จวนเวิน เสียงคนรับใช้ด้านนอกดังขึ้น
“ถึงจวนแล้วขอรับ”
ชิงเอ๋อร์หน้าซีดกว่าเดิม เวินซูฉีกลับเพียงยกมือจัดปิ่นบนศีรษะอย่างไม่รีบร้อน
“ลงไปกันเถอะ”
ทันทีที่นางก้าวลงจากรถม้า สายตาหลายคู่ก็พุ่งเข้ามาราวกับลูกธนู สาวใช้ บ่าวชาย ยามหน้าประตู ต่างลอบมองนางด้วยแววตาแปลกประหลาด บางคนดูตกใจ บางคนดูเหยียดหยาม บางคนซุบซิบกันเบา ๆ
“นั่นคุณหนูสามนี่…”
“เมื่อคืนไม่ได้กลับจวนจริง ๆ ด้วย”
“ได้ยินว่ารถม้าราชครูมาส่ง…”
“สวรรค์...นางกล้าจริง ๆ”
ชิงเอ๋อร์กำหมัดแน่นด้วยความโกรธ แต่เวินซูฉีกลับเดินผ่านพวกเขาไปอย่างสงบ ราวกับไม่ได้ยินสักคำ ยิ่งนางสงบ บ่าวไพร่ยิ่งตกใจ ปกติคุณหนูสามเป็นคนอารมณ์ร้าย หากได้ยินใครนินทา ต้องตบหน้าบ่าวผู้นั้นจนเลือดกลบปากแล้ว วันนี้กลับไม่แม้แต่ปรายตามอง
เมื่อเดินถึงลานหน้าเรือนใหญ่ เวินซูฉีก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งยืนรออยู่แล้ว ชายวัยกลางคนในชุดขุนนางสีเข้มยืนหน้าบึ้งอยู่ตรงกลาง เขาคือ “เวินหลี่เฉิง” บิดาของเจ้าของร่าง ด้านข้างคือสตรีวัยสามสิบปลาย ๆ รูปโฉมงดงาม ท่าทางอ่อนหวาน แต่แววตาซ่อนความคมกริบ
ฮูหยินรอง “หลิวซื่อ” และข้างกายนางคือหญิงสาวในชุดสีชมพูอ่อน ใบหน้าสะสวย อ่อนโยนราวดอกบัวขาว คุณหนูใหญ่ “เวินเยว่หลัน” เวินซูฉีเพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่าคนพวกนี้ไม่ง่าย จากนั้นเวินหลี่เฉิงตวาดทันที
“นังลูกไม่รักดี! เจ้ายังมีหน้ากลับมาอีกหรือ!”