ตอนที่ 134
บทที่ 134 ข่มขู่นันท์นรี
October 28, 2026
"มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้" หลังจากรสิกาเสยผมยาวๆของเธอ จึงพูดต่อ "นันท์นรี ฉันแค่หวังว่าเธอจะเข้าใจ เรื่องที่เธอเคยทำกับฉัน ฉันจดจำเอาไว้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพวกนั้นที่เธอใส่ร้ายฉันก่อนหน้านี้ แล้วก็ที่เล่นสกปรกกับรถของฉันในตอนนี้จนเป็นเหตุให้ฉันรถชน ฉันไม่ได้ลืม ทางที่ดีที่สุดเธอจำเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน เพราะสักวันหนึ่งในอนาคตข้างหน้า ฉันจะเอาคืนเธอทั้งหมด"
พูดจบ รสิกาก็หมุนตัวเดินไปทันที
ศุจิก็เดินตามไปด้วยเช่นกัน
นันท์นรีมองแผ่นหลังที่เดินจากไปของพวกเธอ จู่ๆขาก็อ่อนแรง ร่วงลงไปนั่งบนพื้นทันที
เมื่อได้ยินเสียง ศุจิจึงหันกลับไปมอง
"พี่รุ้งคะ เธอล้มลงไป" หลังจากศุจิเห็น จึงบอกรสิกา
"ล้มเหรอ?" รสิกาเองก็อยากหันไปมอง แต่คิดถึงว่าถ้าตนเองหันกลับไปมองจริงๆ การข่มเหงที่ไม่ง่ายเลยกว่าจะสร้างออกมาได้เมื่อกี้ก็คงสูญหายไปในชั่วพริบตาใช่ไหมล่ะ
ดังนั้นเธอจึงฝืนตัวเองเอาไว้ไม่หันกลับไปมอง จนกระทั่งเดินออกมาจากประตูใหญ่ของโรงแรมคอสโม มาถึงรถของตนเอง หลังจากเข้าไปนั่งและขับออกไปแล้ว เธอถึงพ่นลมหายใจออกมายาวๆ
เมื่อคลายกังวลลง รสิกาถึงได้รู้สึกว่าทั้งแผ่นหลังของตนเองมีเหงื่อซึมออกมา เสื้อของเธอแนบอยู่บนแผ่นหลัง ไม่สบายตัวสุดๆ
ศุจิเห็นรสิกาแปลกไป: "พี่รุ้ง เหงื่อพี่ออกเยอะมากเลย"
เธอพูดๆแล้วหยิบทิชชู่มาช่วยเช็ดเหงื่อที่ผุดออกมาบนหน้าผากของรสิกา
"พี่ไม่เป็นไร" รสิกากลืนน้ำลาย
หลังจากเธอขับรถออกมาจากบริเวณของโรงแรมคอสโม จู่ๆก็เหยียบเบรกจอดรถที่ข้างทางอย่างฉับพลัน จากนั้นจึงหยิบน้ำแร่ขึ้นมาบิดเปิด ดื่มไปได้ประมาณครึ่งขวดถึงได้หยุดลง แล้วอ้าปากหอบหายใจ
ศุจิที่นั่งอยู่ข้างคนขับกำลังมองรสิกา ค่อนข้างสงสัย: "พี่รุ้ง พี่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?"
เธอไม่เข้าใจ เมื่อกี้ตอนที่อยู่ข้างในรสิกาก็ดูมั่นใจดีนี่นา ทำไมออกมาถึงเหมือนกลายเป็นอีกคนอย่างนั้นล่ะ
"ไม่ได้เป็นอะไร" รสิกาส่ายหัว แล้วค่อยๆวางขวดน้ำลง มือทั้งคู่ของเธอที่วางอยู่บนพวงมาลัยกำลังสั่นไหว
จริงๆก็ไม่ได้มีกล้องอะไรตั้งแต่แรกแล้ว ยิ่งไม่มีการบันทึกภาพแบบเรียลไทม์ด้วยซ้ำ นี่เป็นสิ่งที่เธอหลอกนันท์นรีทั้งหมด
แต่เห็นได้ชัดว่า นันท์นรีโดนเธอหลอกซะแล้ว
เธอไม่ได้คาดหวังว่าคำโกหกนี้จะหลอกนันท์นรีได้นานขนาดไหน แค่ตอนนี้หลอกนันท์นรีได้ก็เพียงพอแล้ว
ถ้ารู้แต่แรกว่านันท์นรีจะถูกหลอกง่ายขนาดนี้ เมื่อกี้เธอคงจะเล่นใหญ่กว่านี้อีก
คอสโมไม่ได้โจมตีบริษัทของตระกูลสิทธิอัศวกุลอย่างกะทันหันโดยไม่มีเหตุผลไม่ใช่เหรอ ถึงยังไงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครได้เจอประธานของคอสโมด้วย เธอน่าจะบอกว่าตัวเองกับประธานของคอสโม เป็นเพื่อนกัน อย่างนี้ไม่แน่ใจอาจจะทำให้นันท์นรีตื่นตระหนกตกใจก็ได้
คิดๆแล้วรสิกาก็รู้สึกสะใจ
"พี่รุ้ง คนเมื่อกี้เป็นใครเหรอคะ?" ศุจิถาม "พวกพี่เป็นศัตรูกันใช่ไหม?"
"อืม ศัตรู" รสิกาพยักหน้า "เมื่อกี้ที่เราคุยกันเธอก็น่าจะได้ยินแล้วสินะ"
ศุจิพยักหน้า: "ค่ะ ได้ยินแล้ว"
"ก่อนหน้านี้เธอเล่นสกปรกกับรถของพี่จนเป็นเหตุให้พี่เกิดอุบัติเหตุรถชน คราวนั้นถ้าไม่ใช่ว่าพี่ดวงดี คงตายคาที่ไปแล้วจริงๆ" ตอนที่รสิกาพูดถึงตรงนี้ มือทั้งคู่ก็กำหมัดขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
และศุจิที่ฟังถึงตรงนี้ ก็ราวกับเข้าใจอะไรแล้ว เธอคิดอยู่ชั่วครู่ ถึงได้พูดขึ้นอย่างแน่วแน่: "พี่รุ้ง พี่สบายใจได้ ต่อไปมีฉันคอยปกป้องพี่ จะไม่มีใครทำอะไรพี่ได้ทั้งนั้น!"
ศุจิอาจจะอายุยังน้อย ใสซื่อ แต่เธอเป็นคนที่จงรักภักดีอย่างแน่นอน
"พี่รู้ ขอบใจนะ" รสิกายิ้มให้เธอ "นั่งให้ดี เราจะออกเดินทางกันแล้ว"
"ค่ะ!"
รสิกาสตาร์ทรถ ออกไปจากโรงแรมคอสโม
จนถึงตอนนี้ รสิกาเพิ่งจะเข้าใจถึงบทบาทของศุจิอย่างแท้จริง
เริ่มแรกเธอคิดว่าตนเองคงไม่ประสบกับอันตรายอะไรหรอก แต่วันนี้การได้ต่อปากต่อคำกับนันท์นรีซึ่งๆหน้าถึงทำให้เธอเข้าใจ ถ้าไม่มีพละกำลังของศุจิที่ขู่นันท์นรีให้กลัวไว้ก่อน ประโยคท้ายที่เธอพูดนั้น ด้วยไอคิวของนันท์นรี คงยากมากที่จะทำให้นันท์นรีเชื่อ
แต่เรื่องวันนี้ก็ทำให้รสิกาได้รู้ เรื่องอย่างนี้ จะไม่มีทางเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวแน่ๆ