ตอนที่ 6
บทที่ 6
September 18, 2026
เรือนหลานเยว่ตั้งอยู่ท้ายจวนเวิน ห่างไกลจากเรือนหลักจนแทบเหมือนถูกตัดขาดออกจากตระกูล
ยามเช้าผ่านไปไม่นาน แสงแดดอ่อนส่องผ่านกิ่งไผ่เก่าแก่หน้าเรือน ลมพัดใบไม้แห้งกรอบให้กลิ้งไปตามพื้นหิน เสียงกรอบแกรบดังเป็นระยะ ยิ่งทำให้สถานที่แห่งนี้ดูเงียบเหงาและรกร้าง
เวินซูฉีนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้เก่าภายในห้อง นางกำลังพลิกดูหีบเครื่องประดับของเจ้าของร่างเดิม
ปิ่นทองบางชิ้นดูเก่าเก็บ กำไลหยกบางวงมีรอยร้าว เครื่องประดับงาม ๆ ที่ควรเป็นของบุตรสาวภรรยาเอกกลับเหลืออยู่เพียงไม่กี่ชิ้น
ชิงเอ๋อร์ยืนอยู่ด้านข้าง สีหน้าเศร้าหมอง
“คุณหนู ของพวกนี้เดิมทีมีมากกว่านี้เจ้าค่ะ แต่ฮูหยินรองบอกว่าท่านทำของหายบ่อย จึงช่วยเก็บไว้ให้”
เวินซูฉีหัวเราะเบา ๆ
“ช่วยเก็บรึ?” นางหยิบกำไลหยกชิ้นหนึ่งขึ้นมา หมุนดูรอยร้าวบนเนื้อหยก “เก็บจนเหลือแต่ของเสียหายสินะ”
ชิงเอ๋อร์เม้มปากแน่น “บ่าวเคยบอกคุณหนูหลายครั้งแล้ว แต่คุณหนูเมื่อก่อนเชื่อฮูหยินรองมาก ไม่ยอมฟังบ่าวเลย”
เวินซูฉีวางกำไลลง “ข้าเมื่อก่อนโง่จริง ๆ”
ชิงเอ๋อร์รีบส่ายหน้า “คุณหนูอย่าพูดเช่นนั้นเจ้าค่ะ ท่านเพียง… เพียงใจดีเกินไป”
เวินซูฉีมองสาวใช้น้อย แล้วอดยิ้มไม่ได้ ใจดีเกินไปรึ? ไม่ใช่หรอก เจ้าของร่างเดิมเพียงโหยหาความรักมากเกินไปเพราะบิดาไม่สนใจ มารดาตายตั้งแต่เด็ก คนรอบตัวหลอกใช้ นางจึงพยายามไขว่คว้าความอบอุ่นจากทุกคน แม้ความอบอุ่นนั้นจะเป็นเพียงเปลวไฟปลอมที่เผานางจนมอดไหม้ก็ตาม เวินซูฉียกมือแตะหน้าอกเบา ๆ ความรู้สึกเจ็บแปลบยังคงหลงเหลืออยู่เหมือนเจ้าของร่างเดิมยังร้องไห้อยู่ในส่วนลึกของหัวใจ
“ไม่เป็นไร” นางพึมพำ “ข้าจะไม่โง่แทนเจ้าอีก”
ชิงเอ๋อร์เอียงคอ “คุณหนูว่าอะไรนะเจ้าคะ”
เวินซูฉีส่ายหน้า “ไม่มีอะไร”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาจากด้านนอก สาวใช้คนหนึ่งวิ่งเข้ามาโดยไม่เคาะประตู
“คุณหนูสาม ฮูหยินรองให้ท่านไปที่เรือนใหญ่เจ้าค่ะ”
ชิงเอ๋อร์ขมวดคิ้วทันที “เข้ามาเหตุใดไม่เคาะประตู!”
สาวใช้คนนั้นแค่นยิ้ม “ข้าเพียงมาส่งข่าวตามคำสั่งฮูหยินรอง”