ตอนที่ 215
บทที่ 215 เรื่องที่ยากลำบาก
October 28, 2026
คำพูดประโยคนั้นของรสิกาเป็นความคิดเห็นในใจของคนอื่นที่พอได้เห็นสิ่งเหล่านี้แล้วก็จะคิดขึ้นมา แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเข้าใจเธออย่างรสิกา
"ฉันจะทำยังไงดี......" ติรณาถูกเธอว่าจนไม่มีอารมณ์กินแอปเปิลแล้ว "ฉันไม่ได้อายุน้อย ๆ แล้ว ถ้าฉันจะมีความรักจริง ๆ ก็ต้องมุ่งเป้าไปที่การแต่งงานเลย ไม่งั้นก็อยู่เป็นโสดไปอย่างนี้ไม่ต้องแต่งงานเลยดีกว่า"
ติรณาเห็นประสบการณ์การแต่งงานของรสิกาและพวกคดีต่าง ๆ ที่ตัวเองมักจะได้รับอยู่บ่อย ๆ แล้วก็เกิดความกลัวชีวิตแต่งงานขึ้นมาหลายเท่า และบวกกับการทะเลาะเบาะแว้งที่ไม่หยุดหย่อนของพ่อและแม่ตั้งแต่เล็กจนโตมา ตั้งแต่เด็กเธอก็ไม่กล้าวาดฝันชีวิตแต่งงานของตัวเองมาก่อนเลย
ถึงแม้ตอนนี้พ่อกับแม่จะอยู่กันอย่างรักใคร่กันดี แต่ว่าการทะเลาะกันมาตั้งยี่สิบปีในอดีตนั้น ติรณาล้วนเห็นมาเองกับตาทั้งนั้น
"แต่ว่าเรื่องราวในครั้งนี้ ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เธอมองเปรมสุธีร์ชัดเจนอีกเหรอ?" รสิกาพูดเสียงเบาขึ้นมา "ฉันกลับรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่น่าจะฝากชีวิตไว้ด้วยได้นะ"
"เพราะอะไร?" ติรณาถามเธอไปอย่างรู้สึกสงสัยเล็กน้อย "ฉันนึกว่าเธอจะไม่เห็นด้วยซะอีก"
เพราะว่าตอนนี้ตัวรสิกาเองก็กำลังอยู่ในความทุกข์ทรมานนั้น
"เพราะถนิตบอกเรื่องตระกูลอาชานกำธรกับฉันแล้ว" รสิกาครุ่นคิดไปเล็กน้อย แล้วก็พูดขึ้นว่า "ถ้าเกิดว่าเธอมีความรู้สึกดีต่อเปรมสุธีร์ แล้วเขาก็อยากใช้ชีวิตร่วมกับเธอไปตลอดชีวิต ก็ไปกินข้าวกับพ่อแม่เขาสักครั้งเถอะ พอได้เห็นวิธีการอยู่ร่วมกันของพ่อแม่เขาแล้ว เธอก็จะเข้าใจเองว่าคุ้มที่จะเดินต่อไปกับเขาอีกหรือเปล่า เธอเป็นทนาย ด้านการดูคนนั้นต้องแม่นยำกว่าคนทั่วไปแน่"
อาชีพนี้ทำให้ติรณารู้จักกับแง่มุมในด้านต่าง ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เธอคิดมากยิ่งขึ้นด้วย
นี่คงจะเป็นดาบสองคมอย่างที่เขาว่ากันละมั้ง
......
