ตอนที่ 170
บทที่ 170 ทำไมถึงไม่บอกก่อน
October 28, 2026
รสิกาไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนดีอะไร ถึงขนาดที่ถ้าใครหน้าไหนมายุแหย่ก้าวก่ายต่อหน้าของตัวเองล่ะก็ ฝีมือของเธอก็ไม่ได้น้อยหน้ากว่าใครทั้งนั้น
ถึงขนาดที่……เธอโหดเหี้ยมมากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ
ส่วนจรณินทร์ก็เห็นได้ชัดว่านึกอะไรขึ้นมาได้ ร่างกายสั่นสะดุ้งอย่างแรง ในตาที่มองรสิกาแฝงไปด้วยความรู้สึกหวาดกลัวอยู่จางๆ
“แล้วยังไง?”จรณินทร์พอนึกถึงท่านเฉลิมสิทธิ์ที่อยู่เบื้องหลังของตัวเองขึ้นมา ก็แอ่นหลังตรง จ้องรสิกากลับไป“เธอนึกว่าเธอยังเป็นรสิกาคนเดิมคนนั้นอยู่อีกเหรอ? ตอนนี้เธอจะพึ่งพาใครได้อีก?”
ข่าวที่รสิกากับถนิตเลิกกันสังคมภายนอกอาจจะยังไม่รู้ แต่ว่าจรณินทร์รู้
เป็นท่านเฉลิมสิทธิ์ที่เป็นคนบอกกับเธอ ให้เธอได้ฉวยโอกาสนี้ในการโจมตีกดขี่รสิกา
รสิกาในตอนนี้ เป็นคนที่ใครๆต่างก็สามารถมาเหยียบย่ำได้แล้วจริงๆ
“เธอคิดจะฉวยโอกาสนี้ในการโค่นฉันลง?”รสิกาเหมือนกับเดาความคิดที่อยู่ในใจของเธอได้อย่างไรอย่างนั้น ยิ้มเยาะเย้ยออกมาทันที
“ฉันคิดว่านี่มันเป็นเรื่องที่ใครๆก็อยากทำกันทั้งนั้น”จรณินทร์พูดจบ จู่ๆก็ใช้มืออีกข้างผลักรสิกาออกไปจากตรงหน้าของตัวเอง จากนั้นก็ดิ้นรนขัดขืนดึงมือของตัวเองออกมาจากพันธนาการของกรานต์อย่างสุดแรง“รสิกา เกรงว่าเธอจะยังไม่รู้สินะ ว่าตั้งแต่ที่คุณถนิตประกาศความสัมพันธ์เป็นคู่รักกันของพวกเธอออกมา ในโลกนี้ ก็มีคนมากมายที่อยากจะเหยียบเธออย่างสุดแรงให้อยู่แทบเท้ากันทั้งนั้น!”
“พร้อมเสมอ”รสิกายิ้มอย่างนิ่งๆ“ฉันก็อยากจะดูเหมือนกัน ว่าพวกเธอหน้าไหนจะมีพลังความสามารถ ที่จะโค่นฉันลงได้”
ในช่วงเวลานี้ พอเผชิญหน้ากับจรณินทร์ จู่ๆในหัวของรสิกาก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีน้ำเสียงตอนที่ถนิตคุยโทรศัพท์กับท่านเฉลิมสิทธิ์เมื่อไม่นานมานี้ผุดขึ้นมา
ทั้งหยิ่งยโสและเย็นชาไม่ต่างกัน
เดิมทีคำพูดนั้นมันก็ถูกต้อง หลังจากที่คุณคบกับคนคนหนึ่งแล้ว คุณจะค่อยๆเปลี่ยนไปเหมือนเขาขึ้นเรื่อยๆ
“พวกเราไปกันเถอะ”รสิกาไม่ได้พูดพล่ามอะไรไร้สาระกับจรณินทร์ต่อ พากรานต์หันตัวจากไปทันที
“พวกเราจะเอายังไง?”พิมพ์พิศากุมหน้าของตัวเอง จ้องมองเงาหลังที่จากไปของรสิกาอย่างโกรธเกลียดเคียดแค้น พร้อมกับพูดถามจรณินทร์
จรณินทร์กัดริมฝีปาก พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา“คอยดูเถอะ มันภาคภูมิใจได้อีกไม่นานเท่าไรหรอก”
“แล้วจะปล่อยมันไปแบบนี้เนี่ยนะ?” พิมพ์พิศาพูดขึ้น
เมื่อตะกี้รสิกาตบแม้กระทั่งพวกเธอทั้งสองคนเลยนะ จะปล่อยให้มันจากไปทั้งอย่างนี้เหรอ?
