ตอนที่ 102
บทที่ 102 สงสารเธอ
October 28, 2026
ถึงแม้ว่ารสิกาจะไม่ได้เดินแบบ แต่ว่ายังไงเธอก็เป็นดีไซเนอร์ เป็นดีไซเนอร์ทั้งคนจะมาใส่ชุดธรรมดาเกินไปไม่ได้ ดังนั้นเสื้อผ้าและการแต่งกายของเธอก็เป็นทางการมากเหมือนกัน จึงไม่สะดวกที่จะขับรถไปเอง
ถนิตเองก็คำนึงถึงจุดนี้ ถึงได้ตัดสินใจส่งเธอไปที่งานแฟชั่นโชว์
พอรสิกาได้ยินคำพูดประโยคนี้ของเขา ก็ซาบซึ้งจนกอดตัวเขาไว้แน่น แล้วจูบลงบนปากเขาทีหนึ่ง "คุณนี่เป็นคนดีจริง ๆ ค่ะ"
"ลิปสติก" ถนิตหลุดขำขึ้นมา
"โธ่เอ๊ย!" พอถูกเขาเตือนขึ้นมาแบบนี้ รสิกาถึงเพิ่งจะนึกได้ ว่าเมื่อกี้ตัวเองเพิ่งทาลิปสติกไป พอจูบไปแบบนี้ ก็ทำให้เลอะไปหมดเลย แล้วเธอก็รีบวิ่งไปเติมเครื่องสำอางที่โต๊ะเครื่องแป้งอีก
พอเธอเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไปตามนีรชา นีรชาเองก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว และแต่งหน้าบาง ๆ ให้กับตัวเองไปด้วย แล้วทั้งสามคนก็ออกจากบ้านไปพร้อมกัน
ระหว่างทาง พอนีรชาได้ยินว่าเปรมสุธีร์จะมางานด้วย สีหน้าก็เต็มไปด้วยความรังเกียจ "พี่ ถ้าเขาไปก็เท่ากับเป็นหมาป่าตัวหนึ่งที่ถูกปล่อยเข้ามาในฝูงแกะเลยนะ ถ้าเขาไปพวกนางแบบพวกนั้นต้องถูกเขาล่อลวงไปหมดแน่"
ถนิตมองหน้านีรชาจากกระจกมองหลังทีหนึ่ง แล้วพูดเสียงเรียบขึ้นว่า "ถ้าเขากล้าทำ เธอก็ตีเขาจนไม่สามารถมีทายาทสืบสกุลได้อีกไปเลย"
"ได้ นี่พี่เป็นคนพูดเองนะ พอถึงตอนนั้น ถ้าเขากล้าทำแบบนั้นจริง ๆ ฉันจะต้องตีจนเขาฟันหลุดเต็มพื้นแน่!" นีรชากำหมัดแข็งกระด้างของตัวเองไว้แน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ
รสิกาทำเสียงหึ ๆ ขึ้นมาสองคำ เธอก็ว่าทำไมถนิตถึงได้วางใจให้เปรมสุธีร์ไปงานซะขนาดนี้ ที่แท้ก็ดักรอเขาอยู่แบบนี้นี่เอง
พอส่งรสิกาและนีรชามาถึงหน้างานแฟชั่นโชว์แล้ว ถนิตก็ขับรถจากไปเลย
รสิกาโทรหาติรณาไปสายหนึ่ง พอโทรติดปุ๊บติรณาก็พูดขึ้นว่า "รอฉันอีกสองนาทีนะ จะถึงเดี๋ยวนี้แหละ"
"ได้ พวกเรารอเธออยู่ที่หน้าประตูงานแฟชั่นโชว์นะ" รสิกาพูดขึ้นมา
พอเก็บโทรศัพท์ไปแล้ว เธอก็พูดกับนีรชาขึ้นว่า "รอเพื่อนพี่คนหนึ่ง เดี๋ยวค่อยเข้าไปพร้อมกันนะ จะได้แนะนำพวกเธอให้ได้รู้จักกันด้วย"
"ได้ค่ะ"
สองนาทีให้หลัง ติรณาก็มาถึงหน้างานแฟชั่นโชว์จริง ๆ พอเธอขับรถของตัวเองไปจอดเรียบร้อยแล้ว ก็วิ่งเหยาะ ๆ ตลอดทางมาหา
"ฉันไม่ได้มาสายใช่ไหม?" เธอถามขึ้นมาอย่างหายใจหอบ