ในขณะที่ผู้หญิงสองคนกำลังพูดความในใจอยู่ด้านในนั้น ผู้ชายสองคนที่อยู่ด้านนอกกลับดูเคร่งขรึมเป็นอย่างมาก
พวกเขาไปที่เขตสูบบุหรี่ จุดบุหรี่ไว้คนละม้วน ควันลอยตลบอบอวล สีหน้าของทั้งสองคนล้วนขาวซีดกันเล็กน้อย
เปรมสุธีร์เป็นเพราะเหนื่อย ส่วนถนิตนั้นก็เป็นเพราะว่าเจ็บที่หมอทำแผลเมื่อกี้ตอนที่อยู่ข้างล่าง
เวลาอยู่ต่อหน้ารสิกา เขาไม่ร้องสักเอ๊ะ แต่ว่า......แม่งเจ็บจริง ๆ
พอดูดบุหรี่ไปครึ่งม้วนแล้ว เขาถึงจะรู้สึกว่าความเจ็บได้เบาบางลงหน่อยแล้ว
"เกิดเรื่องอะไรขึ้น?" ถนิตหรี่ตาลงแล้วเหล่มองเปรมสุธีร์ไปทีหนึ่ง ตั้งแต่ที่พวกเขารู้จักกันมา นี่เป็นครั้งที่เขาเงียบขรึมที่สุด
เปรมสุธีร์ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่แค่ขมวดคิ้วแล้วก็ดูดบุหรี่ไปอย่างแรงคำหนึ่ง แล้วก็ถึงพูดขึ้นว่า "นายว่าสิ่งมีชีวิตอย่างผู้หญิงนี่ ทำไมมันถึงได้ซับซ้อนขนาดนี้นะ? ผู้หญิงในอดีตพวกนั้น ไม่ต้องให้ฉันตามจีบ แค่กวักมือเรียกหน่อยก็มากันแล้ว แต่ทำไมครั้งนี้ ฉันกวักจนมือแทบหักอยู่แล้ว เธอก็ยังไม่ยอมมาอีก......"
พูดจนถึงตอนท้าย น้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนเป็นพึมพำไป ดูไม่ค่อยเข้าใจ แล้วก็มีความกลัดกลุ้มเล็กน้อย
เขานึกว่าพอผ่านเรื่องราวในครั้งนี้มาแล้ว อย่างน้อยติรณาก็คงจะมีกอดอะไรให้กับเขาบ้าง แถมเขายังอ้าแขนทั้งสองข้างไว้รอเธอแล้ว แต่ตัวเธอกลับดีเลย ไม่มีการกอด กลับยังเอาเข็มมาทิ่มแทงใจเขาอีก คิดว่าตัวเขานี่ทำมาจากก้อนหินจริง ๆ หรือยังไง
นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะ เขาจะต้องสะบัดหน้าแล้วหนีไปเลย แต่พอเป็นติรณาคนนี้ ยิ่งเธอปฏิเสธมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งอยากปีนสูงขึ้นไปเท่านั้น นี่มันช่างเป็นการรนหาที่เองจริง ๆ
แต่ว่ามันจะไปมีทางเลือกอะไรได้? ก็เขาปล่องวางไม่ได้เองนี่
นี่ก็คงจะเป็นอย่างถนิตละมั้ง ติดกับผู้หญิงเข้าแล้ว
"อย่างนายจะไปถือว่าเป็นเรื่องอะไร" ถนิตหัวเราะพรืดขึ้นมาคำหนึ่ง หางตากระตุกขึ้นเล็กน้อย แล้วเยาะเย้ยอย่างพูดไม่ออก "ติรณาเป็นคนแบบเดียวกับรสิกา ชอบไม้อ่อนไม่ชอบไม้แข็ง ถ้านายมีความตั้งใจแบบนั้นจริง ๆ อดทนพยายามต่อไปอีกไม่กี่ปี ก็จะทำให้เธอใจอ่อนได้เอง"
เปรมสุธีร์เงียบขรึมไป ถนิตมองเขาทีหนึ่ง แล้วหรี่ตาลง "ทำไม กลัวแล้วเหรอ?"
"กูกลัวซะที่ไหน" เปรมสุธีร์ดูดบุหรี่ครึ่งมวนที่เหลือไปจนหมดอย่างโมโห แล้วก็บี้ดับไป ที่หัวคิ้วมีรอยแดงแนวตั้งที่ชัดเจนมากอยู่เส้นหนึ่ง ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูอ่อนโยนน้อยลงหลายเท่า กลับทำให้มีความดุร้ายและยึดมั่นเพิ่มมากขึ้นมาเสี้ยวหนึ่ง "ฉันไม่เชื่อหรอก หลายปีแล้วยังไง ฉันมั่นใจว่าเป็นเธอแล้ว ไม่ว่าจะกี่สิบปีฉันก็รอได้!"