ตอนที่ 225
บทที่ 225 ทำไมต้องขอโทษหล่อนด้วย
October 28, 2026
"นัด......" ทีแรกตอนที่กันต์ชัยได้ยินคำพูดของชรรินในใจก็เกิดความโกรธขึ้นมาเหมือนกัน ถ้าเกิดธนพจน์ไม่ลงมือละก็ งั้นคนที่ตบหน้าชรรินก็คงจะเป็นเขาแล้ว
"ขอโทษเดี๋ยวนี้!" ธนพจน์พูดขึ้นด้วยใบหน้าเย็นชา
"มีสิทธิ์อะไร!" ชรรินตะคอกขึ้นมาอย่างโมโห "ฉันทำผิดตรงไหน! ทำไมฉันต้องขอโทษหล่อนด้วย!"
ท่าทีการปกป้องของธนพจน์ ทำให้รสิการู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย เธอคิดไม่ถึงว่าเขาจะลงมือตบหน้าชรรินได้
แล้วในตอนที่ทั้งฝ่ายต่างก็นิ่งค้างไปนั้น คนที่เปิดพูดขึ้นมาก่อนก็คือรสิกา "ฉันไม่ต้องการให้เธอมาขอโทษฉันหรอกค่ะ"
คำพูดของเธอทำให้สายตาของทุกคนต่างก็มองมาที่เธอได้สำเร็จ
"เธอมาแกล้งทำเป็นคนดีที่นี่อีกแล้วเหรอ?" ชรรินยิ้มเย็นชาขึ้นมาพูดกับรสิกา "พวกเขาโดนเธอหลอกได้ แต่ฉันไม่มีทางโดนหลอกหรอกนะ!"
พูดจบชรรินก็หมุนตัววิ่งหนีไปเลย
ทั้งบ้านตระกูลปิติภัทรไพศาลเงียบสงบลง คนที่ตั้งสติขึ้นมาได้เป็นคนแรกคือกันต์ชัย "ขอโทษด้วยนะ รุ้ง" เขารู้สึกเหนื่อยหน่ายเล็กน้อย แล้วพูดกับรสิกาขึ้นแบบแฝงไว้ด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย "แอนเธอ......มีนิสัยแบบนั้นมาตั้งแต่เกิด หนูอย่าเอาไปใส่ใจเลยนะ"
"หนูไม่ได้ใส่ใจค่ะ" รสิกาพูดเสียงเรียบขึ้นมา
เธอมักจะเฉยเมยกับคนที่ไม่ใส่ใจมาตลอดเสมอ เพราะฉะนั้นไม่ว่าชรรินจะพูดอะไรเธอก็จะไม่เอามาใส่ใจทั้งนั้น
"เดี๋ยวผมออกไปดูสักหน่อยนะครับ" สุดท้ายแล้วธนพจน์ก็ไม่ไว้ใจชรรินอยู่ดี แล้วก็เดินออกไปด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
กันต์ชัยบอกกล่าวให้รสิกาไปนั่งที่ห้องรับแขก พอทั้งสามคนนั่งลงแล้ว กันต์ชัยถึงพูดขึ้นอีกว่า "ที่หนูสามารถมาได้ในวันนี้ได้ ลุงรู้สึกดีใจมากเลย"
เขาดีใจมากจริง ๆ ถ้าเกิดไม่ใช่เพราะมามีคำพูดพวกนี้ของชรรินละก็ นี่ก็จะต้องเป็นงานวันเกิดที่มีความหมายมากแน่
"หนูไม่ควรมามากกว่าค่ะ" รสิกาคลี่มุมปากยิ้มขึ้นมาอย่างเยาะเย้ยตัวเองเล็กน้อย "ถ้าหนูไม่มา เธอก็ไม่ต้องโมโหแล้ว"
"พูดแบบนี้ไม่ได้นะ" กันต์ชัยกลัวว่าเธอจะเข้าใจผิด จึงรีบพูดขึ้นว่า "เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับหนู หนูอย่าคิดแบบนั้นเด็ดขาดนะ"
เขาพูดแล้ว ก็มองไปที่อารณีย์ที่อยู่ข้าง ๆ ที่เงียบมาตลอด ใช้สายตาบอกให้เธอรีบพูดอะไรหน่อย
อารณีย์แอบถอนหายใจเงียบ ๆ ในใจไปทีหนึ่ง จากนั้นก็พูดขึ้นว่า "รุ้ง นิสัยของแอนเป็นยังไงแกก็รู้อยู่ หลายปีมานี้ เธอก็เป็นแบบนี้มาตลอด"
"หนูรู้ค่ะ" รสิกายิ้มจาง ๆ ขึ้นมา เหมือนกับว่า อย่างกับคำพูดที่ชรรินพูดเมื่อก่อนหน้านี้ เธอไม่ได้ยินเลยสักคำ ราวกับเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์
อารณีย์เข้าใจรสิกาดี เธอบอกว่าไม่เป็นไร งั้นก็ต้องไม่เป็นไรจริง ๆ เธอไม่ได้คิดว่าคำพูดของชรรินเป็นเรื่องอะไรด้วยซ้ำ
และแล้วทั้งสามคนก็เงียบขรึมลง ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน สุดท้ายธนพจน์ก็พาตัวชรรินที่ร้องไห้จนตาแดงกลับมา
พอชรรินกลับมาแล้วก็ไม่พูดอะไรเลยสักคำ แถมยังใช้สายตาที่ไม่พอใจจ้องมองไปที่รสิกาด้วย
รสิกาแค่ทำเป็นมองไม่เห็น
"เอาล่ะ คนมากันครบหมดแล้ว งั้นก็กินข้าวกันเถอะ" กันต์ชัยกลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาอีก ก็เลยเรียกให้ทุกคนไปกินข้าวกันก่อน
อารณีย์เป็นคนทำกับข้าว เมนูอาหารบนโต๊ะก็จัดสรรได้อย่างเหมาะสม อาหารที่ทุกคนชื่นชอบ เธอก็แทบจะทำออกมาหมดแล้ว
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเกิดความไม่ลงรอยกันเล็กน้อย แต่ตอนที่กินข้าวกันก็เห็นได้ชัดเลยว่ากันต์ชัยดูดีใจขึ้นมาเยอะ
พอกินข้าวเสร็จแล้ว อารณีย์ปล่อยให้คนรับใช้มาเก็บจานชามไป นอกเหนือจากชรริน ทุกคนก็มานั่งพูดคุยกันที่ห้องรับแขก
รสิกาไม่ได้ร่วมพูดคุยกับพวกเขามากนัก เธอไม่ได้นั่งพูดคุยกับคนในตระกูลปิติภัทรไพศาลมานานมากแล้ว ดังนั้นพอนั่งไปพักหนึ่งแล้ว ก็เอาโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วไปเข้าห้องน้ำ
เธอส่งข้อความไปให้ถนิต บอกให้เขามารับตัวเองได้แล้ว
เธอไม่อยากอยู่ที่บ้านตระกูลปิติภัทรไพศาลต่อไปอีกแล้ว ถึงแม้ว่าทุกคนจะดีกับเธอมาก แต่ว่าอยู่ที่นี่ เธอไม่เป็นตัวของตัวเอง แถมยังรู้สึกว่าในอากาศมีความรู้สึกทำให้เธอหายใจไม่ออกอยู่ด้วย
พอส่งข้อความเสร็จแล้ว เธอถึงจะเปิดก๊อกน้ำออก พอล้างมือเสร็จแล้วก็จะจากไป พอหมุนตัวไปก็เห็นชรรินที่มายืนอยู่ด้านหลังตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้