"งานยังไม่เริ่มเลย" รสิกายิ้มจาง ๆ ขึ้นมา "เดี๋ยวฉันแนะนำให้พวกเธอรู้จักกันสักหน่อยนะ นี่คือนีรชา ส่วนนี่ก็ติรณานะ"
ติรณากับนีรชาสบตากันทีหนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มและพยักหน้าให้เล็กน้อย "สวัสดีค่ะ"
"พวกเราเข้าไปกันเถอะ" รสิกาพยุงแขนของติรณาไว้ ชายกระโปรงของเธอค่อนข้างยาว ตอนเดินยังต้องคอยจับเอาไว้ด้วย จึงเดินไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่
"พี่รุ้ง นีก็จะพยุงด้วยค่ะ" พอนีรชาเห็นรสิกาปล่อยมือตัวเองออก ก็พยายามเอาข้อพับของตัวเองยัดเข้าไปในมือเธอ
ติรณาเหล่ตามองเธอไปทีหนึ่ง "สาวน้อย อายุยังน้อย ๆ เดินคนเดียวแค่ไม่กี่ก้าวจะเป็นไรไป"
"ไม่ค่ะ" นีรชาเบ้ปากขึ้นเล็กน้อย
"เอาล่ะ เลิกทะเลาะกันได้แล้ว ฉันจะพยุงทั้งสองคนเลยพอใจหรือยัง พวกเธอต่างก็เป็นไทเฮากันทั้งนั้น" สีหน้ารสิกาเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย ในตอนที่พยุงทั้งสองคนไว้แล้วกำลังจะเดินเข้าไปข้างในนั้น อยู่ ๆ ด้านหลังก็มีเสียงล้อหมุนที่ดังมากดังลอยมา จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงเบรกที่แสบแก้วหู
ทั้งสามคนขมวดคิ้วพร้อมกันทันที แล้วหันหน้ามองไปด้านหลัง
รถเก๋งเปิดประทุนสีแดงคันหนึ่งที่ดูเตะตามากมาจอดลงตรงตำแหน่งที่จอดรถด้านข้างติรณาพอดี จากนั้นชายหนุ่มที่แต่งตัวเหมือนกับมารร้ายที่ดูเวอร์วังมากคนหนึ่งก็เดินลงมาจากรถ
ติรณามองทีเดียวก็ดูออกแล้วว่าผู้ชายคนนั้นคือใคร แล้วก็พูดขึ้นด้วยความรังเกียจเป็นอย่างมากว่า "เจ้านกยูงตัวนี้ แม่งรำแพนหางอีกแล้ว"
นีรชามองไปที่เธอ "ด้วยคำพูดประโยคนี้ของเธอ เรามาเป็นเพื่อนกันเถอะ"
ความเป็นมิตรและศัตรูระหว่างทั้งสองคนนั้นเกิดขึ้นมาแบบแปลกประหลาดมาก รสิกาที่แทรกอยู่ตรงกลางรู้สึกว่าไม่รู้จะพูดอะไรดี
"โอ้ นี่พวกเธอมาถึงกันหมดแล้วเหรอ" เปรมสุธีร์ถอดแว่นกันแดดออก แล้วคลี่ยิ้มขึ้นมา "พอดีเลย เข้าไปในงานพร้อมกันเถอะ"
"ใครจะไปเข้างานพร้อมกันคุณกัน ไอ้นกยูง ไสหัวไปไกล ๆ เลยนะ" นีรชามีสีหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจ
เปรมสุธีร์กระตุกมุมปากเล็กน้อย "นีรชา นี่เธอพูดจาดี ๆ หน่อยนะ พี่ชื่อเปรมสุธีร์ มาเรียกนกยูงอะไรกัน"
"ไปกันเถอะ" ติรณาลากตัวทั้งสองคนแล้วเดินเข้าไปข้างใน ไม่อยากจะมองเปรมสุธีร์อีก
ส่วนเปรมสุธีร์พอมองเห็นติรณา ดวงตาก็มีประกายตื่นเต้นกะพริบผ่านไปเสี้ยวหนึ่ง แล้วก็เดินมาที่ข้าง ๆ ติรณา "ไฮ ไม่เจอกันนานเลยนะ"
"ถอยไป" ติรณาจ้องมองเขาทีหนึ่ง "ไอ้นกยูง"