“แล้วจะทำอะไรล่ะ? หรือเธอคิดจะกระโจนเข้าไปทะเลาะตบตีกับมันหรือไง?”จรณินทร์มองพิมพ์พิศาด้วยสายตาเชือดเฉือน“ไม่เห็นเหรอว่าข้างกายของมันมีกรานต์อยู่ด้วย!”
พิมพ์พิศารู้สึกโมโหอยู่ภายในใจ แต่พอเห็นสีหน้าของจรณินทร์แล้วก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก ทำได้แค่เงียบปากไปเท่านั้น
หลังจากที่รอพวกเขาจากไปแล้ว คนสองคนที่ยืนอยู่ตรงทางเดินอีกทางด้านหนึ่งก็ค่อยๆเดินออกมาช้าๆ ผู้ชายที่เดินอยู่ข้างหน้าสวมชุดสูทรองเท้าหนัง ดูท่าทางไม่ธรรมดา ใบหน้าหล่อเหลาดูดี มีเพียงข้อเสียแค่อย่างเดียวก็คือใบหน้าดูไม่มีอารมณ์ความรู้สึกเลยแม้แต่นิดเดียว ทำให้เขาดูแปลกหน้าไม่น่าเข้าใกล้
“ท่านประธาน จะไม่ไปช่วยคุณรสิกาจริงๆเหรอครับ?”แจ็คพูดถามขึ้นด้วยความสงสัย
“เธอเก่งมากไม่ใช่หรือไง ให้เธอไปจัดการเรื่องพวกนี้เองสิ”ถนิตยกริมฝีปากยิ้มอย่างเย้ยหยัน แต่ในแววตาที่ดำคู่นั้นกลับแฝงไปด้วยความโกรธอย่างเห็นได้ชัด
แจ็คที่ยืนอยู่ข้างหลังของเขาก็กลอกตามองบนเล็กน้อย
ในเมื่อไม่ช่วย แล้วทำไมพอได้ยินผู้จัดการล็อบบี้โทรศัพท์มาบอกว่าเห็นรสิกาปรากฏตัวที่โรงแรมคอสโมก็ทิ้งผู้ถือหุ้นที่กำลังประชุมอยู่แล้ววิ่งแจ้นลงมาอย่างรีบร้อนด้วยล่ะ?
แจ็คก็ไม่เข้าใจจริงๆว่าระหว่างทั้งสองคนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เห็นๆอยู่ว่าก่อนหน้านี้ยังดีกันอยู่แท้ๆ แล้วจู่ๆเลิกกันได้ยังไง?
“ไปกันเถอะ”ถนิตหันตัวเดินตรงไปที่ลิฟต์
แจ็คทำได้แค่เดินตามไปเท่านั้น หลังจากที่มาถึงลิฟต์แล้ว เขาก็เดินเข้าไปก่อนจะกดที่ชั้นบนสุดทันที จากนั้นถึงได้มองไปยังถนิตท่าทางเย็นยะเยือกที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะพูดขึ้น“ท่านประธาน มีหนึ่งเรื่องที่ผมไม่รู้ว่าควรจะบอกกับท่านดีไหม”
“ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเธอ ก็ไม่ต้องบอก”ถนิตไม่มองเขาเลยแม้แต่น้อย พูดขึ้นอย่างนิ่งเฉย
ถึงแม้ว่าจะพูดออกมาแบบนี้ แต่แจ็คก็แอบยกมุมปาก ท่านไม่ให้ผมบอก ถ้าอย่างนั้นท่านก็อย่าทำสีหน้าท่าทางอยากรู้อยากเห็นสิ