ตอนที่ 219
บทที่ 219 ทำอะไรไม่ได้เลย
October 28, 2026
รสิกาจำไม่ได้ว่าท่านเฉลิมสิทธิ์จากไปตอนไหน จำได้แต่ตอนที่พนักงานเดินมาเก็บแก้วไปนั้น เธอนั่งไม่ขยับเขยื้อนอยู่ที่โต๊ะ ไม่รู้ว่ากำลังครุ่นคิดอะไรอยู่
ในสมองของเธอยังคงวนเวียนอยู่แต่คำพูดที่ท่านเฉลิมสิทธิ์พูดตอนที่จากไป : เธอเอาไปลองคิดดูให้ดี ๆ เถอะ
จะให้เธอไปลองคิดเรื่องอะไรนะ?
อ๋อ......เหมือนกับว่าจะให้เธอเลิกกับถนิตนะ
รสิกามักจะรู้สึกว่าเรื่องทุกอย่างนี้มันเกิดขึ้นเร็วมาก......ทั้ง ๆ ที่เธอเพิ่งจะคืนดีกับถนิตได้แค่ไม่กี่วัน แม้แต่ช่วงเวลาสั้น ๆ แค่ไม่กี่วันนี้ ท่านเฉลิมสิทธิ์ก็ยังไม่ยอมให้อีก
ในตอนที่คืนดีกับถนิตนั้น เธอบอกว่า ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น เธอก็ไม่มีทางที่จะเป็นเลิกกับเขา แต่มาวันนี้เป็นแบบนี้ เธอยังจะสามารถยืนหยัดต่อไปได้อีกไหม?
รสิกาคิดไม่ตก เธอคิดคำตอบอะไรไม่ออกเลย สุดท้ายก็ได้ออกจากร้านกาแฟไปอย่างเหม่อลอย จากนั้นก็เดินกลับไปที่ลานจอดรถของซูเปอร์มาเก็ต แล้วขับเคลื่อนรถตัวเองกลับบ้านไป
ทีแรกถนิตบอกว่าหนึ่งทุ่มก็จะกลับมาบ้านได้ แต่ตอนที่รสิกากลับมาถึงบ้านก็เป็นเวลาหนึ่งทุ่มแล้ว เธอเอากุญแจไขประตูเข้าไป ข้างในยังคงมืดสนิทไปทั้งห้อง ไม่ได้เปิดไฟอยู่
เขายังไม่กลับมา......
รสิกายืนอยู่ที่ระเบียงทางเข้าที่มืดมิดไปครู่หนึ่งแล้วถึงจะเปลี่ยนรองเท้าแล้วเดินเข้าบ้านไป
ก่อนหน้านี้เธอซื้อผักมาจากซูเปอร์มาเก็ตมากมาย และยังมีเกี๊ยวด้วย แต่เอาไว้ในรถนานขนาดนี้ ก็เลยละลายไปตั้งนานแล้ว ดังนั้นเกี๊ยวจึงเบียดเป็นก้อนเดียวกันแล้ว
พอรสิกาเอาผักทั้งหมดเก็บไว้ในตู้เย็นแล้ว ก็หิ้วเกี๊ยวเข้าไปในห้องครัว เธอต้มน้ำให้เดือด แล้วก็เอาเกี๊ยวใส่เข้าไป
จะพูดว่าเกี๊ยว ไม่สู้พูดว่าเป็นแป้งโรตีดีกว่า
รสิกายืนอยู่ที่โต๊ะทำครัว ใช้ตะเกียบค่อย ๆ เขี่ยเกี๊ยวพวกนั้นแยกออกจากกัน พอแยกออกมาชิ้นหนึ่ง เปลือกแป้งด้านนอกก็พังไปหมด ใส่ที่อยู่ด้านในก็หลุดออกมาหมด พอเห็นทุกอย่างนี้ ก็ไม่รู้ว่าทำไม น้ำตาของรสิกาก็ไหลออกมาเลย
เธอยืนอยู่ข้าง ๆ คอยเขี่ยเกี๊ยวไปด้วย แล้วก็ร้องไห้ไปด้วย
เธอกับถนิตเหมือนกับเกี๊ยวพวกนี้ ตอนแรกก็แข็งทื่อไม่มีใครสนใจใคร แต่พอพวกเขาอยู่ด้วยกันนานแล้ว น้ำแข็งที่อยู่บนตัวแต่ละคนก็เริ่มละลายออก จากนั้นก็ติดหนึบเข้าด้วยกัน คงอยู่แบบติดหนึบแยกกันไม่ออกเลยสักนิด
ถ้าเกิดว่าจะพยายามแยกออกจากกันให้ได้ งั้นก็ต้องได้รับบาดเจ็บกันทั้งสองฝ่าย
แต่เธอจะทำอะไรได้ล่ะ? จะต้องทนดูคอสโมกรุ๊ปถูกท่านเฉลิมสิทธิ์ทำลายไปจริง ๆ เหรอ?
