ตอนที่ 139
บทที่ 139 กำลังเสริมมาแล้ว
October 28, 2026
นีรชาเติบโตมาขนาดนี้ยังไม่เคยกลัวเรื่องอะไร กลับแค่บรู๊คคนเดียว เธอไม่เชื่อหรอกว่าตัวเองจะเอาไม่อยู่
ถึงเขาจะมีคนที่ชอบแล้วยังไง? ในเมื่อไม่ได้เป็นแฟนกันสักหน่อย
แล้วอีกอย่าง คนที่บรู๊คชอบก็ยังเป็นพี่สะใภ้ของเธอด้วย ยิ่งไม่มีทางเป็นแฟนกันได้แน่
พอนีรชาตัดสินใจได้แล้ว ในใจก็รู้สึกว่าไม่ได้หนักหน่วงอย่างตอนแรกแล้ว เธอฮัมเพลงไปแล้วก็ค่อย ๆ เก็บของไป และพูดคุยกับรสิกาไปด้วย
ในตอนที่เก็บของได้พอประมาณแล้วนั้น ถนิตก็มาเรียกทั้งสองคนไปกินข้าว
ตอนกินข้าวยังดื่มเหล้ากันเล็กน้อย ถือว่าเป็นการเลี้ยงส่งนีรชาก่อนที่จะไป
"ไม่กลับไปดูสักหน่อยเหรอ?" พอดื่มเหล้ากันไปหน่อยแล้ว ถนิตก็ถามขึ้นมา
ที่เขาถามคือจะกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลวัชรเดชานนท์หรือเปล่า
นีรชาตอบได้เด็ดขาดมาก "ไม่กลับค่ะ ทางด้านพ่อแม่วันนี้หนูไปเยี่ยมมาแล้ว ไม่จำเป็นต้องกลับไปคฤหาสน์อีกแล้วค่ะ"
แล้วอีกอย่าง นีรชาก็ไม่มีความทรงจำอะไรต่อตระกูลวัชรเดชานนท์ ไม่เคยไปอยู่ที่คฤหาสน์มาก่อน
เธอกลับไปยังต้องเจอกับจิระศักดิ์และถวัลย์อีก คนสองคนนี้แค่เห็นแล้วก็ทำให้ปวดตาแล้ว แล้วเธอจะกลับไปทำไมอีก
"วันมะรืนนี้ออกเดินทางกี่โมง?"
"เครื่องบินออกสิบโมงเช้าค่ะ" นีรชาพูดขึ้นมา
"เดี๋ยวพี่ส่งเธอไปสนามบินเอง" ถนิตพูดขึ้นมา
"ฉันก็จะไปด้วย" รสิการีบพูดขึ้น "ฉันจะไปส่งเธอด้วย"
"ได้ค่ะ" นีรชายิ้มขึ้นมา "พี่ไม่ไป ฉันก็จะลากพี่ไปให้ได้"
รสิกายิ้มจาง ๆ ขึ้นมาทีหนึ่ง
ข้าวมือนี้ถือได้ว่ากินกันอย่างมีความสุขมากเลย หลังกินอาหารเสร็จ รสิกากับนีรชาก็นั่งดูทีวีอยู่บนโซฟา ถนิตกลับเป็นคนไปล้างจาน
รสิกานั่งอยู่ในห้องรับแขก แล้วก็คอยมองไปทางห้องครัวเรื่อย ๆ ในใจรู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างมาก
"รู้สึกว่าพี่ชายฉันเป็นผู้ชายที่ดีมากเลยใช่ไหมคะ?" นีรชาสังเกตเห็นสายตาของเธอ แล้วยิ้มและหยอกล้อขึ้นมา
รสิกากลับไม่ได้รู้สึกเขินอาย แล้วพูดขึ้นว่า "เป็นผู้ชายที่ดีมากคนหนึ่งจริง ๆ"
เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ถนิตจะเข้าครัวทำอาหาร พอกินข้าวเสร็จแล้วก็ไปล้างจานอย่างกับผู้ชายทั่วไปด้วย นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อน คงจะเป็นเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้แน่
"พี่รุ้ง พี่จะต้องดีกับพี่ชายมาก ๆ นะคะ" อยู่ ๆ นีรชาก็พร่ำบ่นขึ้นมา "พี่ชิต......ที่จริงแล้วเป็นคนขี้เหงามากนะคะ"
รสิกานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เข้าใจความหมายของนีรชาขึ้นมา
หลายปีมานี้ ถนิตอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด วัน ๆ นอกจากงานแล้วก็คืองาน เงียบเหงามาก
"ฉันรู้แล้ว" รสิกาพูดขึ้นเสียงเบา
เธอเองก็เป็นเหมือนถนิต ล้วนเป็นคนขี้เหงาทั้งสองคน
นีรชาเหมือนกับว่ายังอยากจะพูดอะไรอีก แต่ว่าถูกความง่วงงุนข่มเอาไว้ซะก่อน เธอล้มลงไปบนโซฟาแล้วก็นอนหลับไปเลย
......
พอน้ำกับมนชิตรู้ว่าตัวเองต้องไปช่วยเหลือทางสตูดิโอของรสิกา ก็ไม่พูดอะไรเลย แล้วก็เก็บข้าวของแล้วก็มาเลย ที่จริงพวกเขาเองก็ไม่มีข้าวของอะไรมาก เพียงแต่แค่เอาของที่ตัวเองจะได้ใช้ในชีวิตประจำวันเอามาด้วยเท่านั้น
ในตอนที่พวกเขามาถึงสตูดิโอนั้น พวกรสิกาได้จัดเก็บโต๊ะที่พวกเขาใช้เสร็จเรียบร้อยแล้ว มีที่ทางว่างอยู่เยอะแยะ
พอน้ำเดินเข้ามาก็เดินไปกอดรสิกาอย่างดีอกดีใจ "รุ้ง!"
"ขอบคุณที่พวกเธอมากนะที่สามารถมากันได้" รสิกายิ้มแล้วพูดขึ้น
"ไม่มีอะไรต้องขอบคุณหรอก เพื่อนกันทั้งนั้น" น้ำพูดขึ้น
มนชิตก็เดินมาข้างหน้าด้วย ในตอนกำลังจะพูดอะไรกับรสิกานั้น ก็สังเกตเห็นบาดแผลที่มือขวาของเธอ "นี่มันเกิดอะไรขึ้น?"
"ไม่มีอะไร แค่โดนบาดเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร" รสิกาพูดอธิบายขึ้นมา
มือถูกพันจนเป็นมีสภาพขนาดนี้แล้ว ยังจะบอกว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอีก
ถ้าไม่มีเรื่องใหญ่อะไรจริง ๆ แล้วจะเรียกพวกเขามาช่วยทำไมกัน
ถึงแม้ว่ามนชิตจะไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ได้หักหน้ารสิกา
"ในเวลาหนึ่งเดือนต่อจากนี้ ทุกคนจะต้องอยู่ร่วมกันดีๆ น้ำกับมนชิตเป็นรุ่นพี่พวกเธอทั้งนั้น ถ้ามีเรื่องอะไรที่ไม่เข้าใจก็ถามพวกเขาได้" รสิกาพูดกับพวกกรานต์ทั้งสามคนไป