ตอนที่ 223
บทที่ 223 งานวันเกิด
October 28, 2026
"ได้ ได้ ได้ เธอนี่มันเห็นผู้ชายดีกว่าเพื่อน" ติรณาพูดพร่ำออกมาสองคำแล้วก็ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ พอจัดเสื้อผ้าของตัวเองเล็กน้อยแล้ว ถึงพูดขึ้นว่า "งั้นฉันไปแล้วนะ"
"ไปเถอะ" รสิกาสะบัดมือเล็กน้อย "ก็แค่ไปพบผู้ปกครอง อย่าทำเหมือนกับจะไปเจอยมทูตซิ ทำตัวผ่อนคลายหน่อยนะ"
"ถ้าฉันสามารถผ่อนคลายลงได้ก็คงจะได้เจอผีแล้ว......" ติรณาจ้องมองเธออย่างไม่พอใจทีหนึ่ง แล้วถึงจะหมุนตัวออกไปจากสตูดิโอ
พอติรณาออกไปแล้ว ในตอนที่รสิกาลุกขึ้นมาแล้วกำลังจะเดินออกจากห้องทำงานนั้น อยู่ ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา
แล้วเวลานี้เอง อารณีย์โทรศัพท์เข้ามาพอดี
รสิกาสงสัยไปครู่หนึ่ง แล้วก็กดรับสายขึ้นมา
"ฮัลโหล" ยังคงเป็นน้ำเสียงที่เรียบเฉย ไม่มีคำสรรพนามอะไร เพียงแต่ว่าจากตัวรสิกาดูเองแล้ว ท่าทีที่เธอมีต่ออารณีย์ ได้ดีขึ้นเยอะมากแล้ว
"กำลังยุ่งอยู่หรือเปล่า?" อารณีย์ถามเสียงเบาขึ้นมา
"เปล่าค่ะ" รสิกาพูดขึ้นมา "ไม่ได้ยุ่งเท่าไหร่ค่ะ"
"ได้ยินมาว่า......แกกับถนิตคืนดีกันแล้ว?" ในที่สุดอารณีย์ก็ดึงเข้าไปสู่ประเด็นหลัก และแฝงไปด้วยความลังเลอยู่เล็กน้อย "ใช่เรื่องจริงหรือเปล่า?"
อารณีย์รู้เรื่องได้ยังไงนั้น รสิกาไม่อยากไปคิดมาก แล้วเรื่องนี้ก็ไม่ได้กะว่าจะปิดบังตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
"เป็นเรื่องจริงค่ะ" รสิกาตอบกลับไป "พวกเราคืนดีกันแล้วจริง ๆ แต่ว่า แม่ไม่ต้องเป็นกังวลว่าหนูจะเป็นสาเหตุทำให้ตระกูลปิติภัทรไพศาลติดร่างแหไปด้วยอีกครั้งหรอกนะคะ"
"ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น" พออารณีย์เห็นเธอเข้าใจผิด ก็รีบอธิบายขึ้นมาทันที "ที่แม่โทรมานี้ แค่อยากจะบอกว่า ไม่ว่าแกจะทำอะไร พวกเราก็จะสนับสนุนแกทั้งนั้น เพราะฉะนั้น แกไม่ต้องเป็นห่วงตระกูลปิติภัทรไพศาลหรอกนะ"
รสิกานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เธอคิดไม่ถึงว่าที่อารณีย์โทรมาจะมาพูดเรื่องนี้ได้
เธอนึกว่าในใจอารณีย์นั้น จะใส่ใจหน้าตาของตระกูลปิติภัทรไพศาลมาก ทำไมถึง......
