ตอนที่ 159
บทที่ 159 เหมือนกับคนพิการ
October 28, 2026
ถนิตไม่ได้พูดอะไรอีก ลุกขึ้นยืนเดินตรงไปหารสิกาตรงๆ
ส่วนแจ็คก็ถือเอกสารออกไปจากห้องของโรงแรม
หลังจากที่ประตูปิดแล้ว รสิกาถึงได้ถามถนิตที่เดินเข้ามา“คำแถลงการณ์เหรอ?”
ถนิตตอบอื้อกลับมาหนึ่งที ก่อนจะพูดถามขึ้น“ไปสตูดิโอไหม?”
“ไปสิ”รสิกาพูดตอบ
เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เมื่อวานก็ไม่ได้อธิบายให้กับคนที่สตูดิโอ วันนี้ต้องกลับไปพูดคุยเรื่องนี้ให้ดีๆสักหน่อย
“เดี๋ยวไปส่งคุณเอง”ถนิตพูดขึ้น
“ได้สิ”ครั้งนี้รสิกาไม่ได้ปฏิเสธ
“ถ้า……ปู่โทรศัพท์มาอีกล่ะก็ วางสายไปตรงๆได้เลย”ถนิตครุ่นคิด ก่อนจะพูดสั่งกำชับขึ้นมา
รสิกาลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะถามขึ้น“ให้วางไปเลยจริงๆเหรอ?”
สำหรับรสิกาแล้ว ท่านเฉลิมสิทธิ์เป็นปู่ของถนิต ต่อให้เธอรู้ว่าตัวเองรับสายไปก็ไม่มีผลดีอะไร แต่เธอก็ไม่อยากเป็นฝ่ายวางสายของท่านเฉลิมสิทธิ์อยู่ดี
ถนิตดูเหมือนว่าจะมองความลังเลภายในใจของรสิกาออก ก็เลยเปลี่ยนวิธีการพูด“ไม่วาง ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องรับสาย ให้เขาวางสายไปเอง”
รสิกายิ้มออกมาอย่างหมดหนทาง“จริงๆแล้วปู่ของคุณก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นนะ”
ถึงแม้คิดถึงท่านเฉลิมสิทธิ์แล้วในใจของรสิกาจะสั่นสะดุ้งโดยไม่ทันตั้งตัวก็ตาม แต่จริงๆแล้วพอเปลี่ยนมุมมองความคิดดูแล้ว ที่ท่านเฉลิมสิทธิ์ทำขนาดนั้น ก็เป็นสิ่งที่พอจะเข้าใจได้อยู่
ต่างก็ทำเพื่อถนิตทั้งนั้น
“เชื่อฟังสิ”ถนิตตบลงที่หัวของเธอเบาๆอย่างยิ้มแย้ม“อย่าให้ผมต้องเป็นห่วง”
น้ำเสียงของเขาเอาอกเอาใจมากเกินไป ทำให้รสิกาพูดคำพูดคัดค้านใดๆไม่ออก ทำได้แค่ก้มหน้าลงกินอาหารเช้าต่อไป
หลังจากที่กินเสร็จแล้ว ถนิตก็ไปส่งรสิกาที่สตูดิโอ เวลาออกเดินทางของพวกเขาค่อนข้างเช้า ตอนที่มาถึงข้างล่างตึกก็ไม่เห็นพวกนักข่าว
รสิกานั่งอยู่ภายในรถ มองใต้ตึกที่ว่างเปล่าด้วยความตกใจ“แปลกจัง วันนี้ไม่มีพวกนักข่าว”
เธอยังนึกว่าตัวเองจะได้เห็นภาพที่เหมือนกันกับเมื่อวานเสียอีก เมื่อตะกี้เธอยังคิดอยู่เลยว่าจะต่อไปจะขึ้นไปบนตึกยังไงดี
“ทำไม อยากจะให้มีพวกนักข่าวหรือไง?”ถนิตพูดยิ้มๆ
“เปล่าสักหน่อย แค่รู้สึกว่ามันแปลกก็เท่านั้น”รสิกาตอบ
“วางใจเถอะ ต่อไปจะไม่มีนักข่าวมาขวางคุณอีกแล้ว”ถนิตพูดขึ้น
“จริงเหรอ?”รสิการู้สึกประหลาดใจ“คุณรู้ได้ยังไง?”
นักข่าวปาปารัสซี่พวกนั้นชอบใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ที่สุด รสิกาไม่เชื่อว่าพวกเขาจะยอมแพ้ไปง่ายๆขนาดนั้นแน่นอน
“เอาล่ะ รีบขึ้นไปเร็วเข้า”ถนิตพูดขึ้น“พอเลิกงานแล้วผมจะมารับคุณเอง ถ้าผมไม่มาก็อย่าเดินเถลไถลคนเดียวล่ะ”
“รู้แล้ว”รสิกาตอบรับหนึ่งคำ จากนั้นก็ปลดเข็มขัดนิรภัย เปิดประตูลงจากรถไป
หลังจากที่บอกลากับถนิตแล้วเธอก็หันตัวเดินขึ้นไปบนตึกสตูดิโอ ส่วนถนิตหลังจากที่มองส่งเธอเข้าไปในตึกแล้วจึงได้ขับรถจากไป
รสิกานึกว่าตัวเองมาเช้าที่สุด คิดไม่ถึงว่าพอมาถึงประตูทางเข้าสตูดิโอกลับเห็นประตูถูกเปิดเรียบร้อยแล้ว
เธอตกใจเล็กน้อย จากนั้นก็เดินเข้าไป ไม่คิดว่าศุจิจะมาถึงเรียบร้อยแล้ว ในเวลานี้กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะ ในมือกำลังถือพู่กันวาดภาพอยู่บนกระดาษ
“ศุจิ?”รสิกาเรียกขึ้นมา
ศุจิพอได้ยินเสียง ก็เงยหน้าขึ้น หลังจากที่เห็นรสิกาแล้ว ก็ยกริมฝีปากยิ้มเล็กน้อย“พี่รุ้ง คุณมาแล้วเหรอ”