ตอนที่ 275
บทที่ 275 เขารอเธอมาตลอด
October 28, 2026
ทิมทิมกลับเงยหน้าขึ้นมามองรสิกาไปทีหนึ่ง แล้วไม่พูดอะไร และก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ของตัวเองไป
พอเห็นภาพนี้ หัวใจของนีรชาเหมือนกับว่าโดนแตะต้องแล้วยังไงอย่างงั้น เธอรู้สึกเป็นทุกข์เล็กน้อย
"เขาไม่ได้พูดอะไรเลยเหรอคะ?" นีรชาถามขึ้นมา
อย่างเช่น จะรับพวกเขาสองแม่ลูกกลับมา ให้สถานะที่พวกเขาควรจะมีแก่พวกเขาเป็นต้น
"เขาควรพูดอะไรล่ะ?" รสิกาถามกลับไป
นีรชาถูกถามจนหมดคำพูดไปเลย เธอไม่ใช่พี่ชายเธอสักหน่อย......เธอจะไปรู้ได้ยังไงว่าเขาควรจะพูดอะไร?
ยังดีที่ความเงียบชั่วคราวนี้ถูกเสียงฮา ๆ ของติรณากลบเกลื่อนไป
"จะไปเยี่ยมคุณยายเมื่อไหร่เหรอครับ?" อยู่ ๆ ทิมทิมที่เงียบมาตลอดก็เปิดปากพูดขึ้นมา
คำพูดเดียวของเขาทำให้ความสนใจของทุก ๆ คนมารวมกันอยู่ที่ตัวเขา
"หนูอยากไปเมื่อไหร่ล่ะ?" รสิกาถามขึ้นมา
ทิมทิมครุ่นคิดไปครู่หนึ่ง "พรุ่งนี้ละกันครับ"
"ได้" รสิกาไม่ปฏิเสธ
"ไปเยี่ยมคุณยายเสร็จยังต้องไปเยี่ยมคุณตาด้วยใช่ไหมครับ?" ทิมทิมถามขึ้นมาอีก
"หึ......พรุ่งนี้เหรอ?"
"ครับ"
นีรชา "......"
ฟังพวกเขาสองคนแม่ลูกถามตอบไปเรื่อย ๆ นีรชาก็รู้เหมือนกับว่าตอนเด็ก ๆ ตัวเองโง่มากเลย
เธอจำได้ว่าตอนที่ตัวเองอายุประมาณสิบขวบแล้ว ไม่ว่าเรื่องใหญ่เรื่องเล็กตัวเองก็ยังต้องให้พ่อแม่มาจัดการให้อยู่เลย แต่ว่าที่ทิมทิมอยู่ตรงหน้านี้ เพิ่งจะอายุสี่ขวบเองใช่ไหม?
แล้วนีรชาก็ชิดเข้าไปใกล้ตัวติรณาแล้วถามเสียงเบาขึ้นอีกว่า "เด็กคนนี้......มีสติปัญญาสูงมากจริง ๆ"
"ไม่ใช่แค่สูงมากเท่านั้น" ติรณารู้สึกเหมือนกับว่าหาคนพวกเดียวกันเจอ "นี่มันผิดปกติชัด ๆ ไม่รู้จริง ๆ เลยว่ารุ้งให้แกกินอะไร ถึงได้ฉลาดมากขนาดนี้"
นีรชา "......อาจจะเป็นเพราะว่าสติปัญญาของพ่อแม่แข็งแกร่งมากละมั้ง"
สติปัญญาของถนิตกับรสิกาสองคนนี้ ไม่ว่าจะเป็นของใครก็โดดเด่นมาทั้งนั้น แน่นอนว่าลูกที่คลอดออกมาก็ต้องมีสติปัญญาเกินผู้คนแน่ ๆ
เวลาที่เหลือ ความสนใจทั้งหมดของนีรชาแทบจะไปรวมอยู่ที่ตัวทิมทิม
ทีแรกเธออยากจะถามรสิกาว่าหลายปีมานี้ไปทำอะไรอยู่ที่ไหนมา แต่ผลปรากฏว่าจนกระทั่งกินข้าวเสร็จแล้วก็ยังไม่ได้ถามออกจากปากไป
รสิกากับติรณาจ้องมองนีรชาจากไปแล้ว ถึงได้เดินกลับบ้านไป ที่นี่ห่างกันไม่ไกลมากนัก แค่เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว
"เธอวางแผนเรื่องราวต่อจากนี้ไว้หรือยัง?" ติรณาถามอย่างอ้อมค้อม ถึงรสิกาจะบอกว่าเรื่องพวกนี้ทิมทิมรู้เรื่องหมดแล้ว แต่เธอก็มักจะรู้สึกว่า พูดเรื่องพวกนี้ตรงเกินไปต่อหน้าเด็กมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่
รสิกากลับมาเที่ยวนี้ คนของตระกูลวัชรเดชานนท์จะต้องรู้เรื่องกันหมดแล้วแน่ ๆ
ถ้าเกิดว่าเธอกลับมาตัวคนเดียวก็คงจะไม่เป็นอะไร แต่ที่เป็นอะไรก็คือ เธอดันพาลูกกลับมาด้วยคนหนึ่งเนี่ยซิ
ลูกหน้าตาเหมือนถนิตมาก แล้วด้านอายุก็ประจวบเหมาะเข้ากันพอดี ถ้าอยากจะสลัดความสัมพันธ์กับตระกูลวัชรเดชานนท์ออกไปนั้น คงจะยากมาก
"พวกเขาไม่กล้าหรอก" ไม่รู้ว่ารสิกาคิดถึงเรื่องอะไร อยู่ ๆ ก็คลี่ยิ้มขึ้นมา "ตระกูลวัชรเดชานนท์ในตอนนี้ ไม่เหมือนเมื่อห้าปีก่อนแล้วนะ"
"ใช่ มันไม่เหมือนเมื่อห้าปีก่อนแล้ว แต่ถ้าเกิดพวกเขาจะทำแบบนั้นขึ้นมาจริง ๆ เธอจะไปมีทางออกอะไรได้?" ติรณาขมวดคิ้วพูดขึ้นมา
รสิกาไม่ได้ตอบกลับในทันที แต่กลับก้มหน้าลงไปมองทิมทิมที่เดินอย่างสงบเสงี่ยมอยู่ข้างกายตัวเอง
"ถนิตไม่มีทางยอมให้พวกเขาทำแบบนั้นหรอก" ก่อนที่รสิกาจะพูดคำพูดประโยคนี้ ก็ได้ถอนหายใจยาว ๆ ออกมาคำหนึ่ง
ไม่ว่าถนิตจะสนใจทิมทิมหรือเปล่า แต่พวกเขาก็ยังเป็นพ่อลูกกัน
ถนิตเป็นเด็กที่เติบโตมากับครอบครัวแบบนี้ตั้งแต่เด็ก เขารู้ดีว่าถ้าส่งลูกไปให้กับท่านเฉลิมสิทธิ์ งั้นคนที่ถูกอบรมสั่งสอนออกมา ก็จะต้องเป็นลูกหลานคนที่สองของตระกูลวัชรเดชานนท์แล้ว
ดังนั้นรสิกาถึงได้กล้าพาทิมทิมกลับมาด้วย