ตอนที่ 113
บทที่ 113 เอาชีวิต
October 28, 2026
หลังจากรู้ว่ารสิกาเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลใดแล้ว นีรชาก็รีบบึ่งมาทันที ทันทีที่เธอเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วยเห็นขาของเธอที่ใส่เฝือก และบนใบหน้ายังมีแผลที่ได้รับบาดเจ็บ ขอบตาของเธอก็พลันแดงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ "มันจะชั่วเกินไปแล้ว ชั่วเกินไปแล้วจริงๆ!"
นีรชากล่าวอย่างเดือดดาล"นันท์นรีนี่มันเลวจริงๆ ฉันจะต้องเอาคืนเธออย่างสาสมให้ได้!"
รสิกากำลังเอนกายดื่มซุปกระดูกอยู่บนเตียงและเกือบจะสำลักเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
"ช่างมันเถอะน่า"เธอหยิบทิชชูเช็ดมุมปาก"เธอก็เป็นแค่เด็กกะโปโลคนหนึ่ง จะไปสู้เธอได้เหรอ?"
แม้แต่ตัวรสิกายังหกคะเมนตีลังกาอยู่ในเงื้อมมือของนันท์นรี ถ้านีรชาจะไป นั้นก็เท่ากับยอมให้เธอชนะเสียเปล่า
"เธอก็ศึกษาวิธีทำยังไงให้อาจารย์ของฉันได้ฮุคชอตให้ดีๆ เถอะ เรื่องอื่นก็ไม่ต้องเป็นกังวล"รสิกากล่าว
"ได้ยังไงกันล่ะ!"นีรชากำสองหมัดแน่น ใบหน้าคันไม้คันมืออยากจะลองดู เธอกล่าว"อาจารย์ก็อยากเอา นันท์นรีเองก็ต้องล้มให้ได้ ระหว่างทั้งสองไม่มีอะไรกระทบกันอยู่แล้ว"
ตอนอายุยังน้อย แต่น้ำเสียงการพูดจาไม่เด็กเลย
รสิกายิ้มแล้วดื่มซุปกระดูกอีกอึก พอเธอกำลังจะพูด ประตูห้องผู้ป่วยจู่ๆ ก็ถูกผลักออก หลังจากนั้นอารณีย์ก็เดินเข้ามา และยังมีคนที่เดินตามมาด้านหลังก็คือกันต์ชัย
เมื่อเห็นพวกเขา รสิกาแทบจะจับชามในมือเอาไว้ไม่อยู่
เธอไม่ได้บอกอารณีย์เกี่ยวกับเรื่องอุบัติเหตุทางรถยนต์ของตนเองเลย แล้วเธอมาที่นี่ได้ยังไง?แม้แต่กันต์ชัยเองก็มาด้วย
รสิกายังไม่ทันที่จะเข้าใจตรงจุดนี้ อารณีย์ก็เข้ามาด้วยดวงตาแดงก่ำ"เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมลูกถึงไม่บอกพวกเราบ้าง?"
"หนู..."รสิกาอ้าปากจะพูดอย่างหมดหนทาง "ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ไม่มีความจำเป็นต้องบอกให้พวกท่านกังวลหรอกค่ะ"
นีรชารู้สึกว่าบรรยากาศดูจะท่าไม่ดี เธอหยิบซุปกระดูกจากมือของรสิกาและวางลงบนโต๊ะข้างเตียง จากนั้นเธอก็ยิ้มอย่างสุภาพให้กันต์ชัย แล้วเดินออกจากห้องผู้ป่วยไป
คนสองคนเมื่อครู่...น่าจะเป็นพ่อแม่ของพี่รุ้งล่ะมั้ง?
"รถชนไม่ใช่เรื่องใหญ่เหรอ?แล้วลูกคิดว่าแบบไหนคือเรื่องใหญ่กัน?"เสียงของอารณีย์เจือไปด้วยความตื่นไหว
กันต์ชัยจับไหล่เธอเอาไว้และขยับให้เธอมายืนข้างหลังตน จากนั้นจึงกล่าวกับรสิกาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล"พวกเรารู้เรื่องรถชนจากในข่าวน่ะ"
พอกันต์ชัยพูดเช่นนี้รสิกาจึงเข้าใจ เพราะว่าเธอเห็นในข่าว ไม่ต้องคิดก็รู้ได้ว่าอารณีย์จะรู้สึกกลัวมากแค่ไหนเมื่อเธอรู้ข่าว
"หนูขอโทษค่ะ"รสิกาถอนลมหายใจยาวและกล่าวว่า"หนูแค่ไม่อยากให้พวกท่านเป็นกังวล แม้ว่าที่เกิดเหตุจะดูเหมือนหนัก แต่จริงๆ แล้วหนูก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก"
"แล้วตกลงเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ยังไง?"อารณีย์สงบอารมณ์ของตนเองและถามว่า"ลูกขับรถอย่างระมัดระวังตลอด และถนนสายนั้นก็มีรถไม่กี่คัน ทำไมถึงเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้"
"มีคนตัดสายเบรกรถหนู"เรื่องนี้รสิกาไม่คิดจะปิดบังพวกเขาอีกต่อไป
"อะไรนะ?"กันต์ชัยและอารณีย์ทั้งสองกล่าวพร้อมกันอย่างตกใจ
"เป็นฝีมือใคร?"อารณีย์ถามอย่างโกรธเคือง"ใครกันชั่วร้ายถึงขนาดต้องการจะเอาชีวิตลูก!"
"นันท์นรี"รสิกากล่าวเสียงเบา
"นันท์นรี?"ดวงตาของอารณีย์เบิกกว้างเล็กน้อยขณะที่เธอมองไปที่กันต์ชัย"ลูกสาวบ้านสิทธิอัศวกุล"
กันต์ชัยขมวดคิ้วและเม้มริมฝีปากเบา ๆ หลังจากนั้นไม่นานเขาจึงกล่าว"เรื่องนี้ต้องการให้ลุงช่วยเหลืออะไรหรือเปล่า?"
เขาเป็นเพียงพ่อเลี้ยงของรสิกาหากเขาเป็นพ่อแท้ๆ ของเธอเขาจะไม่รีรอไปหาตัวคนตระกูลสิทธิอัศวกุล หรือไม่ก็คงตรวจหาหลักฐานให้ตระกูลสิทธิอัศวกุลกล่าวขอโทษให้ได้
แต่กันต์ชัยเป็นเพียงพ่อเลี้ยง ก่อนที่จะทำเรื่องอะไรหลายๆ อย่างจึงจะต้องถามความคิดเห็นของรสิกาก่อน
"จะไม่ช่วยได้ยังไงล่ะ?"อารณีย์ถามด้วยความประหลาดใจ"นันท์นรีจะเอาชีวิตของลูกสาวฉันแล้วนะ!"
"ไม่จำเป็นหรอกค่ะ"รสิกาแม้จะกล่าวอย่างนั้น น้ำเสียงของเธอหนักแน่นและสงบ ฟังแล้วพอจะเข้าใจได้ว่าไม่ได้เป็นเพราะเกรงใจใดๆ แต่เพราะไม่จำเป็นจริงๆ"เรื่องนี้ถนิตจะตรวจสอบเอง ตระกูลปิติภัทรไพศาลและตระกูลสิทธิอัศวกุลไม่มีความแค้นต่อกัน หนูไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของพวกท่านสองคนได้รับผลกระทบเพราะหนู"