ในตอนที่พบเจอกับเรื่องที่ทำอะไรไม่ได้แบบนี้ รสิกาก็โกรธเกลียดตัวเองเป็นอย่างมากว่าทำไมถึงไม่ดีกว่านี้อีกสักนิด......ถ้าเธอดีกว่านี้อีกนิดละก็ ก็จะสามารถอยู่กับถนิตได้อย่างเปิดเผยแล้ว แล้วก็จะไม่มีทางพบเจอการขัดขวางมากขนาดนี้
ในตอนที่รสิกากำลังร้องไห้กับน้ำซุปเกี๊ยวทั้งหม้อจนไม่สามารถหยุดตัวเองได้นั้น จู่ ๆ ที่ระเบียงทางเข้าก็มีเสียงเปิดประตูดังลอยมา ต่อมาประตูก็ถูกปิดลง จากนั้นก็เป็นเสียงกึก ๆ กั๊ก ๆ เปลี่ยนรองเท้า
รสิกาไม่ทันได้สติกลับมา เพียงแค่ทันได้หมุนตัวไป ก็เห็นถนิตเดินเข้ามาแล้ว
เขาได้ยินห้องครัวมีเสียงความเคลื่อนไหว ตอนที่มองไปนั้น ก็เห็นรสิกายืนอยู่ที่ห้องครัวด้วยดวงตาเปื้อนน้ำตาทั้งคู่ แสงไฟส่องอยู่บนตัวเธอ ทำให้ใบหน้าของเธอดูยิ่งขาวซีดมากยิ่งขึ้น
ถนิตคิดไม่ถึงว่าพอกลับมาแล้วจะได้เห็นภาพแบบนี้เข้า เขารีบเดินไปหาเธอ "เกิดอะไรขึ้น? ใครรังแกคุณเหรอ?"
ในน้ำเสียงของเขามีความร้อนใจที่มีต่อเธออยู่ ไม่สามารถข่มลงไปได้เลยสักนิด
รสิกายังไม่ทันได้เปิดปากพูด เขาก็มาเดินมาถึงตรงหน้าแล้ว แล้วก็ประคองใบหน้าเธออย่างอ่อนโยน "เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ?"
รสิกาไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดี ได้แต่กำมือไว้แน่น แล้วในมือเธอก็กำตะเกียบเอาไว้ด้วย
"เกี๊ยว......แตกแล้ว" รสิกาพยายามหาเหตุผลมาได้อันหนึ่ง ดวงตาแดง ๆ แล้วพูดขึ้นมา
"แตกแล้วเหรอ?" ถนิตอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วมองไปที่ด้านหลังเธอทีหนึ่ง แล้วก็เห็นเกี๊ยวที่ถูกต้มจนแตกไปหมดหม้อหนึ่ง แล้วก็รู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อย "เกี๊ยวแตกแล้วก็แตกไปซิ คุณจะร้องไห้ทำไม?"