ตอนที่ 147
บทที่ 147 ตกลงเขาเป็นใคร
October 28, 2026
พอเธอได้ยินว่าอีฟปฏิเสธตัวเองแล้วก็กลับไปหารสิกาทันทีนั้น ทั้งตัวเธอก็ระเบิดขึ้นมาเลย แล้วก็วิ่งมาที่สตูดิโอที่เคยทำงานในอดีตนี้ทันที
เธออยากจะมาสอบถามรสิกาว่ามีสิทธิ์อะไรมาแย่งลูกค้าของเธอไป แต่ว่าการกระทำของเธอในตอนนี้ ก็เหมือนกับของรสิกาในอดีตเลยไม่ใช่เหรอ?
เพียงแต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันก็คือ ตอนนั้นตอนที่รสิกามาถามเธอนั้น พลังอำนาจของรสิกากลับเหนือกว่าเธอชั้นหนึ่ง
แล้วตอนนี้ ตอนที่เธอมาสอบถามรสิกานั้น พลังอำนาจของรสิกาก็ยังเหนือกว่าเธอชั้นหนึ่งอยู่ดี
หรือจะบอกว่า ชาตินี้เธอไม่มีวันชนะรสิกาได้แล้วเหรอ?
“กลับไปเถอะ” ในตอนที่จรณินทร์กำลังสับสนอยู่นั้น รสิกาก็พูดกับเธอมาประโยคหนึ่งแบบนี้ “อยากเอาชนะฉัน คนอย่างเธอมันยังเร็วเกินไปเยอะ”
น้ำเสียงที่ยังเบาสบาย แต่กลับแฝงไว้ด้วยความเยาะเย้ย
ทั้ง ๆ ที่รสิกาตกอับมาจนถึงขั้นนี้แล้ว แต่ทำไมยังสามารถใช้น้ำเสียงแบบนี้มาพูดคุยกับเธอได้อีก?
“สักวันหนึ่ง ฉันจะเอาชนะเธอให้ได้!” ขอบตาของจรณินทร์เริ่มแดงระเรื่อขึ้นมา เธอแทบจะกัดฟันไว้แล้วก็พูดคำพูดนี้ออกมาทีละคำทีละคำอย่างเชื่องช้า
แต่ว่ารสิกานั้น กลับฟังความแตกต่างอะไรในน้ำเสียงเธอไม่ออกเลยสักนิด และพูดเรียบ ๆ ขึ้นว่า “ฝันไปเถอะ”
ใช่ ฝันไปเถอะ
รสิกาไม่เคยไว้หน้าศัตรูของตัวเองเลย เพราะว่าถึงวันนี้เธอจะไว้หน้าหล่อนแล้ว แต่ในอนาคตก็ไม่แน่ว่าหล่อนจะไว้หน้าเธอ ไม่แน่อาจจะยิ่งลงมือโหดเหี้ยมกว่าเดิมก็ได้
เรื่องทั้งหมดที่จรณินทร์ทำ เป็นเรื่องที่รสิกาไม่มีวันยกโทษให้ได้ตลอดชีวิต ดังนั้นเธอจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงหน้าตาของจรณินทร์เลยสักนิด
“พี่รุ้ง มีอะไรเหรอคะ? พี่คุยกับใครอยู่เหรอ?”
ในตอนที่จันทร์ได้ยินเสียงด้านนอกแล้วเดินออกมานั้น จรณินทร์ก็ได้จากไปแล้ว ตรงระเบียงทางเดินมีแค่พวกรสิกากับศุจิ และกรานต์ที่เพิ่งเดินออกมาจากลิฟต์สามคนเท่านั้น
บรรยากาศในระเบียงทางเดินดูแปลก ๆ
“ไม่มีอะไร” รสิกาสะบัดมืออย่างเหน็ดเหนื่อยเล็กน้อย “ไปทำงานเถอะ”
จันทร์กับศุจิหมุนตัวเดินเข้าไปในสตูดิโอ แต่กรานต์กลับไม่ขยับเขยื้อนเลย
รสิกายืนอยู่กับที่ไปครู่หนึ่ง แล้วก็พบว่ากรานต์ยังคงยืนอยู่ด้านหลังตัวเอง
“ยังมีปัญหาอีกเหรอ?” เธอถามขึ้นมา
“เมื่อกี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอครับ” กรานต์ถามขึ้น
ปฏิกิริยาบนใบหน้ารสิกาดูออกเลยว่าเหมือนมีเรื่องอะไรอยู่ แต่ว่าก่อนที่จะขึ้นมานั้นเธอยังไม่เป็นแบบนี้เลย
“เมื่อกี้จรณินทร์มา” รสิกาพูดขึ้น “หล่อนมาสอบถามฉันว่าทำไมต้องแย่งลูกค้าของหล่อนด้วย”
พูดจนถึงตอนท้าย น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นเย็นชาไปเล็กน้อย “ช่างน่าขำจริง ๆ”
อีฟคนนี้เป็นลูกค้าที่จรณินทร์แย่งไปจากมือรสิกาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถึงแม้ว่านี่อาจจะเป็นแผนการชั่วร้ายของใครบางคนก็ตาม
“หล่อน?” กรานต์ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย อย่างกับคิดไม่ถึงว่าจรณินทร์จะมาถึงที่นี่ได้
“อย่าไปสนใจหล่อนเลย” รสิกานวดขมับที่รู้สึกเจ็บของตัวเองไป “เข้าไปกันเถอะ”
ตอนนี้เธอไม่อยากจะเอ่ยถึงเรื่องที่เกี่ยวกับจรณินทร์เลยสักนิด แล้วกรานต์ก็ไม่ได้ถามอะไรต่ออีก ทั้งสองคนเดินเข้าไปในสตูดิโอตาม ๆ กัน
พอเข้าไปแล้ว อาจจะเป็นเพราะว่าน้ำเห็นสีหน้าของรสิกาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ซึ่งก็ไม่ได้ถามเธอว่าเมื่อกี้ด้านนอกเกิดเรื่องอะไรขึ้น
รสิกานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์มาทั้งวันแล้ว จนกระทั่งนีรชาโทรเข้ามา เธอถึงตั้งสติกลับมาได้
“นีรชา?”
“พี่รุ้ง ฉันมาถึงมหาลัยและเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้วนะคะ” นีรชาพูดขึ้นอย่างดีอกดีใจจากปลายสายอีกด้านหนึ่ง “ไม่ได้กลับมาตั้งนานแล้ว รู้สึกจะจำไม่ได้อยู่แล้ว”
“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวอีกสักสองวันก็ชินเอง” รสิกายิ้มแล้วก็พูดขึ้นมา
“ฉันกลับมาเร็วไปหน่อย ในมหาลัยยังไม่ค่อยมีคนกลับมากันเลย” นีรชาพูดขึ้น “พี่รุ้ง เรื่องในข่าวพี่ได้อ่านหรือยังคะ?”
“เรื่องในข่าวเหรอ?” รสิกาอึ้งไปครู่หนึ่ง “เกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้นมาอีกแล้วเหรอ?”
“ไม่ใช่แล้วมั้งพี่รุ้ง นี่พี่ไม่ได้สนใจเลยเหรอคะ?” น้ำเสียงของนีรชาฟังดูแปลกใจ “งั้นพี่ก็รีบไปดูเร็ว ๆ เลยค่ะ”