ตอนที่ 271
บทที่ 271 ปักหลักที่เมืองเอ
October 28, 2026
รสิกาคิดไม่ถึงว่าจู่ ๆ ทิมทิมจะถามคำถามนี้ขึ้นมา มือของเธอนิ่งค้างอยู่บนหน้าจอ ค้างอยู่นานก็ไม่กดลงไป
ผ่านไปครู่หนึ่ง มือของรสิกาก็กดลงไป แต่ว่าที่เธอกดลงไปนั้นคือปุ่มล็อกหน้าจอ
เธอหันหน้าไปมองทิมทิม จ้องมองบนใบหน้าเรียวเล็กที่งดงามของเขามีแววจริงจังปรากฏขึ้นมาเสี้ยวหนึ่ง
"หนูอยากเจอเขาไหม?" เธอถามขึ้นมา
ทิมทิมขมวดคิ้วขึ้นมา "ไม่ทราบครับ"
เขากลัวรสิกาจะไม่อยากเจอ ถ้าหากเป็นแค่เพียงเพราะเขาคนเดียวนั้น เขาไม่อยากไปเจอ
หลายปีมานี้ รสิกาไม่เคยปิดบังเรื่องชาติกำเนิดของเขากับตัวเขาเลย เพราะว่าอยู่ต่อหน้าเขา ไม่ว่าเธอจะดูรูปถ่ายหรือว่าข่าวของถนิตนั้น ล้วนไม่เคยหลบหลีกเขาไป
รสิกาคิดว่าเรื่องพวกนี้ไม่ควรปิดบังเขา บางครั้งการพูดโกหกเพราะความหวังดี ถ้าพูดมากเกินไป ก็ไม่มีทางหวนคืนกลับไปหาความจริงได้อีกแล้ว
ทิมทิมเป็นลูกที่รสิกาพบว่าตั้งท้องขึ้นมาเมื่อตอนที่จากไปเมื่อห้าปีก่อน เธอคิดไม่ถึงว่าตัวเองที่มีสภาพร่างกายแบบนั้นยังจะสามารถตั้งท้องขึ้นมาได้ แน่นอนว่าต้องประคบประหงมเขาอย่างระมัดระวังเป็นอย่างดี
โชคยังดีที่พอทิมทิมคลอดออกมาแล้ว สุขภาพด้านต่าง ๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไร
"วางใจเถอะ" รสิกาลูบผมสีดำของทิมทิมเล็กน้อย "หนูจะต้องมีโอกาสได้พบเขาแน่"
"ครับ" ทิมทิมตอบกลับมา
......
ช่วงหัวค่ำตอนที่ไปทานข้าวกันนั้น พอพวกบรู๊คเข้ามาในห้องส่วนตัว ก็เห็นเด็กที่ใบหน้าเรียวเล็กงดงามที่นั่งอยู่ข้าง ๆ รสิกานั้น แล้วต่างก็นิ่งอึ้งกันไปหมดเลย
"ไฮ" ทิมทิมเป็นฝ่ายกล่าวทักทายพวกเขาขึ้นมาก่อน
"รุ้ง......" บรู๊คหันสายตาไปทางรสิกา แล้วหวังว่าเธอจะอธิบายอะไรออกมาสักหน่อย
"นี่คือลูกชายของฉันค่ะ ชื่อทิมทิม" รสิกายิ้มแล้วพูดขึ้นมา "ทิมทิม กล่าวทักทายผู้ใหญ่ซิ"
"สวัสดีครับคุณน้าคุณอาทุกท่าน" ทิมทิมเรียกอย่างปากหวาน น้ำเสียงอ่อนโยน จึงทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะเกิดความเอ็นดูต่อเขาขึ้นมาในใจ
เห็นได้ชัดเจนเลยว่าคนที่ถูกเรียกยังไม่ทันจะตั้งสติได้ว่ามีเจ้าตัวเล็กนี่อยู่ด้วย พอผ่านไปครู่ใหญ่ถึงจะยอมรับกันได้
"ที่แท้คนที่พี่รุ้งจะแนะนำให้พวกเรารู้จักคือลูกชายพี่นี่เอง พวกเราก็นึกว่า......" คำพูดของจันทร์ยังไม่ทันได้พูดจบก็ถูกนาลันทาหยิกเข้าให้ทีหนึ่ง เพื่อห้ามปรามเธอไม่ให้พูดคำพูดที่เหลือต่อ
"ไม่งั้นเธอนึกว่าฉันจะแนะนำใครให้พวกเธอรู้จักล่ะ?" รสิกามีใบหน้ายิ้มแย้มอยู่เต็มหน้า
"ไม่มีอะไรค่ะ พวกเรานึกว่าจะเป็นเพื่อนพี่ซะอีก" นาลันทาพูดอธิบายขึ้น
รสิกายิ้มแล้วไม่พูดอะไร
แต่กลับเป็นทิมทิม ที่พูดคุยกับพวกเขาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นอยู่ตลอด
บรู๊คเงียบขรึมมาตลอด มีหลายครั้งที่เขาอยากถามรสิกาว่าถนิตรู้เรื่องนี้หรือเปล่า แต่พอคำพูดมาถึงขอบปากก็มักจะเห็นใบหน้าเรียวเล็กของทิมทิม แล้วก็ทำให้เขาทำใจพูดออกมาไม่ได้
ที่จริงแล้วทิมทิมหน้าตาเหมือนรสิกามาก โดยเฉพาะคิ้วกับดวงตาคู่นั้น เหมือนรสิกาอย่างกับแกะสลักออกมาจากแบบเดียวกันเลย แต่ว่าปากของเขากลับเหมือนกับของถนิตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะตอนที่เม้มปาก จะดูเหมือนกันมากเป็นพิเศษ
ครั้งนี้รสิกาพาทิมทิมกลับมาด้วย ไม่กลัวว่าคนของตระกูลวัชรเดชานนท์จะมาแย่งตัวเขาไปเหรอ?
แน่นอนว่า บรู๊คไม่มีโอกาสได้ถามความสงสัยพวกนี้ออกมาจากปากเลย
อาหารมื้อนี้นอกจากบรู๊คแล้ว คนอื่น ๆ ก็น่าจะกินกันได้อย่างมีความสุขดี
พอกินข้าวเสร็จแล้ว พวกเขาก็ออกจากร้านอาหารไป ทิมทิมกับนาลันทาและจันทร์เดินอยู่ด้านหน้า บรู๊คและรสิกาเดินห่างอยู่ด้านหลังหลายก้าว
"เรื่องที่มีทิมทิม คุณไม่มีทางปิดบังวัชรเดชานนท์ได้หรอกนะ" น้ำเสียงตอนที่บรู๊คพูดขึ้นมานั้นมีความหนักหน่วงอยู่เล็กน้อย "นิสัยของท่านเฉลิมสิทธิ์เป็นยังไงคุณก็รู้"
ถ้าเกิดท่านเฉลิมสิทธิ์รู้เรื่องว่าเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลวัชรเดชานนท์ต้องตกมาอยู่ด้านนอก เขาจะต้องทำทุกวิถีทางมาพาตัวกลับไปให้ได้แน่
เหมือนกับเมื่อก่อน