"ที่จริงเรื่องเมื่อก่อนหน้านี้ ตั้งแต่แรกฉันก็ไม่เห็นด้วยที่แกจะทำแบบนั้นแล้ว แต่ว่าตอนนี้รู้ว่าพวกแกกลับไปคืนดีกันแล้ว จิตใจฉันถึงพอจะสบายใจได้หน่อย" น้ำเสียงของอารณีย์อ่อนโยนลง "รุ้ง ไม่ว่าจะยังไง แม่กับลุงชัยของแกก็หวังว่าแกจะมีชีวิตที่มีความสุขได้นะ"
คำพูดของอารณีย์ทำให้ดวงตาของรสิกาแดงขึ้นมาได้สำเร็จ เธออดกลั้นอยู่ตั้งนานถึงข่มความรู้สึกสะอื้นที่อยู่ในลำคอตัวเองกลับลงไปได้ "ขอบคุณค่ะ แล้วก็ช่วยหนูบอกขอบคุณลุงชัยด้วยนะคะ"
"พวกเราเป็นคนบ้านเดียวกันทั้งนั้น ไม่ต้องพูดขอบคุณหรอก" อารณีย์สูดจมูกเล็กน้อย เหมือนกับว่าพยายามข่มน้ำตาเอาไว้ "มีเรื่องอะไรก็อย่าลืมบอกกับเราบ้างนะ แกไม่ต้องเป็นห่วงทางปิติภัทรไพศาล ถึงแม้ว่าตระกูลวัชรเดชานนท์จะมีความสามารถมากมายแบบนั้น แต่ว่าจะถูกตระกูลวัชรเดชานนท์กดขี่จนเป็นเหมือนอย่างคราวที่แล้วนั้น ไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว"
ครั้งที่แล้วเป็นเพราะว่าเรื่องเกิดขึ้นมากะทันหัน ไม่มีใครคาดคิดไว้ เพราะฉะนั้นถึงได้โจมตีจนตระกูลปิติภัทรไพศาลทำอะไรไม่ถูก
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้ว ตอนนี้พละกำลังทั้งหมดของตระกูลวัชรเดชานนท์ล้วนเอาไปวางไว้ทางตระกูลสิทธิอัศวกุลเพื่อต้านทานกับคอสโมกรุ๊ป ถ้าเกิดอยากจะทำอะไรตระกูลปิติภัทรไพศาลอีก ก็คงไม่จะไม่ใช่เรื่องง่ายอะไรแบบนั้นแล้ว
ท่านเฉลิมสิทธิ์เป็นคนฉลาด เขาไม่เคยทำเรื่องที่เสียแรงเปล่ามาก่อน
"หนูรู้แล้วค่ะ" เหมือนว่ารสิกาเองก็คิดอะไรตกแล้วเหมือนกัน แล้วใจทั้งดวงก็วางลงมาสักที
"งั้น......ถ้าแกมีเวลาว่างเมื่อไหร่ ก็กลับมากินข้าวสักมื้อเถอะ?" อารณีย์สอบถามขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
"หนู......" รสิกาคิดไปถึงว่าถ้าตัวเองไปบ้านตระกูลปิติภัทรไพศาลก็จะต้องเจอกับชรริน แล้วก็จะปฏิเสธขึ้นมาอัตโนมัติ แต่ว่าคำพูดปฏิเสธยังไม่ทันได้พูดออกจากปาก แล้วอยู่ ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ว่าอีกไม่กี่วันเหมือนจะเป็นวันเกิดของกันต์ชัยเลย
ถึงแม้ว่ารสิกาจะมีความบกพร่องในการจดจำใบหน้าคน แต่ว่าด้านตัวเลขเธอกลับมีความสามารถพิเศษที่ไม่เหมือนใคร ถึงแม้ว่าคนในตระกูลปิติภัทรไพศาลจะทำให้เธอรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าเท่าไหร่ แต่เธอกลับไม่เคยลืมวันเกิดของใครเลยสักคน
ดังนั้นที่อารณีย์มาถามแบบนี้ เพราะอยากให้เธอกลับไปฉลองวันเกิดกับกันต์ชัยละมั้ง
ถ้าหากว่าเป็นเมื่อก่อนรสิกาจะต้องปฏิเสธไปอย่างไม่ลังเลสักนิดแน่ แต่ตอนนี้ เธอกลับลังเลขึ้นมาแล้ว ยังไม่เพียงเท่านี้ กลับยังพยักหน้ายอมรับขึ้นมาด้วย
"เดี๋ยวหนูจะกลับไปในวันที่เป็นวันเกิดลุงชัยละกันค่ะ"