ตอนที่ 216
บทที่ 216 เป็นแฟนกันเถอะ
October 28, 2026
"ธีร์" แม่ติรณารีบหยุดลงทันที แล้วกำบัตรเอทีเอ็มไว้ในมือ บนใบหน้าพยายามฝืนยิ้มออกมาเสี้ยวหนึ่ง
"คุณน้า" เปรมสุธีร์กล่าวทักทายขึ้นอย่างมีมารยาท จากนั้นก็หันไปถามติรณาขึ้นว่า "เสร็จหรือยัง?"
"เสร็จแล้วค่ะ" ติรณาพยักหน้าขึ้น จากนั้นก็ผลักตัวเขาเดินลงจากตึกไป เดินไปด้วยแล้วก็หันหลังไปพูดกับแม่ติรณาด้วยว่า "แม่ค่ะ พวกเราไปแล้วนะคะ"
เธอจากไปอย่างรีบร้อน อย่างกับกลัวว่าแม่ติรณาจะตามมาทันยังไงอย่างงั้น
พอมาถึงใต้ตึกแล้ว เปรมสุธีร์ถึงได้ถามขึ้นว่า "เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นเหรอ?"
"ไม่มีอะไรค่ะ แค่ท่านกลัวว่าฉันจะโดนรังแกเท่านั้น" ติรณาคลี่ยิ้มขึ้นมา รู้สึกเหนื่อยหน่ายเล็กน้อย
เปรมสุธีร์จ้องมองเธอทีหนึ่ง และพอจะเข้าใจว่าในใจของแม่ติรณาเป็นกังวลเรื่องอะไร
"ตัวคุณก็คิดแบบนี้ด้วยเหรอ?" เขาถามขึ้นมา
"คิดยังไงคะ?" ติรณาอึ้งไปครู่หนึ่ง
"กลัวว่าผมจะรังแกคุณ" ในตอนที่เขาถาม ลูกกระเดือกขยับสั่นไหวไปทีหนึ่ง ราวกับว่ากำลังตื่นเต้นอยู่
"ฉันจะไปกลัวอะไรคะ" ติรณายิ้มขึ้นมา
ท่าทีที่เธอแสดงออกมาล้วนเป็นท่าทีที่ไม่ใส่ใจ แต่ว่าตอนที่เปรมสุธีร์กำลังถามเธอนั้น สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาในสมองของเธอนั้น กลับเป็นเรื่องราวของพวกเขาตอนที่ถูกกักตัวไว้บนเขาเพราะดินถล่มเมื่อก่อนหน้านี้
ภายใต้สถานการณ์แบบนั้น จะสามารถแสดงธาตุแท้ของคนคนหนึ่งออกมาได้ดีที่สุด แต่ว่าเปรมสุธีร์ไม่เพียงไม่รังเกียจ กลับยังกระตือรือร้นมาก แม้แต่การไปขุดถนนในตอนหลัง เขาก็ไม่พูดอะไรแบกเครื่องไม้เครื่องมือขึ้นมาแล้วก็ไปเลย
เขาเคยทำเรื่องแบบนี้ซะที่ไหนกัน แค่ทำไปไม่นานมือก็เสียดสีกันจนหนังถลอก ไหล่ก็บวมขึ้นมาตั้งเยอะ ตอนที่ขุดถนนออกมาได้แล้วนั้น เรื่องแรกที่เขาทำก็คือพาติรณาลงจากเขา โดยที่ไม่ได้สนใจบาดแผลบนร่างกายตัวเองเลยสักนิด ในใจมีแต่ติรณาเต็มไปหมด
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ติรณาคิดถึงคำพูดที่รสิกาเคยบอกกับเธอไว้
เปรมสุธีร์เป็นคนดีมากขนาดนี้แล้ว ถ้าเกิดว่าปล่อยเขาหลุดลอยไป ชาตินี้เธอคงจะไม่มีทางได้พบเจอผู้ชายที่ดีขนาดนี้ บริสุทธิ์ขนาดนี้ได้อีกแล้วแน่ ๆ
"เปรมสุธีร์" พอคิดมาถึงตรงนี้ ติรณาก็เรียกตัวเปรมสุธีร์ที่เพิ่งเดินลงบันไดไปก้าวหนึ่งไว้
"ทำไมเหรอ?" เปรมสุธีร์หันหน้ามา บนใบหน้าที่หล่อเหลามีแววแปลกใจพาดผ่านไปเสี้ยวหนึ่ง
ติรณายืนอยู่บนบันได ก้มหน้าลงเล็กน้อย จ้องมองไปที่เขา ด้วยใบหน้าจริงจัง "คุณคิดดีแล้วหรือยังไงคะ?"
"คิดอะไรเหรอ?" เปรมสุธีร์มีความสงสัยเล็กน้อย
"คุณก็ได้เห็นสภาพครอบครัวของฉันแล้ว พ่อแม่ของฉันเป็นคนที่เกษียณงานแล้ว ทุกเดือนต้องดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยเงินบำนาญ สถานะการเงินในครอบครัวต้องเพิ่งพาฉันคนเดียว ถ้าเกิดว่าคุณมาเป็นแฟนฉัน ต่อไปถ้าเกิดพ่อแม่ฉันเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา คุณก็ไม่มีทางที่จะยืนดูเฉย ๆ ได้"
ปกติแล้วคนในบ้านสามีมักจะไม่ชอบให้ลูกสะใภ้เอาแต่ไปช่วยเหลือคนทางบ้านลูกสะใภ้
แต่ว่าจากสถานการณ์ของติรณามาพูด ถ้าเกิดพ่อแม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นมา เธอจะไม่สนใจได้ยังไงกัน? อย่าพูดว่าบ้านเธอมีเธอเป็นลูกคนเดียว ถึงจะมีลูกสองสามคน เธอก็ต้องไปสนใจอยู่ดี
เพราะฉะนั้น ติรณาที่เป็นแบบนี้ เปรมสุธีร์ยังอยากจะเอาอีกไหม?
พอถอดชุดทนายออกแล้ว เธอก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง เป็นคนธรรมดาที่ต้องคอยกังวลเรื่องทำมาหากิน
ส่วนเปรมสุธีร์พอได้ยินคำพูดพวกนี้ของเธอแล้ว ก็ตกตะลึงไปก่อนเลย จากนั้นตรงหัวคิ้วก็มีความตื่นเต้นดีใจปรากฏขึ้นมา "จริงเหรอ? คุณพูดจริงเหรอ?"
"พอได้ยินเรื่องสถานการณ์ของบ้านฉันแล้ว ในใจคุณดีใจมากเลยเหรอ?" ติรณาขมวดคิ้วจ้องมองเขา
เปรมสุธีร์รีบส่ายหน้าไปมาอย่างกับป๋องแป๋ง "ไม่ใช่ ไม่ใช่ ผมแค่จะถามว่า คุณยินดีที่จะเป็นแฟนกับผมจริง ๆ เหรอ?"
"ถ้าหากคุณไม่อยากละก็......"
"พูดไร้สาระ ฉันก็ต้องอยากเป็นอยู่แล้วซิ!" เปรมสุธีร์พูดขัดคำพูดเธอไป แล้วก็เดินขึ้นไปก้าวหนึ่งรวบตัวเธอมากอดไว้ในอก
ครั้งนี้ ได้กอดตัวเธอไว้เต็มอกอย่างจริงจังแล้ว