ตอนที่ 158
บทที่ 158 ลองได้ตามสบายเลย
October 28, 2026
“ถึงพวกเขารู้ ก็สนับสนุนผมอยู่ดี”ถนิตพูดนิ่งๆ“ปู่เองก็รู้ดีไม่ใช่เหรอ?”
พ่อแม่ของถนิตรักเอ็นดูลูกขนาดไหน ทั้งตระกูลวัชรเดชานนท์ใครๆต่างก็รู้
ตั้งแต่เด็กจนโต ขอแค่เป็นสิ่งที่ถนิตกับนีรชาต้องการ หรือสิ่งที่อยากทำ ถึงขนาดที่เรื่องของพวกเขาเองล้วนแต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพวกเขาทั้งหมด พ่อแม่ตระกูลวัชรเดชานนท์แค่ให้ความคิดเห็นที่เหมาะสมเท่านั้น ไม่เคยจำกัดการพัฒนาและเติบโตของลูกๆเลย
แล้วก็เพราะว่าวิธีการเลี้ยงดูลูกแบบนี้ของทั้งสองคนนี่เอง ที่ทำให้จนถึงตอนนี้ถนิตกับนีรชาดื้อรั้นไม่ยอมเชื่อฟัง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านเฉลิมสิทธิ์ต้องการให้ทำ ก็ไม่เป็นดั่งความปรารถนาของพวกเขา พวกเขาจะต้องใช้พลังเรี่ยวแรงทั้งหมดที่ตัวเองมีมาคัดค้านต่อต้านอย่างแน่นอน
ความปรารถนาที่ต้องการจะควบคุมของท่านเฉลิมสิทธิ์ในช่วงหลายปีมานี้ทำให้เขาต้องโกรธหลานชายและหลานสาวของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า แต่กลับไม่สามารถทำให้พวกเขาเชื่อฟังคำพูดของตัวเองได้เลย
“ฉันมีวิธีที่จะทำให้พวกแกสองคนแยกออกจากกัน”จู่ๆเสียงของท่านเฉลิมสิทธิ์ก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม“ถนิต แกอย่ามาบีบบังคับฉันดีกว่านะ”
ครั้งนี้ ท่านเฉลิมสิทธิ์โกรธแล้วจริงๆ
โกรธถึงขั้นที่ว่าทำให้เขาต้องการที่จะแยกพวกเขาสองคนออกจากกันโดยไม่สนว่าจะเป็นวิธีแบบไหนก็ตาม
“ลองได้ตามสบายครับ”ถนิตหลุดขำออกมา สีหน้าดูถูก
ในช่วงเวลานี้ พวกเขาไม่เหมือนเป็นปู่กับหลานกัน แต่เหมือนกับศัตรูกันทางธุรกิจมากกว่า ไม่มีใครยอมใคร
“คอยดูแล้วกัน!”ท่านเฉลิมสิทธิ์วางสายไปด้วยความโมโห ก่อนจะปาโทรศัพท์ทิ้งไป
เขาต้องยอมรับ ในขณะที่ตัวเองกำลังโกรธนั้น ในใจก็รู้สึกโล่งสบายอยู่เหมือนกัน
สมแล้วที่เป็นหลายชายของตระกูลวัชรเดชานนท์ของเขา แม้ว่าจะถูกบีบบังคับจนถึงขั้นนี้ แต่กลับยังยืนหยัดมั่นคงในเป้าหมายของตัวเองอยู่
ถ้าเกิดถนิตเอาความมุ่งมั่นตั้งใจนี้มาอยู่ที่ตระกูลวัชรเดชานนท์จะดีแค่ไหนกันเชียว?
