ตอนที่ 167
บทที่ 167 พี่ตื่นสักทีเถอะ
October 28, 2026
“ไม่มีค่ะ”รสิกาส่ายหัว
“ไม่มีจริงๆเหรอ?”ประโยคนี้อารณีย์เป็นคนพูดถามขึ้น
“ไม่มีค่ะ”รสิกาพูดขึ้น“ถ้าไม่มีธุระอื่นแล้ว ฉันจะไปแล้วนะคะ”
เธอไม่เคยอยู่ที่ตระกูลปิติภัทรไพศาลเป็นเวลานาน ต่อให้จะมาคุยเรื่องนี้เป็นพิเศษก็ตาม
“กินข้าวกันก่อนแล้วค่อยไปสิ”อารณีย์พูดขึ้น
“ไม่ต้องหรอกค่ะ”รสิกาปฏิเสธ“หนูยังต้องกลับไปที่สตูดิโอ”
อารณีย์ก็รู้ว่ารั้งเธอไว้ไม่อยู่ จึงไม่พูดรั้งอะไรอีก ทำได้แค่ไปส่งเธอที่ตรงประตู
ธนพจน์ก็เดินตามออกมาเช่นกัน แม้ว่าเขาจะไม่ได้พูด แต่อารณีย์ก็รู้ว่าเขามีเรื่องที่จะพูดกับรสิกา
อารณีย์เว้นระยะห่างไว้ให้กับพวกเขาทั้งสองคน ตัวเองหันตัวเดินเข้าไปข้างในบ้าน
“ยังมีเรื่องอีกเหรอ?”รสิกายืนอยู่ข้างๆรถ จับประตูรถไว้ พร้อมกับพูดถามขึ้นอย่างนิ่งๆ
“คุณทำการแลกเปลี่ยนกับท่านเฉลิมสิทธิ์แล้วสินะ”ธนพจน์ถามออกมาตรงๆ“รุ้ง คุณปิดบังพวกเขาได้ แต่ปิดบังผมไม่ได้หรอกนะ”
ธนพจน์เข้าใจรสิกาเป็นอย่างดี แม้ว่าจะแยกกันมาสามปีแล้ว แต่เขารู้ แม้ว่ารสิกาดูผิวเผินแล้วจะเปลี่ยนไปเยอะมาก แต่ความจริงภายในนั้นไม่ได้เปลี่ยนไปเลย เธอยังคงเป็นรสิกาคนเดิมคนนั้น
“ไม่ว่าจะมีการแลกเปลี่ยนหรือไม่มี ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณ”สีหน้าของรสิกาเย็นชาตั้งแต่ต้นจนจบ
“คุณรับปากสัญญาอะไรกับเขากันแน่?”ธนพจน์ก้าวเดินเข้ามาข้างหน้าหนึ่งก้าว เข้ามาใกล้รสิกา“รุ้ง ถ้าคุณไปสัญญากับท่านเฉลิมสิทธิ์เพื่อตระกูลปิติภัทรไพศาลล่ะก็ คุณก็ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลยนะ”
“ไม่ใช่นะ”รสิกามองเขา พร้อมกับพูดขึ้น“ไม่ใช่แค่เพื่อตระกูลปิติภัทรไพศาลอย่างเดียว ความสัมพันธ์ที่ฉันมีต่อตระกูลปิติภัทรไพศาลนั้นลึกตื้นขนาดไหน คุณน่าจะรู้ดีกว่าฉันนะ”
พอได้ฟังเธอพูดขนาดนี้ ธนพจน์ก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดยังไง สุดท้ายก็ทำได้แค่พูดขึ้น“ถ้าเกิดว่ามีความทุกข์ยากลำบากอะไรล่ะก็ บอกกับผมได้เสมอเลยนะ”
รสิกาไม่รู้ว่าคิดอะไรขึ้นมาได้ จู่ๆก็นิ่งเงียบลง จากนั้นก็พูดถามเขาขึ้นมา“ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ช่วยได้หมดเลยเหรอ?”
ธนพจน์อึ้งตะลึงไป เขาคิดไม่ถึงว่ารสิกาจะถามตัวเองขนาดนี้ ดังนั้นหลังจากที่อึ้งตะลึงไปอยู่นานสองนานจึงได้พูดขึ้น“แน่นอนอยู่แล้ว!”
เดิมทีเขานึกว่าตลอดทั้งชีวิตนี้ของตัวเองจะไม่ได้ยินประโยคนี้แล้วเสียอีก
“ตอนที่ฉันต้องการความช่วยเหลือฉันจะโทรศัพท์ไปหาคุณเอง”รสิกาพูดขึ้น“แน่นอนว่า ถ้าถึงตอนนั้นคุณไม่ว่างก็ไม่เป็นไร”
“ไม่ ผมว่าง!”ธนพจน์รีบพูดขึ้นมาทันที
“คุณยังไม่รู้เลยว่าฉันจะให้คุณช่วยตอนไหน ให้คุณช่วยเรื่องอะไร คุณก็ว่างซะแล้ว?”รสิกายกมุมปากขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้เยาะเย้ย แต่ก็ไม่ได้ถือว่ามีเจตนาที่ดีเหมือนกัน
ธนพจน์ยิ้มสักพัก“ขอแค่เป็นเรื่องของคุณ ผมก็ว่างหมดแหละ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเมื่อไร ขอแค่คุณโทรศัพท์หาผม ผมจะต้องมีเวลาว่างอย่างแน่นอน”
“ขอบคุณ”รสิกายกมุมปากยิ้มเล็กน้อยอย่างแปลกหน้าแต่ยังมีมารยาทอยู่“ฉันขอตัวไปก่อน”
“ระหว่างทางระวังตัวด้วย”ธนพจน์พูดขึ้น
รสิกาไม่ได้ตอบกลับเขาอีก ขึ้นไปนั่งบนรถทันที จากนั้นก็สตาร์ทรถจากไป
ธนพจน์ยืนอยู่ที่เดิมอยู่ตลอดเวลา ถึงขนาดที่ก้าวเดินออกไปข้างนอกสองก้าวเพื่อที่จะได้เห็นรถของรสิกา แค่เพื่อที่จะได้เห็นมากขึ้นเท่านั้น
“เธอไปไกลแล้ว ยังจะดูอยู่อีก”เสียงเยาะเย้ยของชรรินดังขึ้นมาจากข้างหลัง
รอยยิ้มที่ใบหน้าของธนพจน์หายไปทันที จากนั้นก็หันหน้ากลับไปมองชรรินที่อยู่ไม่ไกลด้วยความไม่พอใจ“ทำไมถึงพูดกับพี่แบบนี้ล่ะ?”
“ที่ฉันพูดมันเป็นความจริงนี่”ชรรินกอดอก“พี่ พี่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าเธอเป็นแฟนของถนิตไปแล้ว ทำไมถึงยังไม่ตัดใจสักที?”
“นี่เป็นเรื่องของฉัน ไม่ต้องให้เธอมาเป็นห่วง”ธนพจน์พูดขึ้น
“พี่เป็นพี่ชายของฉัน ฉันจะไม่เป็นห่วงเรื่องของพี่ได้ยังไงกันล่ะ”ชรรินพูดด้วยความโมโห“อีกอย่าง รสิกามีอะไรดีกันแน่ พี่รินดีกว่าเธอตั้งหลายหมื่นเท่า พี่ไม่เอาพี่รินแต่ดันไปชอบผู้หญิงสำส่อนที่เคยหย่าร้างมาก่อนแล้วเนี่ยนะ……”