ท่านเฉลิมสิทธิ์แอบกำสองมือแน่น
“พ่อ ว่ายังไง ถนิตยังไม่ยอมเห็นด้วยอีกเหรอ?”จิระศักดิ์พอเห็นสีหน้าของท่านเฉลิมสิทธิ์มืดมน ก็พูดถามขึ้นเบาๆ
ท่านเฉลิมสิทธิ์กัดฟันไม่ได้พูดอะไร
ถวัลย์ที่อยู่ข้างๆกลับพูดขึ้นมา“เรื่องนี้ถนิตทำเกินไปหน่อยนะ ไม่คิดถึงตระกูลวัชรเดชานนท์ของพวกเราเลยสักนิด”
พวกเขาสองคนพ่อลูกผลัดกันพูดคนละประโยคสองประโยคไม่นานก็ทำให้ความโกรธภายในใจของท่านเฉลิมสิทธิ์ลุกโชนขึ้นมา เขาตบโต๊ะอย่างแรง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยความโมโห“พอได้แล้ว!”
ถวัลย์เงียบปากไม่พูดทันที
แต่จิระศักดิ์กลับพูดขึ้นอย่างใจกล้า“พ่อ อย่าโกรธเลย โกรธแล้วสุขภาพร่างกายแย่ขึ้นมามันจะไม่ดีเอานะ”
“ส่งคนไปหารสิกาผู้หญิงคนนั้นเดี๋ยวนี้!”ท่านเฉลิมสิทธิ์พูดขึ้นอย่างโหดร้ายรุนแรง“จะต้องหาเธอให้เจอให้ได้!”
ตอนนี้รสิกาจะต้องอยู่ด้วยกันกับถนิตอย่างแน่นอน ต่อให้หาเจอแล้ว ก็เกรงว่ายากที่เจอพาตัวเธอออกมา
จิระศักดิ์พูดถามขึ้นมาต่อ“พ่อ พ่อก็รู้ว่าตอนนี้ถนิตปกป้องรสิกานั่นอยู่ การจะหาตัวเธอไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆ……”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปหาตระกูลปิติภัทรไพศาลซะ!”ท่านเฉลิมสิทธิ์พูดขึ้น“รสิกาเป็นลูกเลี้ยงของกันต์ชัยไม่ใช่หรือไง ฉันล่ะอยากจะดูซิว่า เธอจะใส่ใจตระกูลปิติภัทรไพศาลหรือเปล่า!”
ถ้าเกิดว่าหารสิกาไม่เจอ ก็ลงมือกับตระกูลปิติภัทรไพศาล แม้ว่าตระกูลปิติภัทรไพศาลจะถือได้ว่าเป็นตระกูลชั้นสูงของเมืองซีเหมือนกัน แต่อยู่ต่อหน้าของตระกูลวัชรเดชานนท์ ก็ยังคงไม่มีค่าพอที่จะให้เหลียวแลอยู่ดี
ดังนั้นท่านเฉลิมสิทธิ์จึงไม่กลัวว่ารสิกาจะไม่ยอมโผล่ออกมาแต่โดยดี
“เข้าใจแล้วครับ”มุมปากของจิระศักดิ์ยกยิ้มขึ้นมา“พ่อ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปติดต่อคนก่อนแล้วกันครับ”
ท่านเฉลิมสิทธิ์ไม่ได้พูดอะไร เห็นได้ชัดว่าโมโหอยู่ไม่น้อย แม้แต่พูดยังไม่อยากจะพูด
จิระศักดิ์กับถวัลย์ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินออกไปข้างนอกพร้อมกัน
หลังจากที่ออกจากห้องโถงมาแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าของจิระศักดิ์ก็หายไป แทนที่ด้วยความเยือกเย็น“ไปแจ้งให้คนทราบ ว่าให้ลงมือบดขยี้ตระกูลปิติภัทรไพศาลอย่างสุดแรง”
“ไม่หารสิกานั่นแล้วเหรอครับ?”ถวัลย์พูดถามขึ้น
“ไม่หาแล้ว หาเจอแล้วจะยังไงต่อ?”จิระศักดิ์สบถอย่างเย้ยหยัน“แต่ว่าควรจะขอบคุณรสิกานะ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ แผนการของพวกเราจะราบรื่นขนาดนี้ได้ยังไงล่ะ”
ถวัลย์ยิ้มออกมา“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะไปเตรียมการเดี๋ยวนี้แหละครับ”
“ไปเถอะ”จิระศักดิ์พยักหน้าอย่างพออกพอใจ
……